แชร์ LINE
โหลด PDF
จองทัวร์นี้ !
KM10 ทัวร์กัมพูชา พนมเปญ เสียมเรียบ นครวัด นครธม 3 วัน 2 คืน โดยสายการบิน Thai Air Asia (FD)
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
 ทัวร์กัมพูชา พนมเปญ เสียมเรียบ นครวัด นครธม 3 วัน 2 คืน โดยสายการบิน Thai Air Asia (FD)
ชมปราสาท นครวัด 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก นำทุกท่านกราบสักการะ วัดพนม วัดที่สำคัญของกรุงพนมเปญ ชมปราสาทตาพรหม และ ชมความสวยงามของ ปราสาทบันทายศรี ล่องเรือชม โตนเลสาบ ทะเลสาบน้ำจืด ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกฉียงใต้ ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ตลาดซาทะไม / ตลาดซาจ๊ะ ชอปปิ้งสินค้าท้องถิ่น ของเมืองเสียมเรียบ นำท่านสักการะ ศาลองค์เจ๊ก องค์จอม อิ่มอร่อยกับพิเศษ บุฟเฟต์นานาชาติ พร้อมชมโชว์การแสดงอัปสราที่งดงาม แถมฟรี!!ชุดซัวสะไดย (เสื้อยืดซัวสะไดย+ถุงผ้า+พัด+น้ำดื่ม+ผ้าเย็นไม่จำกัด)

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport) / ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ โปเชนตง / กรุงพนมเปญ (Phnom Penh) / วิมานเอกราช หรือ อนุสาวรีย์เอกราช (Independence Monument) / วัดพนม หรือ วัดพนมโฎนปึญ (Phnom Temple) / พิพิธภัณฑ์ตวลสเลง (Tuol Sleng Genocide Museum) / บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล (Royal Palace) / วัดพระแก้วมรกต หรือเจดีย์เงิน (Silver Pagoda) / บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / ตลาดซาทะไม (Central Market) / SAMNANGLAOR HOTEL
วันที่ 2: รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม / เมืองเสียมเรียบ (Siem Reap) / บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / โตนเลสาบ (Tonle Sap) ล่องเรือชมวิถีชีวิตของชาวกัมพูชา / ศาลองค์เจกองค์จอม (Preah Ang Chek Preah Ang Chorm Shrine) / บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / ชมโชว์ระบำอัปสรา (Apsara Dance Show) / ตลาดซาจ๊ะ (Psar chaa) / MEMORIE HOTEL
วันที่ 3: รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม / นครธม (Angkor Thom) / ปราสาทบายน (Bayon) / ปราสาทตาพรหม (Ta Prohm) / รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร / ปราสาทนครวัด (Angkor Wat) / ปราสาทบันทายสรี (Banteay Srei) / ตลาดซาจ๊ะ (Psar chaa) / บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / ท่าอากาศยานนานาชาติเสียมเรียบ / ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport)
8 มื้อ 2 คืน

มีการเข้าชมทั้งหมด: 334 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 1 คน          

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

Air Asia (FD)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.62)
ส.  20-22 ก.ค.
12,900.- Air Asia ว่าง
ส.  27-29 ก.ค.
(ชดเชยวันเฉลิมฯร.10)
14,900.- Air Asia ว่าง
ส.  10-12 ส.ค.
(วันแม่แห่งชาติ)
14,900.- Air Asia ว่าง
ศ.  23-25 ส.ค.
12,900.- Air Asia ว่าง
ศ.  06-08 ก.ย.
12,900.- Air Asia ว่าง
ศ.  20-22 ก.ย.
12,900.- Air Asia ว่าง

ตารางบิน
Air Asia (FD) เวลาบินขาไป 21:35 - 23:25 - RJ183
เวลาบินขากลับ 21:45 - 22:50 REP - DMK FD 619

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
วันที่ 1
ช่วงเช้า
(04:00) ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport)
ทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport) ที่จุดนัดหมายก่อนเวลาเดินทาง (ตามตารางบิน) โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าเตอร์ใด เวลาใด)
ทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport) ที่จุดนัดหมายก่อนเวลาเดินทาง (ตามตารางบิน) โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าเตอร์ใด เวลาใด)
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport)
* 06.30 น. ออกเดินทางสู่ เมืองพนมเปญ โดยเที่ยวบิน FD 608 (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง กับ 15 นาที)
(07:40) ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ โปเชนตง
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ (โปเชนตง) ประเทศกัมพูชา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร รับกระเป๋าสัมภาระ
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ (โปเชนตง) ประเทศกัมพูชา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร รับกระเป๋าสัมภาระ
ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ โปเชนตง
(09:00) กรุงพนมเปญ (Phnom Penh)
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ กรุงพนมเปญ (Phnom Penh) เมืองหลวงของประเทศกัมพูชา กัมพูชาแห่งนี้อุดมไปด้วยสวนและต้นไม้นานาชนิด นอกเหนือไปจากบ้านเรือนที่หลงเหลือมาจากยุคอาณานิคมที่ดูเหมือนอยู่ท่ามกลางเมืองเก่าของฝรั่งเศส บรรยากาศแสนสบายของเมืองที่ห้อมล้อมไปด้วยสายน้ำ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองท่าแห่งสุดท้ายอันยิ่งใหญ่ ในช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมามีโรงแรมเกิดขึ้นมากมายเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาต (อ่านต่อ)
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ กรุงพนมเปญ (Phnom Penh) เมืองหลวงของประเทศกัมพูชา กัมพูชาแห่งนี้อุดมไปด้วยสวนและต้นไม้นานาชนิด นอกเหนือไปจากบ้านเรือนที่หลงเหลือมาจากยุคอาณานิคมที่ดูเหมือนอยู่ท่ามกลางเมืองเก่าของฝรั่งเศส บรรยากาศแสนสบายของเมืองที่ห้อมล้อมไปด้วยสายน้ำ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองท่าแห่งสุดท้ายอันยิ่งใหญ่ ในช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมามีโรงแรมเกิดขึ้นมากมายเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ร้านอาหารก็ได้รับการพัฒนาขึ้นจนได้มาตรฐานด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นเมืองศูนย์กลางการค้า การเมือง และวัฒนธรรมของกัมพูชาเลยทีเดียว
กรุงพนมเปญ (Phnom Penh)
วิมานเอกราช หรือ อนุสาวรีย์เอกราช (Independence Monument)
จากนั้นนำทุกท่านผ่านชม วิมานเอกราช หรือ อนุสาวรีย์เอกราช (Independence Monument) อนุสาวรีย์ที่กัมพูชาสร้างขึ้นเมื่อปี 1958 เปรียบเสมือนดอกบัวขนาดใหญ่ที่บานอยู่ใจกลางกรุงพนมเปญเพื่อรำลึกถึงการหลุดพ้นจากการปกครองของฝรั่งเศส กัมพูชาอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 1863-1953 เส้นทางสู่อิสรภาพของกัมพูชานั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะวีรบุรุษผู้กล้าหลายพันคนจำต้องสละชีวิตเพื่อแลกมา นอกจากนี้อ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำทุกท่านผ่านชม วิมานเอกราช หรือ อนุสาวรีย์เอกราช (Independence Monument) อนุสาวรีย์ที่กัมพูชาสร้างขึ้นเมื่อปี 1958 เปรียบเสมือนดอกบัวขนาดใหญ่ที่บานอยู่ใจกลางกรุงพนมเปญเพื่อรำลึกถึงการหลุดพ้นจากการปกครองของฝรั่งเศส กัมพูชาอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 1863-1953 เส้นทางสู่อิสรภาพของกัมพูชานั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะวีรบุรุษผู้กล้าหลายพันคนจำต้องสละชีวิตเพื่อแลกมา นอกจากนี้อนุสาวรีย์แห่งนี้ยังเป็นอนุสรณ์ถึงชาวกัมพูชาทั้งหญิงและชายที่เสียสละชีวิตเพื่อชาติด้วย
วิมานเอกราช หรือ อนุสาวรีย์เอกราช (Independence Monument)
วัดพนม หรือ วัดพนมโฎนปึญ (Phnom Temple)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพนม หรือ วัดพนมโฎนปึญ (Phnom Temple) เป็นวัดที่สำคัญมาก ซึ่งกรุงพนมเปญก็มีที่มาจากวัดแห่งนี้ด้วย ดังมีตำนานพื้นบ้านกล่าวว่า เมื่อราวหกร้อยปีก่อน มีเศรษฐีนีชาวเขมรผู้หนึ่งชื่อเพ็ญ ได้ไปพบพระพุทธรูปน้ำพัดมาเกยฝั่งหลายองค์ นางมีศรัทธาแก่กล้าในพระศาสนา จึงได้สร้างวัดขึ้นบนยอดเขาที่อยู่ใกล้ๆ กันเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเหล่านั้น แม้เขาลูกนี้จะสูงเพียง 27 เมตร แต่ก็ถือเป (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพนม หรือ วัดพนมโฎนปึญ (Phnom Temple) เป็นวัดที่สำคัญมาก ซึ่งกรุงพนมเปญก็มีที่มาจากวัดแห่งนี้ด้วย ดังมีตำนานพื้นบ้านกล่าวว่า เมื่อราวหกร้อยปีก่อน มีเศรษฐีนีชาวเขมรผู้หนึ่งชื่อเพ็ญ ได้ไปพบพระพุทธรูปน้ำพัดมาเกยฝั่งหลายองค์ นางมีศรัทธาแก่กล้าในพระศาสนา จึงได้สร้างวัดขึ้นบนยอดเขาที่อยู่ใกล้ๆ กันเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเหล่านั้น แม้เขาลูกนี้จะสูงเพียง 27 เมตร แต่ก็ถือเป็นเขาที่สูงที่สุดในละแวกนี้ จึงเรียกกันเรื่อยมาว่า พนมเปญ แปลว่า เขายายเพ็ญ
วัดพนม หรือ วัดพนมโฎนปึญ (Phnom Temple)
พิพิธภัณฑ์ตวลสเลง (Tuol Sleng Genocide Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์ตวลสเลง (Tuol Sleng Genocide Museum) อนุสรณ์แห่งความโหดร้ายของเขมรแดง สถานที่กักขังนักโทษทางการเมืองในยุคสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง แต่เดิมเป็นโรงเรียนที่สอนในระดับชั้นประถม แต่ถูกยึดใช้เป็นสถานที่บัญชาการนำโดย พล พต ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเรื่องราวที่หลงเหลือจากอดีต ภายในมีภาพถ่ายของเหยื่อที่ถูกสังหาร และอาวุธที่ใช้ในการทรมานจัดแสดงอยู (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์ตวลสเลง (Tuol Sleng Genocide Museum) อนุสรณ์แห่งความโหดร้ายของเขมรแดง สถานที่กักขังนักโทษทางการเมืองในยุคสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง แต่เดิมเป็นโรงเรียนที่สอนในระดับชั้นประถม แต่ถูกยึดใช้เป็นสถานที่บัญชาการนำโดย พล พต ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเรื่องราวที่หลงเหลือจากอดีต ภายในมีภาพถ่ายของเหยื่อที่ถูกสังหาร และอาวุธที่ใช้ในการทรมานจัดแสดงอยู่ ภายหลังจากเขมรแดงหมดอำนาจลงในปี ค.ศ. 1978 แห่งนี้ได้มีการขุดกะโหลกศีรษะของเหยื่อกว่า 8,000 ชิ้น ขึ้นมาและบางส่วนได้จัดแสดงไว้ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อเตือนใจถึงอดีตของการกระทำของน้ำมือมนุษย์ด้วยกัน
พิพิธภัณฑ์ตวลสเลง (Tuol Sleng Genocide Museum)
ช่วงบ่าย
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร สุดแสนอร่อย
นำท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร สุดแสนอร่อย
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* บุฟเฟต์นานาชาติ
พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล (Royal Palace)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล (Royal Palace) หรือที่ชาวไทยมักเรียกพระราชวังแห่งนี้ว่า พระราชวังเขมรินทร์ พระราชวังหลวงในพนมเปญนั้นสร้างขึ้นตามรูปแบบศิลปะเขมรโดยความช่วยเหลือของฝรั่งเศสในปี 1866 และใช้เป็นที่ประทับของเจ้านโรดมสีหนุ นับจากบาทสมเด็จพระนโรดม พรหมบริรักษ์ ที่เสด็จกลับคืนสู่กรุงพนมเปญในปี ค.ศ. 1992 สถานที่ส่วนใหญ่ภายในเขตพระราชวังเปิดให้เข้าชมได้ ยกเว้นเขตหวงห้ามพระ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล (Royal Palace) หรือที่ชาวไทยมักเรียกพระราชวังแห่งนี้ว่า พระราชวังเขมรินทร์ พระราชวังหลวงในพนมเปญนั้นสร้างขึ้นตามรูปแบบศิลปะเขมรโดยความช่วยเหลือของฝรั่งเศสในปี 1866 และใช้เป็นที่ประทับของเจ้านโรดมสีหนุ นับจากบาทสมเด็จพระนโรดม พรหมบริรักษ์ ที่เสด็จกลับคืนสู่กรุงพนมเปญในปี ค.ศ. 1992 สถานที่ส่วนใหญ่ภายในเขตพระราชวังเปิดให้เข้าชมได้ ยกเว้นเขตหวงห้ามพระราชฐานที่ประทับ ที่ตั้งพระราชวังแห่งนี้อยู่บนฝั่งตะวันตกของลำน้ำสาขา 4 สายของแม่น้ำโขง เรียกว่า จตุมุข พระราชวังหลวงในกรุงพนมเปญมีอาคารที่แตกต่างกันและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมในปัจจุบัน ให้ท่านได้เดินชมอาคารพระราชวังอื่นๆ เช่น พระที่นั่งจันทรฉายา พระที่นั่งเทวาวินิจฉัย (ท้องพระโรง) พระราชวังเขมรินทร์ เป็นต้น
พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล (Royal Palace)
วัดพระแก้วมรกต หรือเจดีย์เงิน (Silver Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระแก้วมรกต หรือที่ชาวกัมพูชาเรียกว่า เจดีย์เงิน (Silver Pagoda) นำท่านนมัสการพระแก้วมรกตของเขมร ซึ่งสร้างตามแบบพระแก้วมรกตของไทย แต่ของเขมรเป็นแก้วหล่อ และจุดที่น่าสนใจก็คือ พื้นภายในพระอุโบสถปูด้วยกระเบื้องที่ทำจากเงินแท้ๆ ถึง 5,329 แผ่น มีน้ำหนักรวมกันถึง 5,000 ตัน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระแก้วมรกต หรือที่ชาวกัมพูชาเรียกว่า เจดีย์เงิน (Silver Pagoda) นำท่านนมัสการพระแก้วมรกตของเขมร ซึ่งสร้างตามแบบพระแก้วมรกตของไทย แต่ของเขมรเป็นแก้วหล่อ และจุดที่น่าสนใจก็คือ พื้นภายในพระอุโบสถปูด้วยกระเบื้องที่ทำจากเงินแท้ๆ ถึง 5,329 แผ่น มีน้ำหนักรวมกันถึง 5,000 ตัน
วัดพระแก้วมรกต หรือเจดีย์เงิน (Silver Pagoda)
ช่วงค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร บริการท่านด้วย เมนูอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร บริการท่านด้วย เมนูอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ตลาดซาทะไม (Central Market)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตลาดซาทะไม (Central Market) ความมีชีวิตชีวาของพนมเปญมีเสน่ห์อยู่ที่ตลาด ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้าราคาถูก ตลาดแห่งแรกที่นักท่องเที่ยวจะต้องไปก็คือตลาดใหม่ (ซาทะไม) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1937 สมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เป็นตึกแบบอาร์ตเตโกซึ่งมีเพดานสูง ส่วนใหญ่จะขายสินค้าประเภทเครื่องประดับอัญมณี เสื้อผ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน ผ้าไหมลายพื้นเมือง สินค้าของฝากทั้งประเภทของก (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตลาดซาทะไม (Central Market) ความมีชีวิตชีวาของพนมเปญมีเสน่ห์อยู่ที่ตลาด ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้าราคาถูก ตลาดแห่งแรกที่นักท่องเที่ยวจะต้องไปก็คือตลาดใหม่ (ซาทะไม) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1937 สมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เป็นตึกแบบอาร์ตเตโกซึ่งมีเพดานสูง ส่วนใหญ่จะขายสินค้าประเภทเครื่องประดับอัญมณี เสื้อผ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน ผ้าไหมลายพื้นเมือง สินค้าของฝากทั้งประเภทของกินของใช้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า นาฬิกา กระเป๋า เป็นต้น
ตลาดซาทะไม (Central Market)
SAMNANGLAOR HOTEL
นำท่านเข้าสู่ที่พัก SAMNANGLAOR HOTEL โรงแรมหรูหราระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
นำท่านเข้าสู่ที่พัก SAMNANGLAOR HOTEL โรงแรมหรูหราระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
SAMNANGLAOR HOTEL
วันที่ 2
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้าเพิ่มพลังงานสุดแสนอร่อย ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้าเพิ่มพลังงานสุดแสนอร่อย ณ ห้องอาหารของโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองเสียมเรียบ (Siem Reap)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเสียมเรียบ (Siem Reap) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือเมืองเสียมราฐ เมืองแห่งประวัติศาสตร์ เป็นจังหวัดทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศกัมพูชา ตั้งอยู่ริมโตนเลสาบหรือทะเลสาบเขมร เมืองเสียมเรียบเป็นที่ตั้งของนครวัด และกลุ่มปราสาทหินหลายแห่ง อาทิ หมู่ปราสาทหินจากอาณาจักรขอม ได้แก่ ปราสาทนครวัด, กลุ่มปราสาทนครธม, (ตาพรหม และบายน, บันทายศรี, บากอง, โลเลย, พนมบาเค็ง, พนมกุเลน และบาร (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเสียมเรียบ (Siem Reap) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือเมืองเสียมราฐ เมืองแห่งประวัติศาสตร์ เป็นจังหวัดทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศกัมพูชา ตั้งอยู่ริมโตนเลสาบหรือทะเลสาบเขมร เมืองเสียมเรียบเป็นที่ตั้งของนครวัด และกลุ่มปราสาทหินหลายแห่ง อาทิ หมู่ปราสาทหินจากอาณาจักรขอม ได้แก่ ปราสาทนครวัด, กลุ่มปราสาทนครธม, (ตาพรหม และบายน, บันทายศรี, บากอง, โลเลย, พนมบาเค็ง, พนมกุเลน และบารายตะวันตก) ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมรสมัยคลาสสิกรุ่งเรือง และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชาโดยปรากฏในธงชาติ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ
เมืองเสียมเรียบ (Siem Reap)
* (ระยะทาง 350 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง)
ช่วงบ่าย
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร สุดแสนอร่อย
นำท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร สุดแสนอร่อย
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
โตนเลสาบ (Tonle Sap) ล่องเรือชมวิถีชีวิตของชาวกัมพูชา
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โตนเลสาบ (Tonle Sap) ทะเลสาบน้ำจืดซึ่งเกิดจากแม่น้ำโขงขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย แม่น้ำธรรมชาติที่เปี่ยมไปด้วยระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ซึ่งทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้อุดมไปด้วยพันธุ์ปลามากกว่า 300 ชนิด บนพื้นที่ประมาณ 7,500 ตารางกิโลเมตร และมีความยาวถึง 500 กิโลเมตร โตนเลสาบจึงเป็นลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญที่สุดของประเทศกัมพูชา ที่หล่อเลี้ยงชาวกัมพูชาให้อาศัยอยู่โดยรอบทะเลสาบแห่งนี้ พาท่ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โตนเลสาบ (Tonle Sap) ทะเลสาบน้ำจืดซึ่งเกิดจากแม่น้ำโขงขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย แม่น้ำธรรมชาติที่เปี่ยมไปด้วยระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ซึ่งทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้อุดมไปด้วยพันธุ์ปลามากกว่า 300 ชนิด บนพื้นที่ประมาณ 7,500 ตารางกิโลเมตร และมีความยาวถึง 500 กิโลเมตร โตนเลสาบจึงเป็นลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญที่สุดของประเทศกัมพูชา ที่หล่อเลี้ยงชาวกัมพูชาให้อาศัยอยู่โดยรอบทะเลสาบแห่งนี้ พาท่านล่องเรือชมวิถีชีวิตของชาวกัมพูชาที่โตนเลสาบ มีชุมชนที่เรียกว่าหมู่บ้านลอยน้ำ เรือนแพของชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งดำรงค์ชีวิตอยู่กับการหาปลาจากโตนเลสาบมาขาย มีโรงเรียน สำนักงานราชการ บ้านพัก ร้านอาหาร และร้านของฝากนักท่องเที่ยว เช่นเดียวกันกับชุมชนที่อยู่บนบก การนั่งเรือท่องเที่ยวชมบรรยากาศของโตนเลสาบ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้น และบรรยากาศยามเช้า หรือช่วงเย็นชมบรรยากาศก่อนตะวันลับฟ้า
โตนเลสาบ (Tonle Sap) ล่องเรือชมวิถีชีวิตของชาวกัมพูชา
ศาลองค์เจกองค์จอม (Preah Ang Chek Preah Ang Chorm Shrine)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ศาลองค์เจกองค์จอม (Preah Ang Chek Preah Ang Chorm Shrine) ซึ่งเปรียบเสมือนศาลหลักเมือง ของเมืองเสียมราฐ ตามตำนานกล่าวว่า องค์เจก องค์จอม เป็นพี่น้องกัน และมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอยากมาก อยู่มาวันหนึ่งทั้งสองกลับมาจากการทำบุญแล้วก็นอนหลับไปไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย ฝ่ายบิดามารดามีความอาลัยทั้งสองเป็นอย่างมากจึงได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นสององค์ ซึ่งองค์ใหญ่นามว่าองค์เจก และองค์เ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ศาลองค์เจกองค์จอม (Preah Ang Chek Preah Ang Chorm Shrine) ซึ่งเปรียบเสมือนศาลหลักเมือง ของเมืองเสียมราฐ ตามตำนานกล่าวว่า องค์เจก องค์จอม เป็นพี่น้องกัน และมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอยากมาก อยู่มาวันหนึ่งทั้งสองกลับมาจากการทำบุญแล้วก็นอนหลับไปไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย ฝ่ายบิดามารดามีความอาลัยทั้งสองเป็นอย่างมากจึงได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นสององค์ ซึ่งองค์ใหญ่นามว่าองค์เจก และองค์เล็กนามว่าองค์จอม กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเมืองและประชาชนให้ความนับถือเป็นอย่างมากจนถึงทุกวันนี้
ศาลองค์เจกองค์จอม (Preah Ang Chek Preah Ang Chorm Shrine)
ช่วงค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร บริการท่านด้วย เมนูอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร บริการท่านด้วย เมนูอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* บุฟเฟ่ต์นานาชาติ
ชมโชว์ระบำอัปสรา (Apsara Dance Show)
นำทุกท่านชมโชว์สุดพิเศษ!! ระบำอัปสรา (Apsara Dance Show) เป็นการแสดงนาฏศิลป์เขมรแบบโบราณที่งดงามและอ่อนช้อย
นำทุกท่านชมโชว์สุดพิเศษ!! ระบำอัปสรา (Apsara Dance Show) เป็นการแสดงนาฏศิลป์เขมรแบบโบราณที่งดงามและอ่อนช้อย
ชมโชว์ระบำอัปสรา (Apsara Dance Show)
ตลาดซาจ๊ะ (Psar chaa)
จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งที่ ตลาดซาจ๊ะ (Psar chaa) ให้ท่านเลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก อาทิ ผ้าพื้นเมือง, เสื้อยืดลายนครวัด และลายต่างๆ ผ้าพันคอ ภาพวาด ภาพแกะสลัก ปลากรอบ ปลาแห้ง และกุนเชียง
จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งที่ ตลาดซาจ๊ะ (Psar chaa) ให้ท่านเลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก อาทิ ผ้าพื้นเมือง, เสื้อยืดลายนครวัด และลายต่างๆ ผ้าพันคอ ภาพวาด ภาพแกะสลัก ปลากรอบ ปลาแห้ง และกุนเชียง
ตลาดซาจ๊ะ (Psar chaa)
MEMORIE HOTEL
นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมหรูหราระดับ 4 ดาว MEMORIE HOTEL หรือเทียบเท่า
นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมหรูหราระดับ 4 ดาว MEMORIE HOTEL หรือเทียบเท่า
MEMORIE HOTEL
วันที่ 3
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้าเพิ่มพลังงานสุดแสนอร่อย ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้าเพิ่มพลังงานสุดแสนอร่อย ณ ห้องอาหารของโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
นครธม (Angkor Thom)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ นครธม (Angkor Thom) เมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขอม สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของนครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่าปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคั (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ นครธม (Angkor Thom) เมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขอม สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของนครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่าปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่นๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิถัดไปทางเหนือ จุดเด่นที่สุดคือทางเข้าด้านใต้ คือสะพานนาคราช เป็นสะพานที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์เขมร ใช้เป็นทางเสด็จผ่านเข้า-ออกเมืองนครธม แถวของยักษ์ (อสูร) ทางด้านขวา และเทวดาทางด้านซ้าย เรียงรายแบกพญานาคอยู่สองข้างสะพาน ไปจนถึงยอดซุ้มประตูทางเข้ามีลักษณะเป็นรูปพระโพธิสัตว์หันพระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศ
นครธม (Angkor Thom)
ปราสาทบายน (Bayon)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทบายน (Bayon) ปราสาทแห่งรอยยิ้ม เป็นปราสาทหินของอาณาจักรขอม ตั้งอยู่ในบริเวณของใจกลางนครธม สร้างขึ้นเป็นวัดประจำสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในราวปี พ.ศ. 1181-1220 หลังจากที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงได้ชัยชนะจากการขับไล่กองทัพอาณาจักรจามปา นับเป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีความซับซ้อนทั้งในแง่โครงสร้างและความหมาย เนื่องจากผ่านความเปลี่ยนแปลงด้านศาสนาและคว (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทบายน (Bayon) ปราสาทแห่งรอยยิ้ม เป็นปราสาทหินของอาณาจักรขอม ตั้งอยู่ในบริเวณของใจกลางนครธม สร้างขึ้นเป็นวัดประจำสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในราวปี พ.ศ. 1181-1220 หลังจากที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงได้ชัยชนะจากการขับไล่กองทัพอาณาจักรจามปา นับเป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีความซับซ้อนทั้งในแง่โครงสร้างและความหมาย เนื่องจากผ่านความเปลี่ยนแปลงด้านศาสนาและความเชื่อมาตั้งแต่คราวนับถือเทพเจ้าฮินดู และพุทธศาสนา อาคารมีลักษณะพิเศษ เนื่องจากส่วนของหอเป็นรูปหน้าหันสี่ทิศ จำนวน 49 หอ ปัจจุบันคงเหลือเพียง 37 หอ ลักษณะโดยทั่วไปจะมี 4 หน้า 4 ทิศ แต่บางหออาจมี 3 หรือ 2 แต่บริเวณศูนย์กลางของกลุ่มอาคาร จะมีหลายหน้า ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะพยายามนับว่ามีกี่หน้า นับเป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ลักษณทางสถาปัตยกรรมของบายนก็เช่นเดียวกับเรื่องความเชื่อ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงมาในหลายๆ สมัย กษัตริย์ในยุคหลังๆ พบว่าเป็นการง่ายกว่าที่จะปรับปรุงวัดแห่งนี้ แทนที่จะรื้อสร้างใหม่เช่นที่ทำกัน และใช้เป็นวัดประจำสมัยต่อเนื่องกันมา
ปราสาทบายน (Bayon)
ปราสาทตาพรหม (Ta Prohm)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทตาพรหม (Ta Prohm) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1186 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศถวายแด่พระราชมารดา เป็นปราสาทหินในยุคท้ายๆ ของอาณาจักรเขมร ปราสาทเหล่านี้ถือว่าเป็นสถานที่ของพระพุทธศาสนาที่สมัยนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก เพราะสมัยนั้นกษัตริย์ที่สนับสนุนให้มีการสร้างปราสาทนี้เป็นวัดในศาสนาพุทธ การดูแลปราสาทต่างๆ นั้นรัฐบาลได้ทำการตัดต้นไม้ออกจากปราสาทอื่นๆ เพราะกลัวว่า (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทตาพรหม (Ta Prohm) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1186 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศถวายแด่พระราชมารดา เป็นปราสาทหินในยุคท้ายๆ ของอาณาจักรเขมร ปราสาทเหล่านี้ถือว่าเป็นสถานที่ของพระพุทธศาสนาที่สมัยนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก เพราะสมัยนั้นกษัตริย์ที่สนับสนุนให้มีการสร้างปราสาทนี้เป็นวัดในศาสนาพุทธ การดูแลปราสาทต่างๆ นั้นรัฐบาลได้ทำการตัดต้นไม้ออกจากปราสาทอื่นๆ เพราะกลัวว่าประสาทจะล้มลงหากต้นไม้ใหญ่โตมากๆ แต่สำหรับปราสาทตาพรมนั้น รัฐบาลมีแนวคิดที่จะคงต้นไม้ไว้เหมือนโบราณที่มีต้นไม้ขึ้นบนปราสาทแทบทุกปราสาทจึงกลายเป็น ลักษณะเด่นของปราสาทตาพรหมคือมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นคลุมตัวปราสาทเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นปราสาทที่สวยงามและมีมนต์ขลังมาก
ปราสาทตาพรหม (Ta Prohm)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
พาท่านรับประทานอาหารแบบบุฟเฟต์หรือแบบโต๊ะจีนที่ภัตตาคาร
พาท่านรับประทานอาหารแบบบุฟเฟต์หรือแบบโต๊ะจีนที่ภัตตาคาร
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ปราสาทนครวัด (Angkor Wat)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทนครวัด (Angkor Wat) อลังการปราสาทขอม เปรียบเสมือนวิมานของเทพเจ้าสูงสุด เริ่มสร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ ตัวเทวสถานได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันนับตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่เดิมน (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทนครวัด (Angkor Wat) อลังการปราสาทขอม เปรียบเสมือนวิมานของเทพเจ้าสูงสุด เริ่มสร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ ตัวเทวสถานได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันนับตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่เดิมนครวัดเป็นเทวสถานของศาสนาฮินดูซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระวิษณุ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธ นครวัดเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมขอมสมัยรุ่งเรือง และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา โดยปรากฏในธงชาติกัมพูชาและเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของประเทศตลอดจนได้รับลงทะเบียนเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อเมืองพระนคร นำทุกท่านชมภาพแกะสลักนูนต่ำ ของนางอัปสรนับหมื่นองค์กับการ กวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ และชมภาพการยกกองทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1
ปราสาทนครวัด (Angkor Wat)
ปราสาทบันทายสรี (Banteay Srei)
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ ปราสาทบันทายสรี (Banteay Srei) ปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชาที่มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์และลวดลายที่ยังคงความคมชัด ปราสาทบันทายศรี หรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่าบันเตียไสร หมายถึงปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี ปราสาทแห่งนี้สร้างอุทิศถวายพระอิศวรภายใต้พระนามว่าตรีภูวนมเหศวร หรือผู้เป็นใหญ่แห่งโลกทั้งสาม ปราสาทมีขนาดเล็ก สร้างด้วยหินทรายสีชมพูซึ่งหายาก สร้างขึ้นในต้น (อ่านต่อ)
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ ปราสาทบันทายสรี (Banteay Srei) ปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชาที่มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์และลวดลายที่ยังคงความคมชัด ปราสาทบันทายศรี หรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่าบันเตียไสร หมายถึงปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี ปราสาทแห่งนี้สร้างอุทิศถวายพระอิศวรภายใต้พระนามว่าตรีภูวนมเหศวร หรือผู้เป็นใหญ่แห่งโลกทั้งสาม ปราสาทมีขนาดเล็ก สร้างด้วยหินทรายสีชมพูซึ่งหายาก สร้างขึ้นในต้นพุทธศตวรรษที่ 16 รัชสมัยของพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 จวบจนรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 โดยพราหมณ์ยัชญวราหะ ซุ้มประตูทางเข้าจำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณลวดลายมีความละเอียดสวยงามมาก ซุ้มทางซ้ายมือจำหลักภาพพระอิศวรทรงโค มีพระอุมาเทวีประทับด้านซ้าย ซุ้มทางขวามือ มีรูปพระนารายณ์อวตารเป็นนรสิงห์ ผ่านประตูเข้าไปจะเห็นปราสาทองค์แรก สร้างอยู่เหนือฐานเดียวกันซึ่งสูง 90 เซนติเมตร ขนาบด้วยบรรณาลัย ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาตำราหรือวัตถุที่ใช้ในพิธีเคารพบูชา มีประตูเข้าทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซุ้มประตูหรือโคปุระนี้ ประดิษฐานปฏิมากรรมด้วยลวดลายที่งามวิจิตรอ่อนช้อย ลวดลายประดับที่ปราสาทบันทายศรี สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง ไม่ว่าจะเป็นเทพธิดาหรือนางอัปสรา ก็เต็มไปด้วยความสง่างามและมีชีวิตจิตใจ ในกรอบซุ้มปราสาทองค์แรก มีรูปพระศิวะกำลังร่ายรำ หรือที่เรียกว่า ศิวนาฏราช ท่ารำของพระองค์มีถึง 108 ท่า แต่ละท่ามีผลต่อฟ้าดิน หน้าบันของห้องสมุดทางด้านทิศใต้ สลักภาพพระอิศวรกำลังประทับนั่งอยู่เหนือเขาไกรลาศ ที่หน้าบันห้องสมุดทางด้านทิศเหนือ แสดงภาพพระอินทร์กำลังบันดาลให้ฝนตกลงมา บนอาคารเดียวกันนี้ เหนือหน้าบันทางทิศตะวันตกแสดงภาพพระกฤษณะกำลังประหารพระยากงศ์ในพระราชวัง ภาพสลัก ณ ปราสาทบันทายศรี นอกจากความงดงามในฝีมือการสลักแล้ว ยังมีคุณค่าเกี่ยวกับมนุษย์อย่างลึกซึ้ง อันเห็นได้จากความรู้สึกที่แสดงออกมาจากภาพเหล่านั้น ซึ่งเป็นพยานหลักฐานชิ้นแรก ที่ทำให้เราทราบเกี่ยวกับชีวิตของชาวขอมในต้นพุทธศตวรรษที่ 16
ปราสาทบันทายสรี (Banteay Srei)
ตลาดซาจ๊ะ (Psar chaa)
จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งที่ ตลาดซาจ๊ะ (Psar chaa) ให้ท่านเลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก อาทิ ผ้าพื้นเมือง, เสื้อยืดลายนครวัด และลายต่างๆ ผ้าพันคอ ภาพวาด ภาพแกะสลัก ปลากรอบ ปลาแห้ง และกุนเชียง
จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งที่ ตลาดซาจ๊ะ (Psar chaa) ให้ท่านเลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก อาทิ ผ้าพื้นเมือง, เสื้อยืดลายนครวัด และลายต่างๆ ผ้าพันคอ ภาพวาด ภาพแกะสลัก ปลากรอบ ปลาแห้ง และกุนเชียง
ตลาดซาจ๊ะ (Psar chaa)
ช่วงค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
(21:45) ท่าอากาศยานนานาชาติเสียมเรียบ
ได้เวลาอันสมควร จดจำ และอำลาช่วงเวลาแห่งความสุข นำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติเสียมเรียบ เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
ได้เวลาอันสมควร จดจำ และอำลาช่วงเวลาแห่งความสุข นำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติเสียมเรียบ เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
ท่าอากาศยานนานาชาติเสียมเรียบ
* 21.45 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการไทยแอร์เอเซีย เที่ยวบินที่ FD 619
(22.50 น. ) ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport)
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

อัตราค่าบริการรวม

  • ตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป -กลับพร้อมกรุ๊ป อยู่ต่อต้องเสียค่าเปลี่ยนแปลงตั๋ว
  • ที่พักโรงแรมตามรายการ 2 คืน (กรณีมาไม่ครบคู่และไม่ต้องการเพิ่มเงินพักห้องเดี่ยว)
  • อาหารตามรายการระบุ(สงวนสิทธิในการสลับมื้อหรือเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารตามสถานการณ์)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการระบุ
  • ค่ารถโค้ชรับ-ส่งสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1,000,000 บาท (เป็นไปเงื่อนไขตามกรมธรรม์)
  • ภาษีน้ำมันและภาษีตั๋วทุกชนิด(สงวนสิทธิเก็บเพิ่มหากสายการบินปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง)
  • ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 20 กก.ต่อ 1 ใบ


อัตราค่าบริการไม่รวม

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มพิเศษ,โทรศัพท์-โทรสาร,อินเตอร์เน็ต,มินิบาร์,ซักรีดที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ,การประท้วง,การจลาจล,การนัดหยุดงาน,การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น,คนขับรถ,ผู้ช่วยคนขับรถ 200 บาท /วัน /ลูกทัวร์1ท่าน(บังคับตามระเบียบธรรมเนียมของประเทศค่ะ)
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ตามสินน้ำใจของทุกท่านค่ะ(ไม่รวมในทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถนะคะแต่ไม่บังคับทิปค่ะ)

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง

1.กรุณาจองทัวร์ล่วงหน้าก่อนการเดินทาง พร้อมชำระมัดจำ 5,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระทันทีก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า30 วัน มิฉะนั้นถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

2.กรณียกเลิก  

    2.1 ยกเลิกการเดินทางก่อนการเดินทาง 35 วัน บริษัทฯจะคืนเงินค่ามัดจำให้ทั้งหมด ยกเว้นในกรณีวันหยุดเทศกาล,

    วันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์การคืนเงินมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

    2.2 ยกเลิกภายใน 35 วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์การคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

3. กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการ

เดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ตามความเป็นจริง ในกรณี

เจ็บป่วยกะทันหันก่อนล่วงหน้าเพียง 15 วันทำการ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี

4. บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ

กำหนดไว้(15 ท่านขึ้นไป)เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทฯและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทต้องนำไปชำระ

ค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

5. คณะผู้เดินทางจำนวน 10 ท่านขึ้นไปจึงออกเดินทางมีหัวหน้าทัวร์ไทยร่วมเดินทางไปด้วย

6.กรณีที่ท่านต้องออกตั๋วภายใน เช่น (ตั๋วเครื่องบิน,ตั๋วรถทัวร์,ตั๋วรถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้ง

ก่อนทำการออกตั๋ว เนื่องจากสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ทบิน หรือ เวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า


รายละเอียดเพิ่มเติม

- บริษัทฯมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมทัวร์ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

- เที่ยวบิน , ราคาและรายการท่องเที่ยว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

- หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และบริษัทฯรับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น (หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน บริษัทฯไม่รับผิดชอบหากอายุเหลือไม่ถึงและไม่สามารถเดินทางได้ )

- ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดความล่าช้าของสายการบิน,การประท้วง,การนัดหยุดงาน,การก่อจลาจล หรือกรณีท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือ เจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งจากไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯหรือเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม)

- ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัททัวร์)

- ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ,ไม่ทานอาหารบางมื้อ,เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่างทางบริษัทฯได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาจ่ายขาด ก่อนเดินทางเรียบร้อยแล้วเป็นการชำระเหมาขาด

- ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหายจากการโจรกรรมและหรือเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเองหรือในกรณีที่กระเป๋าเกิดสูญหายหรือชำรุดจากสายการบิน

- กรณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯและในต่างประเทศปฎิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศที่ระบุไว้ในรายการเดินทาง บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

- ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วราคาพิเศษ กรณีที่ท่านไม่เดินทางพร้อมคณะไม่สามารถนำมาเลื่อนวันหรือคืนเงินและไม่สามารถเปลี่ยนชื่อได้

- เมื่อท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนผ่านตัวแทนของบริษัทฯหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯจะถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆที่ได้ระบุไว้ข้างต้นนี้แล้วทั้งหมด

- กรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ เช่น Charter Flight , Extra Flightจะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมด

** ก่อนตัดสินใจจองทัวร์ควรอ่านเงื่อนไขการเดินทางอย่างถ่องแท้แล้วจึงมัดจำเพื่อประโยชน์ของท่านเอง**



"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2019 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th