แชร์ LINE
โหลด PDF
จองด่วน !
EU134 ทัวร์ยุโรป 3 ประเทศ อิตาลี - สวิสเซอร์แลนด์ (ทิตลิส) - ฝรั่งเศส เที่ยวเวนิสเมืองแห่งสายน้ำ นั่งรถไฟชมวิวพิชิตยอดเขาจุงเฟรา ขึ้นหอไอเฟลชมวิวรอบเมือง 9 วัน 6 คืน โดยสายการบิน Thai Airways
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
ทัวร์ยุโรป 3 ประเทศ อิตาลี - สวิสเซอร์แลนด์ (ทิตลิส) - ฝรั่งเศส เที่ยวเวนิสเมืองแห่งสายน้ำ นั่งรถไฟชมวิวพิชิตยอดเขาจุงเฟรา ขึ้นหอไอเฟลชมวิวรอบเมือง 9 วัน 6 คืน โดยสายการบิน Thai Airways
นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV สู่มหานครปารีส
• กรุงโรมเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่และเกรียงไกรในยุคจักรวรรดิโรมัน • นครรัฐวาติกัน ชมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หนึ่งในสี่ของมหาวิหารเอกของกรุงโรม • ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกคู่กับสนามกีฬาโคลอสเซียม โบราณสถานเก่าแก่ และยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก • ปิซ่า ชมจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในชื่อ “จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า” • เที่ยวเวนิสเมืองแห่งสายน้ำ • นั่งรถไฟชมวิวพิชิตยอดเขาจุงเฟรา ทานอาหารบนยอดเขาพร้อมมวิวแบบพาโนราม่า • นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV สู่มหานครปารีส • ที่สุดของความวิจิตร “พระราชวังแวร์ซาย” มรดกโลกแห่งกรุงปารีส • ล่องเรือแม่น้ำแซนน์ • ขึ้นหอไอเฟลชมวิวรอบเมือง • พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ • ช้อปปิ้งแบรนด์เนม ณ ห้างสรรพสินค้าแกลเลอรี่ ลาฟาแยต

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
วันที่ 2: ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงโรม เลโอนาร์โด ดา วินชี-ฟีอูมีชีโน (Leonardo da Vinci–Fiumicino International Airport) / กรุงโรม (Rome) / นครรัฐวาติกัน (Vatican) / มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หรือ มหาวิหารนักบุญเปโตร (Basilica of Saint Peter) / (ผ่านชม) จัตุรัสเวเนเซีย (Piazza Venezia) / ประตูชัยคอนสแตนติน (Arch of Constantine) / โรมันฟอรัม (Roman Forum) / สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) / มหาวิหารแพนธีออน (Pantheon) / ย่านบันไดสเปน (Spanish Steps or Piazza di Spagna) / เมืองปราโต้ (Prato) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / Wall Art Hotel
วันที่ 3: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม / เมืองปิซ่า (Pisa) / จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี หรือ จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า (Compo Dei Miracoli) / หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / เมืองเวนิส เมสเตร้ (Venice Mestre) / จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco) หรือ จัตุรัสเซนต์มาร์ค (Saint Mark Square) / โบสถ์ซานมาร์โค (Basilica di San Marco) หรือ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (Saint Mark’s Basilica) / อิสระท่องเที่ยวตามอัธยาศัย ณ เกาะเวนิส / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / Delfino Ambasciatori Hotel
วันที่ 4: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม / เมืองมิลาน (Milan) / มหาวิหารแห่งมิลาน (Milan Cathedral) / แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / เมืองอินเทอร์ลาเก้น (Interlaken) / อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย / City Oberland Hotel
วันที่ 5: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม / เมืองกรินเดลวาลด์ (Grindelwald) / นั่งรถไฟสู่ยอดเขาจุงเฟรา (Railways of the Jungfrau Region) / ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau Mountain) / ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนยอดเขา / นั่งรถไฟจากสถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine scheidegg) สู่ สถานีเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) / เมืองดิจอง (Dijon) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / Ibis Dijon Hotel
วันที่ 6: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม / นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV สู่ มหานครปารีส / มหานครปารีส (Paris) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) / ล่องเรือแม่น้ำแซนด์ (Seine River Cruise) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / Best Western Hotel CDG Airport
วันที่ 7: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม / หอไอเฟล (Eiffel Tower) / พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) / จัตุรัสคองคอร์ด (Place Dela Concorde) / ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) / จัตุรัสทรอคาเดโร (Trocadero Square) / ประตูชัยนโปเลียน หรือ ประตูชัยอาร์คทรอมเฟย์ (Arc de Triomphe) / ร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) - ปารีส / อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย / ห้างสรรพสินค้าแกลเลอรี่ ลาฟาแยต (Galeries Lafayette) / อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย / Best Western Hotel CDG Airport
วันที่ 8: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม / ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส ชาร์ล เดอ โกล (Paris-Charles de Gaulle International Airport)
วันที่ 9: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
15 มื้อ, อิสระ 3 มื้อ 6 คืน

มีการเข้าชมทั้งหมด: 4,105 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 1 คน          

** หากท่านต้องซื้อบัตรโดยสารภายในประเทศเพื่อไปและกลับกรุงเทพฯ กรุณาเลือกซื้อบัตรโดยสารภายในประเทศประเภทที่สามารถเลื่อนวันและเวลาในการเดินทางได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาเที่ยวบินล่าช้า หรือการเปลี่ยนแปลงเวลาของเที่ยวบินหรือการเปลี่ยนแปลงวันเดินทางกรณีเกิดความผิดพลาดจากบริการจากสายการบิน (ความล่าช้าของเที่ยวบิน การยกเลิกเที่ยวบิน มีการยุบเที่ยวบินรวมกัน ตารางการการเดินทางมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากสายการบินพิจารณาสถานการณ์แล้วว่า อยู่นอกเหนือความควบคุม หรือเหตุผลทางด้านความปลอดภัยเป็นต้น) โปรดเข้าใจและรับทราบว่าผู้จัดจะไม่รับผิดชอบและไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ในทุกกรณี **

(กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้าก่อนการเดินทางอย่างน้อย 8 สัปดาห์ เพื่อความสะดวกในการยื่นวีซ่า)

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
พักเดี่ยวชำระเพิ่มท่านละ 19,000 บาท

Thai Airways (TG)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.พ.62)
พฤ.  20-28 มิ.ย.
72,900.- Thai Airways ว่าง
พฤ.  27 มิ.ย.-05 ก.ค.
72,900.- Thai Airways ว่าง

ตารางบิน
Thai Airways (TG) เวลาบินขาไป 00:01 - 06:00 BKK - FCO TG944
เวลาบินขากลับ 12:30 - 06:00 CDG - BKK TG931

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
วันที่ 1
ช่วงค่ำ
(21:30) ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
* 00:01 น. ออกเดินทางสู่ ประเทศอิตาลี โดยสายการบิน Thai Airways (TG) เที่ยวบินที่ TG944
วันที่ 2
ช่วงเช้า
(06:00) ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงโรม เลโอนาร์โด ดา วินชี-ฟีอูมีชีโน (Leonardo da Vinci–Fiumicino International Airport)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงโรม เลโอนาร์โด ดา วินชี-ฟีอูมีชีโน (Leonardo da Vinci–Fiumicino International Airport) ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจหนังสือเดินทาง ด่านศุลกากร และตรวจรับสัมภาระ
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงโรม เลโอนาร์โด ดา วินชี-ฟีอูมีชีโน (Leonardo da Vinci–Fiumicino International Airport) ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจหนังสือเดินทาง ด่านศุลกากร และตรวจรับสัมภาระ
ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงโรม เลโอนาร์โด ดา วินชี-ฟีอูมีชีโน (Leonardo da Vinci–Fiumicino International Airport)
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
กรุงโรม (Rome)
นำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอิตาลี ซึ่งมีอดีตอันยิ่งใหญ่และเกรียงไกรในยุคจักรวรรดิโรมันโรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี กรุงโรมตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ดริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ตอนกลางของประเทศโดยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรในอดีตมากมาย เช่น อาณาจักรโรมัน สาธารณโรมัน และจักรวรรดิโรมัน โรมเคยเป็นเมืองที่มรบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตก และในอดีตได้เป็ (อ่านต่อ)
นำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอิตาลี ซึ่งมีอดีตอันยิ่งใหญ่และเกรียงไกรในยุคจักรวรรดิโรมันโรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี กรุงโรมตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ดริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ตอนกลางของประเทศโดยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรในอดีตมากมาย เช่น อาณาจักรโรมัน สาธารณโรมัน และจักรวรรดิโรมัน โรมเคยเป็นเมืองที่มรบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตก และในอดีตได้เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมืองโรมมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาจากหมู่บ้านเล็กๆในประเทศอิตาลีสมัยราว 9 ศตวรรษก่อนคริสตกาล เติบโตจนกลายเป็นอาณาจักรที่มีอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่ขยายอิทธิพลครอบคลุมแถบเมดิเตอร์เรเนียนนานนับศตวรรษจนกลายมาเป็นเมืองหลวงในปัจจุบัน กรุงโรมได้รับฉายาว่าเป็นเมืองอมตะนคร หรือนครที่ไม่มีวันตาย เป็นศูนย์กลางแห่งอารยธรรม, ศูนย์กลางแห่งศิลปวัฒนธรรม, ศูนย์กลางการปกครองและอำนาจของอาณาจักรโรมัน นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์อีกด้วย กรุงโรมนับได้ว่าเป็นหนึ่งในเมืองหลวงทางด้านแฟชั่นของโลก และเต็มไปด้วยร้านแบรนเนมชื่อดังมากมายไม่ว่าจะเป็น Armani, Versace และ Ferre
กรุงโรม (Rome)
นครรัฐวาติกัน (Vatican)
นำท่านเดินทางสู่ นครรัฐวาติกัน (Vatican) รัฐอิสระที่ปกครองตนเอง เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ศูนย์กลางคือมหาวิหารนักบุญเปโตร ซึ่งออกแบบโดยมีเกลันเจโล
นำท่านเดินทางสู่ นครรัฐวาติกัน (Vatican) รัฐอิสระที่ปกครองตนเอง เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ศูนย์กลางคือมหาวิหารนักบุญเปโตร ซึ่งออกแบบโดยมีเกลันเจโล
นครรัฐวาติกัน (Vatican)
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หรือ มหาวิหารนักบุญเปโตร (Basilica of Saint Peter)
นำท่านเดินทางสู่ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หรือ มหาวิหารนักบุญเปโตร (Basilica of Saint Peter) นำท่านเข้าชมมหาวิหาร หนึ่งในสี่ของมหาวิหารเอกของกรุงโรมที่ตั้งอยู่ใน เขตรัฐวาติกัน เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในรัฐ ได้รับการออกแบบโดย ไมเคิล แองเจลโล ภายในมหาวิหารซึ่งประดับประดาไปด้วยงานศิลปะชิ้นเอกมากมาย อาทิเช่น ปิเอต้า ( The Pieta ) รูปแกะสลักหินอ่อนแม่พระมารีอุ้มพระศพของพระเยซูเจ้าไว้บนตัก และเป็นสถานท (อ่านต่อ)
นำท่านเดินทางสู่ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หรือ มหาวิหารนักบุญเปโตร (Basilica of Saint Peter) นำท่านเข้าชมมหาวิหาร หนึ่งในสี่ของมหาวิหารเอกของกรุงโรมที่ตั้งอยู่ใน เขตรัฐวาติกัน เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในรัฐ ได้รับการออกแบบโดย ไมเคิล แองเจลโล ภายในมหาวิหารซึ่งประดับประดาไปด้วยงานศิลปะชิ้นเอกมากมาย อาทิเช่น ปิเอต้า ( The Pieta ) รูปแกะสลักหินอ่อนแม่พระมารีอุ้มพระศพของพระเยซูเจ้าไว้บนตัก และเป็นสถานที่ที่ได้ชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของคริสตจักรโรมันคาทอลิกอีกด้วย
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หรือ มหาวิหารนักบุญเปโตร (Basilica of Saint Peter)
(ผ่านชม) จัตุรัสเวเนเซีย (Piazza Venezia)
ระหว่างทางเที่ยวชมเมือง ผ่านชม จัตุรัสเวเนเซีย (Piazza Venezia) จตุรัสที่ยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงโรม จัตุรัสแห่งเป็นศูนย์รวมของอาคารที่มีความสำคัญ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระราชวังเวเนเซีย ที่สร้างโดยคาร์ดินัลแห่งเวเนเซียในปี 1455 ทุกวันนี้กลายเป็นที่ตั้งของสถานทูตแห่งสาธารณรัฐเวนิสในโรม และชื่อของจัตุรัสก็ตั้งขึ้นตามชื่อพระราชวังหลังนี้ หากมองไปทางทิศใต้ของจัตุรัสจะเห็นอนุสาวรีย์ของ Victor Emmanuel Il กษัตริย (อ่านต่อ)
ระหว่างทางเที่ยวชมเมือง ผ่านชม จัตุรัสเวเนเซีย (Piazza Venezia) จตุรัสที่ยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงโรม จัตุรัสแห่งเป็นศูนย์รวมของอาคารที่มีความสำคัญ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระราชวังเวเนเซีย ที่สร้างโดยคาร์ดินัลแห่งเวเนเซียในปี 1455 ทุกวันนี้กลายเป็นที่ตั้งของสถานทูตแห่งสาธารณรัฐเวนิสในโรม และชื่อของจัตุรัสก็ตั้งขึ้นตามชื่อพระราชวังหลังนี้ หากมองไปทางทิศใต้ของจัตุรัสจะเห็นอนุสาวรีย์ของ Victor Emmanuel Il กษัตริย์พระองค์แรกหลังจากได้รวมอิตาลีเป็นหนึ่งเดียวในปี 1871 ส่วนทิศเหนือของจัตุรัสจะมี Palazzo Bonaparte ซึ่งเป็นบ้านของมารดาแห่งนโปเลียน และไม่ห่างจากพระราชวังยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์ซาน มาโครอีกด้วย
(ผ่านชม) จัตุรัสเวเนเซีย (Piazza Venezia)
ประตูชัยคอนสแตนติน (Arch of Constantine)
นำท่านชม ประตูชัยคอนสแตนติน (Arch of Constantine) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของ “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” ถือว่าเป็นมรดกสำคัญของประเทศอิตาลีอีกที่หนึ่ง ตั้งอยู่ระหว่าง โคลอสเซียม และพาลาตินฮิลล์ ประตูชัยคอนสแตนตินนั้นสร้างขึ้น ในวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ.312 เพื่อฉลองชัยชนะของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 ที่มีชัยชนะเหนือแม็กเซนติอุส ในสงคราม Battle of Milvian Bridge ซึ่งประตูนี้ถือได้ว่าเป็นต้นแบบของประตู (อ่านต่อ)
นำท่านชม ประตูชัยคอนสแตนติน (Arch of Constantine) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของ “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” ถือว่าเป็นมรดกสำคัญของประเทศอิตาลีอีกที่หนึ่ง ตั้งอยู่ระหว่าง โคลอสเซียม และพาลาตินฮิลล์ ประตูชัยคอนสแตนตินนั้นสร้างขึ้น ในวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ.312 เพื่อฉลองชัยชนะของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 ที่มีชัยชนะเหนือแม็กเซนติอุส ในสงคราม Battle of Milvian Bridge ซึ่งประตูนี้ถือได้ว่าเป็นต้นแบบของประตูชัยอื่นๆ เช่น ประตูชัยฝรั่งเศส เป็นต้น
ประตูชัยคอนสแตนติน (Arch of Constantine)
โรมันฟอรัม (Roman Forum)
นำท่านชม โรมันฟอรัม (Roman Forum) ศูนย์กลางทุกด้านของกรุงโรมโบราณเป็นที่รวมของเหล่านักปราชญ์ผู้วางรากฐานประชาธิปไตยให้โลกจนปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการประชุมทางการเมือง การปกครอง มีโบสถ์วิหารสำหรับบูชาเทพเจ้าของโรมันมีตลาดร้านค้า อาคารที่สำคัญต่างๆ มากมาย ปัจจุบันส่วนใหญ่เหลือแต่ซากปรักหักพัง แต่ก็ยังเห็นโครงสร้างของความยิ่งใหญ่ที่สำคัญ ตัวหมู่อาคารฟอรัมทั้งหมด ใช้เวลาก่อสร้างเป็นเวลายาวนานถึง 900 ปี (อ่านต่อ)
นำท่านชม โรมันฟอรัม (Roman Forum) ศูนย์กลางทุกด้านของกรุงโรมโบราณเป็นที่รวมของเหล่านักปราชญ์ผู้วางรากฐานประชาธิปไตยให้โลกจนปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการประชุมทางการเมือง การปกครอง มีโบสถ์วิหารสำหรับบูชาเทพเจ้าของโรมันมีตลาดร้านค้า อาคารที่สำคัญต่างๆ มากมาย ปัจจุบันส่วนใหญ่เหลือแต่ซากปรักหักพัง แต่ก็ยังเห็นโครงสร้างของความยิ่งใหญ่ที่สำคัญ ตัวหมู่อาคารฟอรัมทั้งหมด ใช้เวลาก่อสร้างเป็นเวลายาวนานถึง 900 ปี ทั้งยังใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจ และที่ชุมนุมทางการเมือง แต่เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมลงโรมันฟอรัมก็ถูกทิ้งร้าง จนถึงยุคกลางก็กลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง ชิ้นส่วนอิฐและหินอ่อนถูกรื้อนำไปสร้างบ้านเรือน จนกระทั่งเข้ายุคเรอเนสซองส์ ซึ่งผู้คนหันมาให้ความสนใจกับศิลปินวิทยาการของโรมันอีกครั้ง โรมันฟอรัมก็ได้กลายเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินหลายคน จึงเริ่มมีการขุดค้นทางโบราณคดี และการขุดค้นศึกษาด้านต่างๆ ก็ยังคงดำเนินอยู่จนทุกวัน
โรมันฟอรัม (Roman Forum)
สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum)
นำท่านแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum) โบราณสถานเก่าแก่ และยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 คน โคลอสเซียมมีการออกแบบที่ชาญฉลาด โครงสร้างรูปวงรีช่วยให้ผู้ชมสามารถชมการแข่งขันได้โดยไม่มีจุดอับ และให้ความรู้สึกราวกับได้สัมผัสนักกีฬาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ระบบระบายน้ำช่วยมิให้น้ำท่วมขังเวลาฝนตก ถือเป็นต้นแบบสนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบั (อ่านต่อ)
นำท่านแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum) โบราณสถานเก่าแก่ และยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 คน โคลอสเซียมมีการออกแบบที่ชาญฉลาด โครงสร้างรูปวงรีช่วยให้ผู้ชมสามารถชมการแข่งขันได้โดยไม่มีจุดอับ และให้ความรู้สึกราวกับได้สัมผัสนักกีฬาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ระบบระบายน้ำช่วยมิให้น้ำท่วมขังเวลาฝนตก ถือเป็นต้นแบบสนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบัน บางครั้งเรียกว่า โคลีเซียม (Coliseum) ทุกวันนี้ยังมีโครงสร้างเกือบสมบูรณ์ และเป็นโบราณสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคาร
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain)
นำท่านชม น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) จุดกำเนิดของเสียงเพลง ทรีคอยน์ออฟเดอร์ฟาวด์เท่นที่โด่งดัง ชมความสวยงามของงานประติมากรรมหินอ่อนแบบบาร็อค ซึ่งเป็นเรื่องราวของเทพมหาสมุทร ตามตำนานกล่าวไว้ว่าหากใครได้มาถึงน้ำพุแห่งนี้แล้วโยนเหรียญอธิษฐานทิ้งไว้จะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้งหนึ่ง
นำท่านชม น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) จุดกำเนิดของเสียงเพลง ทรีคอยน์ออฟเดอร์ฟาวด์เท่นที่โด่งดัง ชมความสวยงามของงานประติมากรรมหินอ่อนแบบบาร็อค ซึ่งเป็นเรื่องราวของเทพมหาสมุทร ตามตำนานกล่าวไว้ว่าหากใครได้มาถึงน้ำพุแห่งนี้แล้วโยนเหรียญอธิษฐานทิ้งไว้จะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้งหนึ่ง
น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain)
มหาวิหารแพนธีออน (Pantheon)
นำท่านชม มหาวิหารแพนธีออน (Pantheon) มหาวิหารที่มีอายุกว่า 2,000 ปี แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะแห่งการสร้างสรรค์ของสถาปนิกสมัยโบราณกับเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร  คือเป็นวิหารทรงกระบอก กว้าง 142 ฟุต และสูง 142 ฟุตเท่ากัน ไม่มีเสาค้ำกลางคอยรับน้ำหนักทั้งที่มีขนาดใหญ่โต  นอกจากนี้วิหารแพนธีออนยังใช้เป็นสถานที่ฝังศพกษัตริย์ บุคคลในราชวงศ์และบุคคลสำคัญ เช่น พระศพของกษัตริย์ 2 พระองค์สุดท้ายของอิตาลีคือ พระเจ้าวิ (อ่านต่อ)
นำท่านชม มหาวิหารแพนธีออน (Pantheon) มหาวิหารที่มีอายุกว่า 2,000 ปี แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะแห่งการสร้างสรรค์ของสถาปนิกสมัยโบราณกับเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร  คือเป็นวิหารทรงกระบอก กว้าง 142 ฟุต และสูง 142 ฟุตเท่ากัน ไม่มีเสาค้ำกลางคอยรับน้ำหนักทั้งที่มีขนาดใหญ่โต  นอกจากนี้วิหารแพนธีออนยังใช้เป็นสถานที่ฝังศพกษัตริย์ บุคคลในราชวงศ์และบุคคลสำคัญ เช่น พระศพของกษัตริย์ 2 พระองค์สุดท้ายของอิตาลีคือ พระเจ้าวิกเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 และพระเจ้าอุมแบร์โตที่ 1 และยังมีศพของ ราฟาเอล จิตรกรชาวอิตาลีที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาด้วย
มหาวิหารแพนธีออน (Pantheon)
ย่านบันไดสเปน (Spanish Steps or Piazza di Spagna)
นำท่านอิสระเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ที่ ย่านบันไดสเปน (Spanish Steps or Piazza di Spagna) จัตุรัสแห่งนี้ถูกเรียกชื่อตามสถานทูตสเปนซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับบริเวณนั้น ปัจจุบันเป็นแหล่งพบปะพักผ่อนเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าของที่ระลึกต่างๆ
นำท่านอิสระเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ที่ ย่านบันไดสเปน (Spanish Steps or Piazza di Spagna) จัตุรัสแห่งนี้ถูกเรียกชื่อตามสถานทูตสเปนซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับบริเวณนั้น ปัจจุบันเป็นแหล่งพบปะพักผ่อนเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าของที่ระลึกต่างๆ
ย่านบันไดสเปน (Spanish Steps or Piazza di Spagna)
เมืองปราโต้ (Prato)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปราโต้ (Prato) เมืองสวยที่มีชื่อเสียงทางด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีพื้นที่เพียงแค่ 365 ตารางกิโลเมตร แต่มีประชากรมากถึง 249,930 คน (ค.ศ.2010)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปราโต้ (Prato) เมืองสวยที่มีชื่อเสียงทางด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีพื้นที่เพียงแค่ 365 ตารางกิโลเมตร แต่มีประชากรมากถึง 249,930 คน (ค.ศ.2010)
เมืองปราโต้ (Prato)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Wall Art Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Wall Art Hotel หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Wall Art Hotel หรือเทียบเท่า
Wall Art Hotel
วันที่ 3
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองปิซ่า (Pisa)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางตะวันตกของฟลอเรนซ์ ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ปิซ่าก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางตะวันตกของฟลอเรนซ์ ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ปิซ่าก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
เมืองปิซ่า (Pisa)
จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี หรือ จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า (Compo Dei Miracoli)
นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี หรือ จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า (Compo Dei Miracoli) จัตุรัสกัมโปเดย์มีราโกลี ซึ่งแปลว่าจัตุรัสอัศจรรย์ ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในชื่อ “จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า” คือบริเวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพงใจกลางเมืองปิซ่า ประกอบไปด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ ได้แก่ มหาวิหารปิซา (Duomo), หอเอน (Torre), หอศีลจุ่ม (Baptistery) และ สุสาน (Camposanto) (อ่านต่อ)
นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี หรือ จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า (Compo Dei Miracoli) จัตุรัสกัมโปเดย์มีราโกลี ซึ่งแปลว่าจัตุรัสอัศจรรย์ ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในชื่อ “จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า” คือบริเวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพงใจกลางเมืองปิซ่า ประกอบไปด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ ได้แก่ มหาวิหารปิซา (Duomo), หอเอน (Torre), หอศีลจุ่ม (Baptistery) และ สุสาน (Camposanto) เริ่มสร้างปี ค.ศ. 1173 แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1372 องค์การยูเนสโก้ประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในปี ค.ศ.1987 อิสระให้ท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย
จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี หรือ จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า (Compo Dei Miracoli)
หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa)
นำท่านชม หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่ หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใ (อ่านต่อ)
นำท่านชม หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่ หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระได้ถ่ายรูปคู่หอเอนและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย
หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคาร
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองเวนิส เมสเตร้ (Venice Mestre)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส เมสเตร้ (Venice Mestre) ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียติก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส เมสเตร้ (Venice Mestre) ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียติก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด
เมืองเวนิส เมสเตร้ (Venice Mestre)
จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco) หรือ จัตุรัสเซนต์มาร์ค (Saint Mark Square)
ชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco) หรือ จัตุรัสเซนต์มาร์ค (Saint Mark Square) จัตุรัสที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี สถานที่ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โคเป็นฉากหลัง ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ ประดับประดาด้วยโมเสกทองคำอันงดงาม
ชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco) หรือ จัตุรัสเซนต์มาร์ค (Saint Mark Square) จัตุรัสที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี สถานที่ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โคเป็นฉากหลัง ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ ประดับประดาด้วยโมเสกทองคำอันงดงาม
จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco) หรือ จัตุรัสเซนต์มาร์ค (Saint Mark Square)
โบสถ์ซานมาร์โค (Basilica di San Marco) หรือ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (Saint Mark’s Basilica)
นำท่านชม โบสถ์ซานมาร์โค (Basilica di San Marco) หรือ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (Saint Mark’s Basilica) มหาวิหารโรมันคาทอลิกที่ได้รับสมญานามว่า Chiesa d’oro หรือโบสถ์ทองตั้งแต่ในศตวรรษที่ 11 เป็นตัวอย่างอันสำคัญของสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ที่ประดับประดาด้วยโมเสกทองคำอันงดงาม และยังใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตกอีกด้วย ซึ่งตั้งอยู่บนจัตุรัสซานมาร์โคหรือจัตุรัสเซนต์มาร์ค กลางเมืองเวนิส
นำท่านชม โบสถ์ซานมาร์โค (Basilica di San Marco) หรือ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (Saint Mark’s Basilica) มหาวิหารโรมันคาทอลิกที่ได้รับสมญานามว่า Chiesa d’oro หรือโบสถ์ทองตั้งแต่ในศตวรรษที่ 11 เป็นตัวอย่างอันสำคัญของสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ที่ประดับประดาด้วยโมเสกทองคำอันงดงาม และยังใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตกอีกด้วย ซึ่งตั้งอยู่บนจัตุรัสซานมาร์โคหรือจัตุรัสเซนต์มาร์ค กลางเมืองเวนิส
โบสถ์ซานมาร์โค (Basilica di San Marco) หรือ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (Saint Mark’s Basilica)
อิสระท่องเที่ยวตามอัธยาศัย ณ เกาะเวนิส
อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมและช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของเวนิสได้ตามอัธยาศัย อาทิ เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบ และคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก หรือนั่งจิบกาแฟชิลล์ชิลล์ในร้าน CAFE FLORIAN ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1720 หรือล่องเรือกอนโดล่าชมเมืองเวนิส
อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมและช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของเวนิสได้ตามอัธยาศัย อาทิ เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบ และคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก หรือนั่งจิบกาแฟชิลล์ชิลล์ในร้าน CAFE FLORIAN ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1720 หรือล่องเรือกอนโดล่าชมเมืองเวนิส
อิสระท่องเที่ยวตามอัธยาศัย ณ เกาะเวนิส
* หากท่านใดสนใจล่องเรือกอนโดล่าสามารถติดต่อสอบถามค่าใช้จ่ายได้กับเจ้าหน้าที่ ไกด์ท้องถิ่น หรือหัวหน้าทัวร์
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Delfino Ambasciatori Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Delfino Ambasciatori Hotel หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Delfino Ambasciatori Hotel หรือเทียบเท่า
Delfino Ambasciatori Hotel
วันที่ 4
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองมิลาน (Milan)
นำท่านสู่เมืองมิลานมีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม นอกจากนี้มิลานยังเป็นที่รู้จักจากประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน (Panettone) อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึง สโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน และ สโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน
นำท่านสู่เมืองมิลานมีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม นอกจากนี้มิลานยังเป็นที่รู้จักจากประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน (Panettone) อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึง สโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน และ สโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน
เมืองมิลาน (Milan)
มหาวิหารแห่งมิลาน (Milan Cathedral)
นำท่านเข้าชม มหาวิหารแห่งมิลาน (Milan Cathedral) เป็นมหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่อลังการและยิ่งใหญ่ ด้วยความสูง 157 เมตรและกว้างถึง 92 เมตร จึงได้ชื่อว่าเป็นมหาวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่จัตุรัสกลางเมืองมิลาน เป็นแลนด์มาร์คสำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ของมิลาน มหาวิหารแห่งมิลานหรือที่รู้จักกันในภาษาอิตาลีว่า Duomo di Milano มหาวิหารได้เริ่มก่อสร้างในปี 1386 ในยุคสมัยของ Antonio da S (อ่านต่อ)
นำท่านเข้าชม มหาวิหารแห่งมิลาน (Milan Cathedral) เป็นมหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่อลังการและยิ่งใหญ่ ด้วยความสูง 157 เมตรและกว้างถึง 92 เมตร จึงได้ชื่อว่าเป็นมหาวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่จัตุรัสกลางเมืองมิลาน เป็นแลนด์มาร์คสำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ของมิลาน มหาวิหารแห่งมิลานหรือที่รู้จักกันในภาษาอิตาลีว่า Duomo di Milano มหาวิหารได้เริ่มก่อสร้างในปี 1386 ในยุคสมัยของ Antonio da Saluzzo โดยจิอาน กาเลอัซโช วิสคอนดิ แห่งตระกูลวิสคอนดิ ความโดดเด่นของ Duomo di Milano นั้นอยู่ที่ยอดแหลมบนหลังคาวิหาร ซึ่งด้วยวิหารตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีระดับความสูง 108.5 เมตรจากพื้นดิน และถูกรายล้อมด้วยยอดแหลมประมาณ 135 ยอดบนหลังคาทำให้มหาวิหารนั้นดูสง่า สวยงามแปลกตา นอกจากนั้นแล้วที่บริเวณส่วนบนยอดใหญ่ตรงกลางที่ถูกรายล้อมด้วยยอดแหลมนั้นยังเป็น Madunina คือเป็นรูปปั้นรูปแม่พระทำด้วยทองสัมฤทธิ์ที่มีขนาดใหญ่สูงประมาณ 4 เมตร บริเวณด้านหน้าของวิหารได้รับการตกแต่งด้วยรูปปั้นและรูปสลักหินอ่อนที่ประณีตสวยงาม ภายในตกแต่งด้วยรูปปั้นนักบุญ และเรื่องราวในพระคัมภีร์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านรูปมากกว่า 3000 รูป มีกระจกสีสันสวยงาม มีแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ส่วนที่นั่งหน้าแท่นถูกแบ่งเป็น 5 ส่วนด้วยเสาคอลัมน์ขนาดใหญ่หลายเสา ส่วนด้านหลังเป็นหน้าต่างขนาดใหญ่ที่ข้างในเป็นกระจกสีที่เมื่อมองระยะไกลจะดูเหมือนภาพโมเสกสีสันสวยงามโดดเด่น แต่ความจริงแล้วคือรูปของนักบุญ ที่ใต้พระแท่นบูชานั้นเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับเก็บสมบัติทางศาสนาอีกทั้งยังเป็นหลุมฝังศพของนักบุญคาร์โล บอร์โรเมโออีกด้วย
มหาวิหารแห่งมิลาน (Milan Cathedral)
แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II)
ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า จากนั้นนำท่านไปยัง ห้างแกลอเรียวิคเตอร์เอ็มมานูเอล อิสระก (อ่านต่อ)
ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า จากนั้นนำท่านไปยัง ห้างแกลอเรียวิคเตอร์เอ็มมานูเอล อิสระกับการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของโลก อาทิเช่น LV, PRADA, GUCCI, TODS เป็นต้น ที่ แกลลอเรียวิคเตอร์เอ็มมานูเอล (Galerie Victor Emmanuel) ซึ่งถือเป็นร้าน Prada ร้านแรกของโลก
แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคาร
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองอินเทอร์ลาเก้น (Interlaken)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอินเทอร์ลาเก้น (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบทูน และทะเลสาบเบรียนซ์ อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ ได้ตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอินเทอร์ลาเก้น (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบทูน และทะเลสาบเบรียนซ์ อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ ได้ตามอัธยาศัย
เมืองอินเทอร์ลาเก้น (Interlaken)
ช่วงค่ำ
อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย
อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยวและช้อปปิ้งของท่าน
อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยวและช้อปปิ้งของท่าน
อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
City Oberland Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ City Oberland Hotel หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ City Oberland Hotel หรือเทียบเท่า
City Oberland Hotel
วันที่ 5
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองกรินเดลวาลด์ (Grindelwald)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกรินเดลวาลด์ (Grindelwald) เมืองเล็กๆ น่ารัก เมืองที่มีชื่อเสียงของกรุงเบิร์น ได้ชื่อว่าเป็นเมืองสกีรีสอร์ทที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในหุบเขารายล้อมด้วยภูเขาที่สวยงามเป็นสถานที่โรแมนติกที่สุด โดยตัวเมืองตั้งอยู่บนเทือกเขากรุงเบิร์น-แอลป์ เหนือระดับน้ำทะเล 1,034 เมตร ในช่วงฤดูหนาว เมืองเล็กๆ แห่งนี้จะคับคั่งไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ เนื่องจากกรินเดลวาลด์นั้น (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกรินเดลวาลด์ (Grindelwald) เมืองเล็กๆ น่ารัก เมืองที่มีชื่อเสียงของกรุงเบิร์น ได้ชื่อว่าเป็นเมืองสกีรีสอร์ทที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในหุบเขารายล้อมด้วยภูเขาที่สวยงามเป็นสถานที่โรแมนติกที่สุด โดยตัวเมืองตั้งอยู่บนเทือกเขากรุงเบิร์น-แอลป์ เหนือระดับน้ำทะเล 1,034 เมตร ในช่วงฤดูหนาว เมืองเล็กๆ แห่งนี้จะคับคั่งไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ เนื่องจากกรินเดลวาลด์นั้นเป็นเมืองแห่งรีสอร์ทกีฬาฤดูหนาว
เมืองกรินเดลวาลด์ (Grindelwald)
นั่งรถไฟสู่ยอดเขาจุงเฟรา (Railways of the Jungfrau Region)
นำท่านเปลี่ยนบรรยากาศโดยการนั่งรถไฟชมวิวท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยนำทุกท่านนั่งรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็ค ระหว่างการเดินทางตลอดสองข้างทางนั้น ท่านจะได้เห็นบ้านสไตล์สวิสน่ารักๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป มีทั้งบ้านสีน้ำตาลเข้มตัดกับหน้าต่างสีแดงสด สีครีมอ่อนตัดกับประตูหน้าต่างสีเขียวสด สวยงามแปลกตาและมีเสน่ห์ วิวธรรมชาติที่สลับกันระหว่างสีเขียวของภูเขา ทุ่งหญ้า กับพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาว และแนวป่าสนท (อ่านต่อ)
นำท่านเปลี่ยนบรรยากาศโดยการนั่งรถไฟชมวิวท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยนำทุกท่านนั่งรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็ค ระหว่างการเดินทางตลอดสองข้างทางนั้น ท่านจะได้เห็นบ้านสไตล์สวิสน่ารักๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป มีทั้งบ้านสีน้ำตาลเข้มตัดกับหน้าต่างสีแดงสด สีครีมอ่อนตัดกับประตูหน้าต่างสีเขียวสด สวยงามแปลกตาและมีเสน่ห์ วิวธรรมชาติที่สลับกันระหว่างสีเขียวของภูเขา ทุ่งหญ้า กับพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาว และแนวป่าสนที่งดงาม แล้วนำท่านลงรถไฟ ณ สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรปที่สถานีบนยอดเขาจุงเฟรา
นั่งรถไฟสู่ยอดเขาจุงเฟรา (Railways of the Jungfrau Region)
ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau Mountain)
เดินทางถึง ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau Mountain) เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอินเทอร์ลาเก้น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 4,000 เมตร ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2007 ได้รับการขนานนามว่า Top of Europe ยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป
เดินทางถึง ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau Mountain) เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอินเทอร์ลาเก้น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 4,000 เมตร ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2007 ได้รับการขนานนามว่า Top of Europe ยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป
ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau Mountain)
ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) นำท่านชมถ้ำน้ำแข็งพันปีที่ไม่มีวันละลาย เกิดจากการขุดเจาะใต้ธารน้ำแข็ง Glacier ลึกลงไป 30 เมตร ภายในจะมีผลงานศิลปะเป็นน้ำแข็งแกะสลัก และตกแต่งไว้อย่างสวยงามอยู่ตามจุดต่างๆ ให้เรามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน หรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกเกี่ยวกับยอดเขาจุงฟราว และยังเป็นที่ตั้งของตู้ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย ท่านสามารถเลือกโปสการ์ดสวยๆ สักใบ และเขียนส (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) นำท่านชมถ้ำน้ำแข็งพันปีที่ไม่มีวันละลาย เกิดจากการขุดเจาะใต้ธารน้ำแข็ง Glacier ลึกลงไป 30 เมตร ภายในจะมีผลงานศิลปะเป็นน้ำแข็งแกะสลัก และตกแต่งไว้อย่างสวยงามอยู่ตามจุดต่างๆ ให้เรามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน หรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกเกี่ยวกับยอดเขาจุงฟราว และยังเป็นที่ตั้งของตู้ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย ท่านสามารถเลือกโปสการ์ดสวยๆ สักใบ และเขียนส่งให้ตัวเอง เก็บไว้เป็นความทรงจำว่าครั้งนึงเราก็เคยพิชิตยอดเขา Top of Europe หรือส่งให้กับคนรู้ใจทางบ้านได้อีกด้วย
ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนยอดเขา
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนยอดเขา ท่ามกลางวิวสวยงาม อิ่มเอมไปกับบรรยากาศสุดประทับใจ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนยอดเขา ท่ามกลางวิวสวยงาม อิ่มเอมไปกับบรรยากาศสุดประทับใจ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนยอดเขา
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
นั่งรถไฟจากสถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine scheidegg) สู่ สถานีเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen)
จากนั้นนำท่านเดินทางลงจากเขาโดยนั่งรถไฟจากนั่งรถไฟจากสถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine scheidegg) สู่ สถานีเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศวิวทิวทัศน์อันงดงาม อีกด้านหนึ่งของ Top of Europe
จากนั้นนำท่านเดินทางลงจากเขาโดยนั่งรถไฟจากนั่งรถไฟจากสถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine scheidegg) สู่ สถานีเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศวิวทิวทัศน์อันงดงาม อีกด้านหนึ่งของ Top of Europe
นั่งรถไฟจากสถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine scheidegg) สู่ สถานีเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen)
เมืองดิจอง (Dijon)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดิจอง (Dijon) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของไวน์ชั้นเลิศ และยังเป็นเมืองหลวงของแคว้นเบอร์กัน แคว้นที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส เมืองดิจองเป็นเมืองหลวงที่มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ของแคว้นเบอร์กันดีและฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ในเรื่องของการผลิตไวน์ นอกจากวัฒนธรรมเกี่ยวกับไวน์แล้ว ยังเป็นอีกเมืองที่มีความเกี่ยวพันกับคริสต์ศา (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดิจอง (Dijon) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของไวน์ชั้นเลิศ และยังเป็นเมืองหลวงของแคว้นเบอร์กัน แคว้นที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส เมืองดิจองเป็นเมืองหลวงที่มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ของแคว้นเบอร์กันดีและฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ในเรื่องของการผลิตไวน์ นอกจากวัฒนธรรมเกี่ยวกับไวน์แล้ว ยังเป็นอีกเมืองที่มีความเกี่ยวพันกับคริสต์ศาสนาเป็นอย่างมาก เนื่องจากการมีโบสถ์คริสตจักรจำนวนมากตั้งอยู่ภายในเมือง อีกยังมีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของอาคารเก่าแก่ในเมืองก็มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก วังดยุคแห่งเบอร์กันดี, พิพิธภัณฑ์ศิลปะประจำเมือง, โบสถ์เซนต์ มิเชล, โบสถ์ แซ็ง-เบนีญ นอกจากนี้แล้วภายในเมืองยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองได้ตามอัธยาศัย
เมืองดิจอง (Dijon)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Ibis Dijon Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Ibis Dijon Hotel หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Ibis Dijon Hotel หรือเทียบเท่า
Ibis Dijon Hotel
วันที่ 6
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV สู่ มหานครปารีส
จากนั้นนำท่านนั่งรถไฟความเร็วสูง TGV หรือ Train A Grande Vitesse สู่มหานครปารีส ด้วยความเร็วกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท่านจะได้ชมวิวสวยสองข้างทางระหว่างการเดินทาง
จากนั้นนำท่านนั่งรถไฟความเร็วสูง TGV หรือ Train A Grande Vitesse สู่มหานครปารีส ด้วยความเร็วกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท่านจะได้ชมวิวสวยสองข้างทางระหว่างการเดินทาง
นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV สู่ มหานครปารีส
มหานครปารีส (Paris)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีมนต์เสน่ห์อันเหลือล้น ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนมากที่สุด ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก ที่ทรงด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์ และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีมนต์เสน่ห์อันเหลือล้น ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนมากที่สุด ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก ที่ทรงด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์ และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
มหานครปารีส (Paris)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคาร
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles)
นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) นำท่านเข้าชมพระราชวังที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ชมความวิจิตรพิสดารงดงามตระการตาของงานศิลปกรรมยุคบาร็อค ที่แสดงออกถึงความมีชีวิตชีวาทั้งยังประดับประดาด้วยภาพเขียนสีและศิลปะวัตถุล้ำค่ามากมาย ชมห้องรับรอง ห้องบัลลังก์ ห้องบรรทม และห้องทรงงานต่างๆ ของกษัตริย์และพระราชินี ชมห้องกระจกซึ่งใช้เป็นท้องพระโรง และห้องเต้นรํา ซึ่งเป็นยุคสมัยของการเริ่ม (อ่านต่อ)
นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) นำท่านเข้าชมพระราชวังที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ชมความวิจิตรพิสดารงดงามตระการตาของงานศิลปกรรมยุคบาร็อค ที่แสดงออกถึงความมีชีวิตชีวาทั้งยังประดับประดาด้วยภาพเขียนสีและศิลปะวัตถุล้ำค่ามากมาย ชมห้องรับรอง ห้องบัลลังก์ ห้องบรรทม และห้องทรงงานต่างๆ ของกษัตริย์และพระราชินี ชมห้องกระจกซึ่งใช้เป็นท้องพระโรง และห้องเต้นรํา ซึ่งเป็นยุคสมัยของการเริ่มต้นสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ แล้วถ่ายรูปกับสวนสไตล์ฝรั่งเศสที่สวยงามภายในบริเวณอุทยาน
พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles)
ล่องเรือแม่น้ำแซนด์ (Seine River Cruise)
นำท่านล่องเรือไปตามแม่น้ำแซนด์ (Seine River Cruise) แม่น้ำสายหลักของกรุงปารีสที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของอาคารต่างๆตลอดสองฝากฝั่งแม่น้ำ โดยเรือจะล่องผ่านมหาวิหารนอเตรอดามแห่งปารีส (Notre-dame de Paris) มหาวิหารอันเก่าเเก่ที่ตั้งอยู่ริมเเม่น้ำเเซน มีอายุกว่า 800 ปี จุดกิโลเมตรที่ศูนย์ของประเทศฝรั่งเศส เป็นมหาวิหารสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่งามเลิศ
นำท่านล่องเรือไปตามแม่น้ำแซนด์ (Seine River Cruise) แม่น้ำสายหลักของกรุงปารีสที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของอาคารต่างๆตลอดสองฝากฝั่งแม่น้ำ โดยเรือจะล่องผ่านมหาวิหารนอเตรอดามแห่งปารีส (Notre-dame de Paris) มหาวิหารอันเก่าเเก่ที่ตั้งอยู่ริมเเม่น้ำเเซน มีอายุกว่า 800 ปี จุดกิโลเมตรที่ศูนย์ของประเทศฝรั่งเศส เป็นมหาวิหารสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่งามเลิศ
ล่องเรือแม่น้ำแซนด์ (Seine River Cruise)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พาท่านอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* เมนูพิเศษ!! หอยเอสคาโก้อบเนย, สเต๊กสไตล์ฝรั่งเศส, ของหวานประจำวัน, ขนมปังฝรั่งเศส
Best Western Hotel CDG Airport
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Best Western Hotel CDG Airport หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Best Western Hotel CDG Airport หรือเทียบเท่า
Best Western Hotel CDG Airport
วันที่ 7
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
หอไอเฟล (Eiffel Tower)
นำท่านเดินทางสู่ หอไอเฟล (Eiffel Tower) นำท่านเก็บภาพความประทับใจกับหอคอยโครงสร้างเหล็ก ตั้งอยู่บนช็องเดอมาร์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส เป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามกุสตาฟ ไอเฟล สถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอคอยน (อ่านต่อ)
นำท่านเดินทางสู่ หอไอเฟล (Eiffel Tower) นำท่านเก็บภาพความประทับใจกับหอคอยโครงสร้างเหล็ก ตั้งอยู่บนช็องเดอมาร์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส เป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามกุสตาฟ ไอเฟล สถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอคอยนี้ หอไอเฟลถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ. 1889 เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และความสวยทางศิลปะสถาปัตยกรรม หอคอยสูงงดงามแห่งนี้เป็นดาวเด่นที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน
หอไอเฟล (Eiffel Tower)
* อัตราค่าบริการนี้รวมค่าขึ้นลิฟท์สู่ชั้น 2 ของหอไอเฟลเรียบร้อยแล้ว
พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำแซนน์ สร้างในคริสตศตวรรษที่ 12 เดิมเป็นที่ตั้งป้อมปราการ และเป็นพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์ฝรั่งเศสหลายพระองค์ ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดง และเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 35,000 ชิ้น ท่านสามารถเดินชมงานศิลปะชื่อ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำแซนน์ สร้างในคริสตศตวรรษที่ 12 เดิมเป็นที่ตั้งป้อมปราการ และเป็นพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์ฝรั่งเศสหลายพระองค์ ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดง และเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 35,000 ชิ้น ท่านสามารถเดินชมงานศิลปะชื่อก้องโลกอย่างภาพวาดโมนาลิซา, The Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ผลงานอันโด่งดังของลีโอนาร์โด ดาวินชี, รูปปั้น The Victory of Samothrace หรือรูปปั้นเทพวีนัส มีทั้งมีรูปปั้นสฟิงซ์, มัมมี่ หรือร่องรอยอารยธรรมโบราณมากมาย โดยบริเวณลานด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ จะเป็นพีระมิดที่สร้างขึ้นจากกระจก เป็นอีกจุดยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต้องไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก และเป็นฉากที่มีอยู่ในในภาพยนตร์เรื่อง The Da Vinci Code ซึ่งพิพิธภัณฑ์ลูฟร์นอกจากจะมีการตั้งแสดงงานศิลปะถาวรแล้ว ยังมีนิทรรศการชั่วคราวต่างๆ การแสดงภาพยนตร์ และคอนเสิร์ต ทำให้พิพิธภัณฑ์ลูฟร์เป็นสถานที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนปีล่ะเกือบ 10 ล้านคน
พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum)
จัตุรัสคองคอร์ด (Place Dela Concorde)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสคองคอร์ด (Place Dela Concorde) จัตุรัสใจกลางเมืองที่กว้างใหญ่ที่สุดในกรุงปารีส สร้างในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 และสถานที่แห่งนี้ยังเป็น ลานประหารชีวิตพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวเนต ด้วยเครื่องกิโยติน และผู้คนนับพันในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส สิ่งสำคัญในจัตุรัสนี้ คือ เสาหินโอเบลิสก์ขนาดใหญ่ ที่มีอายุกว่า 3,000 ปี ที่ถูกนำมาจากประเทศอียิปต์ คำว่าโอเบลิสก์ หมายถึง (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสคองคอร์ด (Place Dela Concorde) จัตุรัสใจกลางเมืองที่กว้างใหญ่ที่สุดในกรุงปารีส สร้างในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 และสถานที่แห่งนี้ยังเป็น ลานประหารชีวิตพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวเนต ด้วยเครื่องกิโยติน และผู้คนนับพันในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส สิ่งสำคัญในจัตุรัสนี้ คือ เสาหินโอเบลิสก์ขนาดใหญ่ ที่มีอายุกว่า 3,000 ปี ที่ถูกนำมาจากประเทศอียิปต์ คำว่าโอเบลิสก์ หมายถึงเหล็กแหลม เข็ม หรือเสาปลายแหลม ลักษณะของเสาโอเบลิสก์จะเป็นเสาสูง สร้างจากหินแกรนิตขนาดใหญ่เพียงก้อนเดียว ฐานของเสาจะกว้างและค่อยๆ เรียวแหลมขึ้นสู่ยอดด้านบนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมสี่ด้าน ยอดบนสุดจะเป็นลักษณะเหมือนปิรามิด
จัตุรัสคองคอร์ด (Place Dela Concorde)
ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) เป็นถนนในเขตที่ 8 ของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นย่านการค้าที่ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทางมีต้นเกาลัดที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามปลูกเรียงราย ฌ็องเซลิเซ่ มาจากคำว่า ทุ่งเอลิเซียม เทพปกรณัมกรีกในภาษาฝรั่งเศส และได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก อิสระให้ท่านเดินเล่นเดินชมเลือกซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึกต่างๆ ไ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) เป็นถนนในเขตที่ 8 ของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นย่านการค้าที่ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทางมีต้นเกาลัดที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามปลูกเรียงราย ฌ็องเซลิเซ่ มาจากคำว่า ทุ่งเอลิเซียม เทพปกรณัมกรีกในภาษาฝรั่งเศส และได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก อิสระให้ท่านเดินเล่นเดินชมเลือกซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึกต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย
ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees)
จัตุรัสทรอคาเดโร (Trocadero Square)
นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสทรอคาเดโร (Trocadero Square) ซึ่งจากจุดนี้ท่านจะสามารถถ่ายรูปคู่กับ หอไอเฟล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส และยังเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสทรอคาเดโร (Trocadero Square) ซึ่งจากจุดนี้ท่านจะสามารถถ่ายรูปคู่กับ หอไอเฟล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส และยังเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
จัตุรัสทรอคาเดโร (Trocadero Square)
ประตูชัยนโปเลียน หรือ ประตูชัยอาร์คทรอมเฟย์ (Arc de Triomphe)
นำท่านชม ประตูชัยนโปเลียน หรือ ประตูชัยอาร์คทรอมเฟย์ (Arc de Triomphe) ตั้งอยู่กลางจัตุรัสชาร์ล เดอ โกล สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึกเอาส์เตอร์ลิทซ์ ในปี ค.ศ. 1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1836 ประตูชัยมีความสูง 49.5 เมตร มีความกว้าง 45 เมตร เป็นประตูชัยที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน โดยมีแนวความคิดมาจากประตูชัยไตตัส
นำท่านชม ประตูชัยนโปเลียน หรือ ประตูชัยอาร์คทรอมเฟย์ (Arc de Triomphe) ตั้งอยู่กลางจัตุรัสชาร์ล เดอ โกล สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึกเอาส์เตอร์ลิทซ์ ในปี ค.ศ. 1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1836 ประตูชัยมีความสูง 49.5 เมตร มีความกว้าง 45 เมตร เป็นประตูชัยที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน โดยมีแนวความคิดมาจากประตูชัยไตตัส
ประตูชัยนโปเลียน หรือ ประตูชัยอาร์คทรอมเฟย์ (Arc de Triomphe)
ร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) - ปารีส
นำท่านเดินทางสู่ ศูนย์กลางการช้อปปิ้ง ณ ร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าในราคาถูกได้ตามอัธยาศัย อาทิเช่น อาทิ น้ำหอม เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง
นำท่านเดินทางสู่ ศูนย์กลางการช้อปปิ้ง ณ ร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าในราคาถูกได้ตามอัธยาศัย อาทิเช่น อาทิ น้ำหอม เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง
ร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) - ปารีส
ช่วงบ่าย
อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยวและช้อปปิ้งของท่าน
อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยวและช้อปปิ้งของท่าน
อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ห้างสรรพสินค้าแกลเลอรี่ ลาฟาแยต (Galeries Lafayette)
นำท่านเดินทางสู่ ห้างสรรพสินค้าแกลเลอรี่ ลาฟาแยต (Galeries Lafayette) ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศฝรั่งเศส เป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ใกล้กับโรงโอเปร่าการ์นิเยร์ มีสาขาอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ มากมายในหลายๆ ประเทศ แต่ที่ดูจะโด่งดังขึ้นชื่อที่สุดคงเป็นสาขาปารีส ที่ตั้งอยู่บนถนนโฮสมานน์ สถานที่แห่งนี้เป็นสวรรค์ของนักช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่น (อ่านต่อ)
นำท่านเดินทางสู่ ห้างสรรพสินค้าแกลเลอรี่ ลาฟาแยต (Galeries Lafayette) ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศฝรั่งเศส เป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ใกล้กับโรงโอเปร่าการ์นิเยร์ มีสาขาอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ มากมายในหลายๆ ประเทศ แต่ที่ดูจะโด่งดังขึ้นชื่อที่สุดคงเป็นสาขาปารีส ที่ตั้งอยู่บนถนนโฮสมานน์ สถานที่แห่งนี้เป็นสวรรค์ของนักช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่นิยมความหรูหรา ล้ำสมัย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ตกแต่งภายใน เครื่องสำอาง สินค้าทุกชิ้นที่นี่ถูกอัพเดท ให้ใหม่ล่าสุดไม่ตกเทรนด์อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีซูเปอร์มาเก็ตไว้ให้นักช้อปได้เลือกซื้อสินค้าประเภทอาหารสไตล์ฝรั่งเศสและบรรยากาศภายในถูกตกแต่งแบบตะวันออกกลาง สไตล์บาซาร์ เรียกว่าหรูหราไฮโซ แถมอาหารยังเลิศรสอีกต่างหาก ในส่วนของตัวห้างนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ Lafayette Coupole, Lafayette Homme และ Lafayette Maison อิสระให้ท่านเดินเล่นเดินช้อปสินค้าในห้างสรรพสินค้าแกลเลอรี่ ลาฟาแยต ได้ตามอัธยาศัย
ห้างสรรพสินค้าแกลเลอรี่ ลาฟาแยต (Galeries Lafayette)
ช่วงค่ำ
อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย
อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยวและช้อปปิ้งของท่าน
อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยวและช้อปปิ้งของท่าน
อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Best Western Hotel CDG Airport
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Best Western Hotel CDG Airport หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Best Western Hotel CDG Airport หรือเทียบเท่า
Best Western Hotel CDG Airport
วันที่ 8
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า พาทุกท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ช่วงบ่าย
ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส ชาร์ล เดอ โกล (Paris-Charles de Gaulle International Airport)
เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส ชาร์ล เดอ โกล (Paris-Charles de Gaulle International Airport) เพื่อผ่านขั้นตอนการตรวจเช็คบัตรโดยสาร ทำคืนภาษี ตรวจเช็คกระเป๋าต่างๆ จดจำและอำลาช่วงเวลาแห่งความสุข พร้อมเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ
เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส ชาร์ล เดอ โกล (Paris-Charles de Gaulle International Airport) เพื่อผ่านขั้นตอนการตรวจเช็คบัตรโดยสาร ทำคืนภาษี ตรวจเช็คกระเป๋าต่างๆ จดจำและอำลาช่วงเวลาแห่งความสุข พร้อมเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ
ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส ชาร์ล เดอ โกล (Paris-Charles de Gaulle International Airport)
* 12:30 น. ออกเดินทางสู่ ประเทศไทย โดยสายการบิน Thai Airways (TG) เที่ยวบินที่ TG931
วันที่ 9
ช่วงเช้า
(06:00) ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

อัตราค่าบริการนี้รวม

  1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-โรม // ปารีส-กรุงเทพฯ (หรือสลับประเทศลงก่อน-หลัง)
  2. ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง กฎหมายในยุโรปไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12ช.ม./วัน
  3. โรงแรมที่พักตามระบุหรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน โรงแรมส่วนใหญ่ในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำและราคาโรงแรมจะปรับขึ้น 3-4 เท่าตัว หากวันเข้าพักตรงกับงานเทศกาลเทรดแฟร์หรือการประชุมต่างๆ อันเป็นผลที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนย้ายเมือง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก
  4. ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่ายุโรปหรือกลุ่มเชงเก้นวีซ่า และค่าธรรมเนียมวีซ่า ทางสถานทูตไม่คืนให้ท่านไม่ว่าท่านจะผ่านการพิจารณาหรือไม่ก็ตาม
  5. ค่าอาหารที่ระบุในรายการ ให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
  6. ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวให้ความรู้  และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  1. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
  3. ค่าผกผันของภาษีน้ำมันที่ทางสายการบินแจ้งเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
  4. ค่าพนักงานยกกระเป๋า ณ โรงแรมที่พัก (ทางบริษัทฯไม่ได้จัดให้แก่ท่านเนื่องจากป้องกันการสูญหายจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามา
  5. ในโรงแรมที่พัก และเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าห้องพักสำหรับทุกท่าน)
  6. ค่าทิปพนักงานขับรถในยุโรปท่านละ 14 ยูโร
  7. ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ตามวัฒนธรรมการบริการแบบสากลโลก ท่านละ 100 บาทต่อวัน

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง และการชำระเงิน

  1. กรุณาจองล่วงหน้าพร้อมชำระงวดแรก 35,000 บาท ก่อนการเดินทาง พร้อมแฟกซ์สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง Passport  มายังบริษัท
  2. ค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือกรุณาชำระก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 25 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทาง
  3. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 10 วัน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไม่สามารถทำกรุ๊ปได้อย่างน้อย 20 ท่าน และ/หรือ ผู้ร่วมเดินทางในคณะไม่สามารถผ่านการพิจารณาวีซ่าได้ครบ 20 ท่าน ซึ่งในกรณีนี้ ทางบริษัทฯ ยินดีคืนเงินให้ทั้งหมดหักค่าธรรมเนียมวีซ่า หรือ จัดหาคณะทัวร์อื่นให้ ถ้าท่านต้องการ
  4. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็น สุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บ ที่นอกเหนือความ รับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ
  5. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ ตามรายการ หรือถูกปฏิเสธการเข้า และออกประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  6. เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯ ที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด

เงื่อนไขการยกเลิก  

  1. กรณีที่นักท่องเที่ยวต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยว(ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการยกเลิกที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแจ้งยกเลิกการจองกับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ
  2. กรณีนักท่องเที่ยวต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยว (ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการขอรับเงินคืนที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อทำเรื่องขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้
    • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 55 วัน - คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุด หรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบิน   หรือ กรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศ หรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้    
    • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป -  เก็บค่าใช้จ่าย ของมัดจำทั้งหมด  
    • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 35 วันขึ้นไป  -  เก็บค่าใช้จ่าย  80 % ของราคาทัวร์
    • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25 วัน - เก็บค่าบริการทั้งหมด 100 %

หมายเหตุ

  1. ทางบริษัทจะทำการยื่นวีซ่าของท่านก็ต่อเมื่อในคณะมีผู้สำรองที่นั่งครบ 20 ท่าน และได้รับคิวการตอบรับจากทางสถานทูต เนื่องจากบริษัทจะต้องใช้เอกสารต่างๆ ที่เป็นกรุ๊ปในการยื่นวีซ่า อาทิ ตั๋วเครี่องบิน, ห้องพักที่คอนเฟิร์มมาจากทางยุโรป, ประกันการเดินทาง ฯลฯ ทางท่านจะต้องรอให้คณะครบ 20 ท่าน จึงจะสามารถยื่นวีซ่าให้กับทางท่านได้อย่างถูกต้อง
  2. หากในช่วงที่ท่านเดินทางคิววีซ่ากรุ๊ปในการยื่นวีซ่าเต็ม ทางบริษัทต้องขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นวีซ่าเดี่ยว ซึ่งทางท่านจะต้องเดินทางมายื่นวีซ่าด้วยตัวเอง ตามวัน และเวลานัดหมายจากทางสถานทูต โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยดูแล และอำนวยความสะดวก
    เอกสารต่างๆที่ใช้ในการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป ทางสถานทูตเป็นผู้กำหนดออกมา มิใช่บริษัททัวร์เป็นผู้กำหนด ท่านที่มีความประสงค์จะยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป กรุณาจัดเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง และครบถ้วนตามที่สถานทูตต้องการ เพราะจะมีผลต่อการพิจารณาวีซ่าของท่าน บริษัททัวร์เป็นแต่เพียงตัวกลาง และอำนวยความสะดวกในการยื่นวีซ่าเท่านั้น มิได้เป็นผู้พิจารณาว่าวีซ่าให้กับทางท่าน
    กรณีวีซ่าที่ท่านยื่นไม่ผ่านการพิจารณา และคณะสามารถออกเดินทางได้ ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้
    • ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าและค่าดำเนินการทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้นแม้ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านการพิจารณา
    • ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือตั๋วเครื่องบินที่ออกมาจริง ณ วันยื่นวีซ่า ซึ่งตั๋วเป็นเอกสารที่สำคัญในการยื่นวีซ่า หากท่านไม่ผ่านการพิจารณา ตั๋วเครื่องบินถ้าออกตั๋วมาแล้วจะต้องทำการ REFUND โดยจะมีค่าธรรมเนียมที่ท่านต้องถูกหักบางส่วน และส่วนที่เหลือจะคืนให้ท่านภายใน 120 วัน (ตามกฎของแต่ละสายการบิน) ถ้ายังไม่ออกตั๋วท่านจะเสียแต่ค่ามัดจำตั๋วตามจริงเท่านั้น
    • ค่าห้องพักในทวีปยุโรป ถ้าคณะออกเดินทางได้ และท่านไม่ผ่านการพิจารณาวีซ่า ตามกฎท่านจะต้องโดนค่ามัดจำห้องใน 2 คืนแรกของการเดินทางหากท่านไม่ปรากฏตัวตามวันที่เข้าพัก ทางโรงแรมจะต้องยึดค่าห้อง 100% ในทันที ทางบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบ และมีเอกสารชี้แจงให้ท่านเข้าใจ
  3. หากท่านผ่านการพิจารณาวีซ่า แล้วยกเลิกการเดินทางทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยึดค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100%
  4. ทางบริษัทเริ่มต้น และจบ การบริการ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรณีท่านเดินทางมาจากต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ และจะสำรองตั๋วเครื่องบิน หรือพาหนะอย่างหนึ่งอย่างใดที่ใช้ในการเดินทางมาสนามบิน ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากโปรแกรมการเดินทางของบริษัท ฉะนั้นท่านควรจะให้กรุ๊ป FINAL 100% ก่อนที่จะสำรองยานพาหนะ

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่า VISA  (ต้องมาโชว์ตัวที่สถานทูตเพื่อสแกนลายนิ้วมือทุกท่าน)


  1. หนังสือเดินทางที่เหลืออายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และมีหน้าพาสปอร์ตว่างอย่างน้อย 3 หน้า
  2. รูปถ่ายสี (ต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้น ) 1.5 X 2.0 นิ้ว จำนวน 3 รูป ขึ้นอยู่กับประเทศที่จะเดินทาง
  3. หลักฐานแสดงสถานะการทำงาน 1 ชุด

    • ค้าขาย หลักฐานทางการค้า เช่น ใบรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ หรือ ใบทะเบียนการค้าที่มีชื่อผู้เดินทาง อายุย้อนหลังไม่เกิน 3 เดือนนับจากเดือนที่จะเดินทาง
    • พนักงานและผู้ถือหุ้น หนังสือรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ  ในการออกจดหมายรับรองกรุณาระบุคำว่า TO WHOM IT MAY CONCERN แทนการใช้ชื่อแต่ละสถานทูต
    • ข้าราชการและนักเรียน หนังสือรับรองจากต้นสังกัด หนังสือรับรองเป็นภาษาอังกฤษ
  4. หลักฐานแสดงฐานะการเงินท่านละ 1 ฉบับ (สถานทูตรับบัญชีออมทัพย์เท่านั้น ส่วนบัญชีอื่นๆ นอกจากออมทรัพย์และเอกสารแสดงทางการเงินอื่นๆ สามารถยื่นแนบเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้เพื่อให้หลักฐานการเงินของท่านสมบูรณ์ที่สุด)
    • หนังสือรับรองจากธนาคาร ในการออกจดหมายรับรองกรุณาระบุคำว่า TO WHOM IT MAY CONCERN แทนการใช้ชื่อแต่ละสถานทูตพร้อม Statement  และ สำเนาสมุดเงินฝาก ออมทรัพย์ โดยละเอียดทุกหน้า ย้อนหลัง 6 เดือน กรุณาสะกดชื่อให้ตรงกับหน้าพาสปอร์ต และหมายเลขบัญชีเล่มเดียวกับสำเนาที่ท่านจะใช้ยื่นวีซ่า (ใช้เวลาดำเนินการขอประมาณ 3-5 วันทำการ)

    • เด็กต้องทำเอกสารรับรองบัญชีจากทางธนาคารบิดาหรือมารดา

    • สามี-ภรรยาที่มีการจดทะเบียนสมรส สามารถใช้เอกสารการเงินร่วมกันได้ แต่ให้ทางธนาคารออกเอกสารแยกคนละชุด
  5. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์  หากเด็กไม่ได้เดินทางกับบิดา/มารดาคนใดคนหนึ่ง หรือบิดามารดาไม่ได้เดินทางทั้งสองคน ต้องมีจดหมายยินยอมให้เดินทางไปต่าง ประเทศจากบิดา และ มารดา ซึ่งจดหมายต้องออกโดยที่ว่าการอำเภอ
  6. สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาสูติบัตร 1 ชุด
  7. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
  8. สำเนาทะเบียนสมรส หรือ ทะเบียนหย่า 1 ชุด
  9. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) 1 ชุด
  10. การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตามอาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นเป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่าสถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้วและหากต้องการขอยื่นคำร้องใหม่ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง
  11. หากสถานทูตมีการเรียกสัมภาษณ์ ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมายและโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวก และประสานงานตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน กรณีที่ท่านยกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตยกเลิกวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ ทางสถานทูตจะรับพิจารณาเฉพาะท่านที่มีเอกสารพร้อมและมีความประสงค์ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศตามที่ระบุเท่านั้น การปฏิเสธวีซ่าอันเนื่องมาจากหลักฐานในการขอยื่นวีซ่าปลอมหรือผิดวัตถุประสงค์ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน โดยจะหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงและจะคืนให้ท่านหลังจากทัวร์ออกเดินทางภายใน 30 วัน โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก

"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2019 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th