EUGB282 Pena Palace, Dolphin Watching Cruise, Madrid and Extra Dubai โปรตุเกส สเปน + ดูไบ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ [EK]
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
Pena Palace, Dolphin Watching Cruise, Madrid and Extra Dubai โปรตุเกส สเปน + ดูไบ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ [EK]
• เข้าชมพระราชวังเปนา (Pena Palace) หนึ่งเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโปรตุเกส • ล่องเรือชมปลาโลมา (Cave & Dolphin Watching Cruise) • เที่ยวเมืองสวยของสเปนเซบีย่า (Seville), กอร์โดบา (Cordoba) ,เมืองโทเลโด (Toledo) ,เมืองเซอโกเบีย (Segovia) และกรุงมาดริด (Madrid) • ชิมทาร์ตไข่,หมูหันสเปน และ ข้าวผัดสเปน • เที่ยวดูไบขึ้นตึกเบิร์จคาลิฟาชั้น 124, และนั่งรถตะลุยทะเลทราย
สรุปการท่องเที่ยว:
วันที่ 1: กรุงเทพ
วันที่ 2: กรุงเทพฯ – ดูไบ – ลิสบอน – หอคอยเบเล็ง – เข้าชมมหาวิหารเจอโร นิโม
วันที่ 3: ลิสบอน – เข้าชมพระราชวังเปนา - แหลมโรกา – ซินทรา – ลิสบอน
วันที่ 4: ลิสบอน - อัลบูเฟย์รา – ล่องเรือชมปลาโลมา - ฟารู
วันที่ 5: ฟารู – เซบีย่า - กอร์โดบา
วันที่ 6: กอร์โดบา – โทเลโด – เข้าชมมหาวิหารแห่งโทเลโด - มาดริด
วันที่ 7: มาดริด – เซอโกเบีย – รางส่งน้ำโรมัน - พระราชวังหลวง – สนามบิน
วันที่ 8: ดูไบ - The Palm Project - Medinat Jumeirah Souk – ทัวร์ทะเลทราย (Dune Safari & BBQ Dinner)
วันที่ 9: นั่งเรือ Abra Ride – ตลาดเครื่องเทศ และ ตลาดทอง - Dubai Mall - – ขึ้น “เบิร์จคาลิฟา” ชั้น 124 – สนามบิน
วันที่ 10: กรุงเทพฯ
มีการเข้าชมทั้งหมด: 2 ครั้ง ผู้ชมขณะนี้: 1 คน

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข


Emirates (EK)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.62)
พ.07-16 ส.ค.
(วันแม่แห่งชาติ)
63,900.- Emirates ว่าง
พ.09-18 ต.ค.
(ชดเชยวันสวรรคต ร.9)
57,900.- Emirates ว่าง
ตารางบิน
Emirates (EK)
(ขาไป)
07.25 - 12.35 DXB - LIS EK191
Emirates (EK)
(ขากลับ)
01.35 - 04.45 BKK - DXB EK385
Emirates (EK)
(ขาไป)
22.05 - 07.15 MAD - DXB EK144
Emirates (EK)
(ขากลับ)
22.30 - 08.00 DXB - BKK EK374

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

 
วันที่ 1
กรุงเทพ
22.30 น.
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่ 2
กรุงเทพฯ – ดูไบ – ลิสบอน – หอคอยเบเล็ง – เข้าชมมหาวิหารเจอโร นิโม
01.35 น.
ออกเดินทางสู่สนามบินดุไบ ด้วยเที่ยวบิน EK 385 ***สำหรับคณะที่ออกเดินทางตั้งแต่ 30 ต.ค. จะออกเดินทางเวลา 01.05 น.และไปถึงดูไบเวลา 05.00 น.***
04.45 น.
เดินทางถึงสนามบินดูไบรอเปลี่ยนเครื่อง
07.25 น.
ออกเดินทางต่อด้วยเที่ยวบิน EK191
***สำหรับคณะที่ออกเดินทางตั้งแต่ 30 ต.ค. จะออกเดินทางเวลา 07.25น.และไปถึงดูไบเวลา 12.00 น.***
12.35 น.
ถึงสนามบินลิสบอน ประเทศโปรตุเกส (Portugal) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 7 ชั่วโมงในวันที่ 27 ตุลาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1960 เพื่อฉลองการครบ 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรี่ เดอะเนวิเกเตอร์ แวะถ่ายรูปกับหอคอยเบเล็ง (Belem Tower) เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา นักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม นำเข้าชมมหาวิหารเจอโร นิโม (Jeronimos Monastry) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ วาสโกดากามา ที่เดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 จัดเป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ามานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าให้เป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage)
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA BY WYNDHAM หรือเทียบเท่า

วันที่ 3
ลิสบอน – เข้าชมพระราชวังเปนา - แหลมโรกา – ซินทรา – ลิสบอน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเข้าชมพระราชวังเปนา (Pena National Palace) พระราชวังฤดูร้อนที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองซินตร้า หนึ่งเจ็ดสิ่งมหัศจรรยณ์ของโปรตุเกส (7 wonders of Portugal) ในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโปรตุเกส โดยในอดีตเป็นที่ประทับของกษัตริย์โปรตุเกสมาตั้งแต่คริสต์ ศตวรรษที่ 14 โดยตัวปราสาทถูกสร้างต่อเติมหลายยุคสมัย เดิมเริ่มแรกตั้งแต่สมัยยุคกลางเป็นพียงโบสถ์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1493 King John II และ Queen Leonor สร้างต่อเติมจากโบสถ์ให้ใหญ่ขึ้นเป็นอารามเพื่อรำลึกถึงนักบุญ St.Jerome โดยภายในถูกตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรงดงาม โดยเฉพาะพื้นกระเบื้องที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดในโปรตุเกส และในอดีตอารามแห่งนี้ได้ถูกฟ้าผ่าหลายต่อหลังครั้ง รวมทั้งได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 1755
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ชิมทาร์ตไข่โปรตุเกส)
บ่าย
จากนั้นพาท่านเดินทางชมแหลมโรกา (Capo Da Roca) จุดที่เป็นปลายด้านตะวันตกสุดของทวีปยุโรป ซึ่งท่านสามารถซื้อใบประกาศนียบัตร (Certificate) เป็นที่ระลึกในการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้ จากนั้นเดินทางสู่เมืองซินทรา (Sintra) อีกหนึ่งเมืองตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงามที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ความร่มรื่นของเขตอุทยานเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของชาวเมือง เป็นอีกเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นของแคว้นแกรนด์ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA BY WYNDHAM หรือเทียบเท่า

วันที่ 4
ลิสบอน - อัลบูเฟย์รา – ล่องเรือชมปลาโลมา - ฟารู
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ภูมิภาคอังกราฟ (Algarve) อยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศโปรตุเกสที่มีความสวยงามของชายฝั่งมหาสมุทรแอตเเลนติก ตลอดตามแนวชายฝั่งระยะทางกว่า 150 กิโลเมตร เป็นภูมิภาคที่มีความสวยงามหลากหลาย รวมทั้งความงามของสภาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าหลายเเห่งตั้งเเต่ยุคโรมัน เเละมีความดังในเรื่องของสนามกอล์ฟที่มีมากกว่า 35 แห่ง เดินทางจนถึงเมืองอัลบูเฟย์รา (Albufeira)
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย
นำท่านล่องเรือชมปลาโลมา (Cave & Dolphin Watching Cruise) อีกหนึ่งความประทับใจ ล่องเรือชมปลาโลมาที่ว่ายน้ำเล่นอยู่ในมหาสมุทรแอตเเลนติก ท่านจะได้เพลิดเพลินกับความน่ารักของปลาโลมาแสนรู้ รวมถึงชมความสวยงามของถ้ำ หน้าผา ซุ้มหิน ที่ถูกกัดเซาะด้วยน้ำทะเล เกิดเป็นรูปร่างแปลตา และ สวยงาม องค์ประกอบรอบด้านที่ลงตัว ทั้งน้ำทะเลสีครามและผาหินที่รวมอยู่ด้วยกันซึ่งทำให้ภาพออกมาสวยงามและลงตัวยิ่งขึ้น (ระยะเวลาในการเดินเรือของแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ,แรงลม,กระแสน้ำขึ้นและน้ำลงในทะเลของวันนั้นๆ ปกติจะใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 2 ชั่วโมง โอกาสในการพบเจอฝูงปลาโลมาประมาณ 90 % , ไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายได้ หากในกรณีที่ไม่พบฝูงปลาโลมา, กรณีไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าใช้จ่าย 35 EURO และ นำท่านเดินทางสู่ลากอส (Lagos) เป็นเมืองริมทะเลบที่อุดมไปด้วยชายหาดงดงามทอดยาวอยู่ข้างทาง โดยเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ในแคว้นแอลการ์และเคยเกิดแผ่นดินไหวเสียหายหนักในปี ค.ศ. 1755 เที่ยวชมเมืองกำแพงที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 14 ของลากอส (Lagos) มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและสวยงาม ให้ท่านเดินเล่นอิสระชมเมืองที่สวยงาม ทดแทน ) จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองฟารู (Faro) เมืองท่าที่สำคัญของโปรตุเกสโดยเมืองนี้เป็นเขตที่อยู่ทางใต้สุดของโปรตุเกส มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองท่าที่ติดกับสเปน
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก FARO หรือเทียบเท่า

วันที่ 5
ฟารู – เซบีย่า - กอร์โดบา
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเซบีย่า (Seville) เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของสเปน ชมปลาซาเดเอสปาญา (Plaza De Espana) ที่สร้างขึ้นเมือปี ค.ศ. 1982 เป็นกลุ่มอาคารรูปครึ่งวงกลมซึ่งรวมความเป็นสถาปัตยกรรมแบบสเปนที่เรียงต่อกันเป็นแนวยาวสวยงามยิ่งนัก แต่ละซุ้มโค้งประตูมีตราประจำจังหวัดไล่เรียงตามตัวอักษร อิสระให้ท่านเก็บภาพความงามรอบบริเวณ นำท่านถ่ายรูปกับหอคอยฆีรัลดา (Giralda Tower) หอศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นหอคอยที่สร้างขึ้นโดยชาวมุสลิม เป็นตึกทรงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูง 93 เมตร ติดกันกับมหาวิหารเป็นลานส้มและน้ำพุ เพื่อใช้ในพิธีชำระร่างกายของชาวมุสลิม จากนั้นนำท่านชมภายนอกและถ่ายรูปมหาวิหารแห่งเมืองเซบีย่า (Seville Cathedral) เริ่มสร้างใน ค.ศ.1042 และสร้างเสร็จ ค.ศ.1519 ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสาม รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรม และเซนต์ปอลที่ลอนดอน และใหญ่ที่สุดในสเปน สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิค ภายในตกแต่งได้อย่างวิจิตรตระการตา สร้างขึ้นแทนที่ตั้งของสุเหร่าเดิม โดยต้องการให้ยิ่งใหญ่แบบไม่มีใครเทียบเทียมได้ ในห้องเก็บทรัพย์สมบัติล้ำค่า มีทั้งภาพเขียน เครื่องใช้ในศาสนพิธี ที่ทำมาจากทองคำและเงินล้วนแล้วแต่ประเมินค่ามิได้ ตอนกลางโบสถ์เป็นที่ตั้งของสุสานคริสโตเฟอร์โคลัมบัส ซึ่งสร้างอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติยศ เป็นหีบศพหินอ่อนที่ตั้งอยู่บนบ่าของรูปสลักชายหนุ่ม 4 คน ซึ่งเป็นผู้แทนของ ราชอาณาจักรของกษัตริย์คาธอลิคทั้ง 2 พระองค์อันได้แก่คัสตีล เลออน อาราก็อน และนาวาร์เร
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองกอร์โดบา (Cordoba) เมืองที่สวยงามในแบบมูเดก้าและเป็นเมืองทีเจริญรุ่งเรืองที่สุดในยุคที่มัวร์ปกครอง นำท่านชมเมืองเก่าที่ยังคงมีสถาปัตยกรรมน่าประทับใจหลายแห่งที่ย้อนไปเมื่อครั้งเมืองนี้เป็นเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรือง ชมสะพานโรมันเป็นสะพานสำหรับการสัญจรข้ามแม่น้ำกัวดัลกิบีร์ (Guadalquivir) เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงนครแห่งนี้มาแต่ครั้งโบราณ โดยความเก่าแก่ของสะพานก็มีอายุราว 2 พันปี เพราะถูกสร้างขึ้นเมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 สมัยที่อาณาจักรโรมันเรืองอำนาจในดินแดนแถบนี้ โดยบริเวณเมืองเก่ายังเป็นที่ตั้งของมหาวิหารกอร์โดบา หรือในอดีต คือ มัสยิดใหญ่แห่งกอร์โดบา The Mosque–Cathedral of Córdoba หนึ่งในมรดกโลก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก AYRE CORDOBA หรือเทียบเท่า

วันที่ 6
กอร์โดบา – โทเลโด – เข้าชมมหาวิหารแห่งโทเลโด - มาดริด
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองโทเลโด (Toledo) เมืองหลวงเก่าของสเปน เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เมืองนี้เป็นแหล่งมรดกโลกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม มีทัศนีภาพที่สวยงาม โดยมีแม่น้ำเทกัส ไหลผ่านเมือง ลักษณะผังเมืองโทเลโดเป็นเอกลักษณ์ที่น่าชื่นชมที่สุดของการจัดสร้างเมืองโบราณอันสมบูรณ์แบบตัวเมืองรายล้อมด้วยเนินเขาประดุจกำแพงธรรมชาติด้วยหุบผา 3 แห่ง จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารแห่งโทเลโด (Toledo Cathedral) เป็นวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสเปน รองจากวิหารเมืองเซบีญ่า ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ความงดงามอลังการสไตล์โกธิก ภายในมหาวิหารมีการตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรด้วยไม้แกะสลักและภาพสลักหินอ่อน
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงมาดริด (Madrid) เมืองหลวงของประเทศสเปน ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นมหานครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาที่นี่ และประกาศให้มาดริดเป็นเมืองหลวงใหม่ ยกเว้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1601-1607 เมืองมาดริดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และสูงสุดแห่งหนึ่งในยุโรป นำท่านเที่ยวชมกรุงแมดริด ที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอยู่มากมาย ทั้งอนุสาวรีย์น้ำพุไซเบเลส (The Cibeles Fountain) ตั้งอยู่ที่จัตุรัสรัสซิเบเลส (Plaza de Cibeles) ซึ่งเป็นวงเวียนสำคัญและสวยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงมาดริด โดยบริเวณนี้ มีอาคารสวยงามและสำคัญ ประจำอยู่ทั้ง 4 มุมได้แก่ ธนาคารแห่งชาติสเปน,กองบัญชาการทหารบก,ที่ทำการใหญ่ไปรษณีย์ ประตูชัยอาคาล่า และศูนย์วัฒนธรรมทวีปอเมริกาโดยประตูชัยอาคาล่า มาดริด (Splendid puerta de alcala) สร้างขึ้นในปี 1599 ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตั้งตระหง่านทางตะวันออกของใจกลางเมือง ชมปลาซาเดเอสปาญา (Plaza de espana) เพื่อแวะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ (Donquixote) นำท่านสู่ พลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor of Madrid) ใกล้เขตปูเอต้าเดลซอล หรือประตูพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นจตุรัสใจกลางเมือง นับเป็นจุดนับกิโลเมตรแรกของสเปน (กิโลเมตรที่ศูนย์) และยังเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดินและรถเมล์ทุกสาย นอกจากนี้ยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมืองที่หนาแน่นด้วยร้านค้าและห้างสรรพสินค้าใหญ่มากมาย นำท่านแวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นหมีเกาะต้นเชอรี่ (The bear and the cherry tree in Madrid) อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญอีกแห่งของกรุงมาดริด
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ข้าวผัดสเปน)
ชมโชว์ ระบำ ฟลามิงโก ศิลปะระบำสเปน หนึ่งในการแสดงที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลกทั้งท่วงท่าการร่ายรำประกอบเสียงดนตรีที่เร้าใจสนุกสนาน
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก NOVOTEL MADRID CENTER หรือเทียบเท่า

วันที่ 7
มาดริด – เซอโกเบีย – รางส่งน้ำโรมัน - พระราชวังหลวง – สนามบิน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเซอโกเบีย (Segovia) เมืองท่องเที่ยวอีกเมืองหนึ่งของสเปน องค์การ UNESCO ยังได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1985 ชมรางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินแต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า 25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้ เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซอโกเบีย และเป็นไฮไลท์หลักของเมือง นำท่านเดินเล่นในเขตเมืองเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิดตลอดสองข้างทาง
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (หมูหันสเปน)
บ่าย
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่กรุงมาดริด เพื่อนำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง (Royal Palace) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส สวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังใดในทวีปยุโรป พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1738 ด้วยหินทั้งหลังในสไตล์บาโรค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ประกอบด้วยห้องต่างๆกว่า 2,830 ห้อง ซึ่งนอกจากจะมีการตกแต่งอย่างงดงามแล้ว ยังเป็นคลังเก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้น รวมทั้งสิ่งของมีค่าต่างๆอาทิ พัดโบราณ, นาฬิกา, หนังสือ, เครื่องใช้, อาวุธ (หากไม่สามารถเข้าชมพระราชวังหลวงมาดริดได้ เนืองจากมีพระราชพิธีภายในหรือตั๋วเต็ม ทางบริษัทขอนำท่านชม Royal Palace of Aranjuez เป็นการทดแทน) จากนั้นนำท่านชมอุทยานหลวงที่มีการเปลี่ยนพันธุ์ไม้ทุกฤดูกาล ชมอนุสาวรีย์เซอร์แวนเตส กวีเอกชาวสเปนที่ตั้งอยู่เหนืออนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ในสวนสาธารณะ
17.30 น.
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินมาดริด เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
22.05 น.
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ EK 144
***สำหรับคณะที่ออกเดินทางตั้งแต่ 30 ต.ค. จะออกเดินทางเวลา 21.40 น.และไปถึงดูไบเวลา 07.45 น.***

วันที่ 8
ดูไบ - The Palm Project - Medinat Jumeirah Souk – ทัวร์ทะเลทราย (Dune Safari & BBQ Dinner)
07.15 น.
เดินทางถึงสนามบินดูไบ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านขึ้นรถไฟ Monorail เข้าสู่ The Palm Project เป็นสุดยอดโครงการของ U.A.E. โดยการถมทะเลให้เป็นเกาะเทียม สร้างเป็นรูปต้นปาล์ม จำนวน 3 เกาะ มีทั้งโรงแรม รีสอร์ท อพาร์ตเม้นต์ ร้านค้า ภัตตาคาร รวมทั้งสำนักงานต่าง ๆ นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก ให้ท่านตื่นตาตื่นใจกับความความยิ่งใหญ่ของโรงแรม Atlantis อันหรูหราอลังการ นำท่านแวะถ่ายรูปด้านนอกกับโรงแรม Burj Al Arab โรงแรมสุดหรูระดับ 7 ดาว รูปทรงคล้ายเรือใบที่งดงามและหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ริมอ่าวอาหรับ เป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีที่มีชื่อเสียงชาวตะวันออกกลาง ถือเป็นสถานที่ที่ทุกคนใฝ่ฝันจะมีโอกาสเข้าไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต จากนั้นชม Medinat Jumeirah Souk หรือเรียกว่า เวนิสแห่งดูไบ เป็นตลาดติดแอร์ ตั้งอยู่ในส่วนเดียวกับโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว Mina Al Salam ของตระกูล Al Maktoum ออกแบบและตกแต่งเป็นศิลปะพื้นเมืองแบบอาหรับคลาสสิก ภายในมีสินค้าระดับ Premium มากมาย อาทิ ของที่ระลึก พวงกุญแจ ขวดทราย พรมอิหร่าน หัวน้ำหอม โคมไฟ ของประดับตกแต่งบ้าน ขนมหวาน และถั่วรสช็อกโกแลต เป็นต้น จากนั้นนำท่านผ่านชมพระราชวังท่านชีค (Shiekh Palace) ตื่นตาตื่นใจกับพระราชวังสุดอลังการของครอบครัว Shiekh Al Maktoum อันยิ่งใหญ่ ซึ่งมีความร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิดและบรรดาเหล่านกยูง ผ่านชม New Palace ซึ่งเป็นพระราชวังแห่งใหม่ของครอบครัว Shiekh Al Maktoum ที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ นำท่านผ่านชมสุเหร่าจูไมร่า (Jumeirah Mosque) สุเหร่าคู่บ้านคู่เมืองของดูไบ สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง และได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในนครดูไบ
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ที่พัก เพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายพร้อมตะลุยทะเลทราย ระหว่างทางแวะนำท่านชมโรงงานเครื่องประดับเพชรพลอย
นำท่านเดินทางไปทัวร์ทะเลทราย (Dune Safari & BBQ Dinner) (อย่าลืมเสื้อแจ็คเกต แว่นตากันแดด รองเท้าฟองน้ำ ติดตัวไปด้วย) นำท่านขึ้นรถ 4WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) ไปทัวร์ทะเลทราย ท่านจะได้สนุกสนานและตื่นเต้นไปกับประสบการณ์อันแปลกใหม่ นั่งรถตะลุยไปบนเนินทรายทั้งสูงและต่ำสลับกันไป (Sand Dune)
ค่ำ
จากนั้นให้ท่านได้รับประทานอาหารค่ำ และ เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ในแคมป์กระโจมแบบอาหรับ ดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกของพระอาทิตย์ตกดินที่แสนสวยงาม และสัมผัสชีวิตแบบชาวพื้นเมือง (เบดูอิน) อาทิ การสวมชุดพื้นเมืองชาวอาหรับ ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก การเพ้นท์มือแบบอาหรับ (Henna Tattoo) ลองสูบ มารากู กลิ่นผลไม้ (Shi Sha) ชมโชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) ซึ่งเป็นศิลปะการร่ายรำที่เน้นการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อท้องและสะโพก รวมถึงสนุกสนานกับการขี่อูฐ
หมายเหตุ ท่านที่เมารถ กรุณาทานยาแก้เมาล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง หรือควรแจ้งหัวหน้าทัวร์ให้ทราบก่อนไปทัวร์ทะเลทราย ทางทัวร์จะไม่รับผิดชอบ และไม่อนุญาตให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรงนั่งรถไป Dune Safari โดยเด็ดขาด *** สำหรับท่านที่ไม่ร่วมเดินทาง Dune Safari ท่านต้องรอคณะอยู่ที่โรงแรม โดยทางบริษัท ไม่สามารถคืนค่าทัวร์ให้ได้ รวมทั้งอาหารมื้อค่ำ ***
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS AIRPORT หรือเทียบเท่า

วันที่ 9
นั่งเรือ Abra Ride – ตลาดเครื่องเทศ และ ตลาดทอง - Dubai Mall - – ขึ้น “เบิร์จคาลิฟา” ชั้น 124 – สนามบิน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู๋ Dubai Creek เป็นทะเลที่สร้างขึ้นโดยการขุดเข้ามาในชายฝั่ง ซึ่งแบ่งนครดูไบออกเป็น 2 ส่วน คือ Deira Dubai และ Bur Dubai มีความยาวประมาณ 14 กิโลเมตร มีท่าจอดเรือ 8 ท่า ให้ท่านได้ชมและถ่ายรูปกับทัศนียภาพสองฟากฝั่งของแม่น้ำ Creek ตามอัธยาศัย ให้ท่านได้ถ่ายรูปในย่าน Bastakiya และนำท่านนั่งเรือ Abra Ride สัมผัสมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมผ่านวิถีชีวิตสองฝั่งน้ำของแม่น้ำ Creek จากนั้นเดินสู่ตลาดเครื่องเทศ (Gold & Spicy Souk) และตลาดทอง (Gold Souk) เป็นตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก จำหน่ายผลิตภัณฑ์ Jewelry ทุกประเภท เช่น มุก อัญมณีต่าง จากนั้นนำท่านสู่ห้างดูไบ (Dubai Mall) ห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ภายใน ให้ท่านได้ถ่ายรูปหน้าตู้ปลา ที่มีขนาดใหญ่กว่าคนสิบคนยืนเรียงกัน ให้เวลาท่านอิสระเลือกซื้อสินค้าในห้าง ให้ท่านได้เลือกซื้อของฝาก สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี กระเป๋าถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องกีฬา เป็นต้น
อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย
นำท่านขึ้น “เบิร์จคาลิฟา” Burj Khalifa ชั้น 124 ตึกที่สูงที่สุดในโลก มีความสูงถึง 828 เมตร มีทั้งหมด 160 ชั้น ออกแบบโดยนายเอเดรียน สมิธ สถาปนิกจากชิคาโก ซึ่งคณะจะได้มีโอกาสขึ้นลิฟท์ที่มีความเร็วที่สุดในโลกคือ 18 เมตร ต่อวินาที หรือ 65 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ไปถึงชั้น 124 เพื่อชมวิวจากของนครดูไบได้ทั่วทุกทิศที่สวยงาม โดยตึกนี้ออกแบบตบแต่งภายในโดย Giorgio Armani นำท่านแวะถ่ายรูปกับดูไบเฟรม (Dubai frame) สัญลักษณ์ใหม่ของดูไบ ซึ่งเป็นกรอบรูปฉาบทองคำความสูงขนาด 150 เมตร กว้าง 93 เมตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เวลาในการก่อสร้างมาถึง 10 ปีเต็ม ด้วยจำนวนเงินประมาณ 43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.39 พันล้านบาท
18.00 น.
เดินทางสู่ สนามบินดูไบ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งใน Duty Free เพลิดเพลินกับสินค้าแบรนด์เนม และน้ำหอมยี่ห้อดังมากมาย
22.30 น.
ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ EK 374
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางเวลา 22.35 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 07.35 น.***

วันที่ 10
กรุงเทพฯ
08.00 น.
คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

เงื่อนไข

เงื่อนไขการให้บริการ
1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า
ภายใน 3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดย
อัตโนมัติ
3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่
ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่
รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและ
ยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทาง
เจ้าหน้าที่
6. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่
สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแล
สมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแล
คณะทัวร์ทั้งหมด

เงื่อนไขการชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ
ทางบริษัทขอเก็บค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ 20 วันก่อนการเดินทาง
หากท่านไม่ผ่านการอนุมัติวีซ่าหรือยกเลิกการเดินทางโดยเหตุจำเป็น
ทางบริษัทขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

ข้อมูลเบื้องต้นในการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าและการยื่นวีซ่า
1. การพิจารณาวีซ่าเป็นดุลยพินิจของสถานทูต มิใช่บริษัททัวร์ การเตรียมเอกสารที่ดีและถูกต้องจะช่วยให้การพิจารณา ของสถานทูตง่ายขึ้น
2. กรณีท่านใดต้องใช้พาสปอร์ตเดินทาง ช่วงระหว่างยื่นวีซ่า หรือ ก่อนเดินทางกับทางบริษัท ท่านต้องแจ้งให้ทางบริษัทฯ ทราบล่วงหน้าเพื่อวางแผนในการขอวีซ่าของท่าน ซึ่งบางสถานทูตใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่าที่ค่อนข้างนานและอาจไม่สามรถดึงเล่มออกมาระหว่างการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้
3. สำหรับผู้เดินทางที่ศึกษาหรือทำงานอยู่ต่างประเทศ จะต้องดำเนินเรื่องการขอวีซ่าด้วยตนเองในประเทศที่ตนพำนักหรือศึกษาอยู่เท่านั้น
4. หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน โดยนับวันเริ่มเดินทางออกนอกประเทศ หากนับแล้วต่ำกว่า 6 เดือน ผู้เดินทางต้องไปยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ และกรุณาเตรียมหนังสือเดินทางเล่มเก่า ให้กับทางบริษัทด้วย เนื่องจากประวัติการเดินทางของท่านจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการยื่นคำร้องขอวีซ่า และจำนวนหน้าหนังสือเดินทาง ต้องเหลือว่างสำหรับติดวีซ่าไม่ต่ำกว่า 3 หน้า
5. ท่านที่ใส่ปกหนังสือเดินทางกรุณาถอดออก หากมีการสูญหาย บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อปกหนังสือเดินทางนั้นๆ และพาสปอร์ต ถือเป็นหนังสือของทางราชการ ต้องไม่มีรอยฉีกขาด หรือ การขีดเขียน หรือ แต่งเติมใดๆ ในเล่ม

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่นั่งบนเครื่องบิน
1. ทางบริษัทได้สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว หากท่านยกเลิกทัวร์ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์การเรียกเก็บค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท แล้วแต่สายการบินและช่วงเวลาเดินทาง
2. หากตั๋วเครื่องบินทำการออกแล้ว แต่ท่านไม่สารถออกเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และรอ Refund จากทางสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
3. นั่งที่ Long Leg โดยปกติอยู่บริเวณทางออกประตูฉุกเฉิน และผู้ที่จะนั่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สายการบินกำหนด เช่น ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เครื่องบินมีปัญหา เช่น สามารถเปิดประตูฉุกเฉินได้ (น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม) ไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและร่างกาย และอำนาจในการให้ที่นั่ง Long leg ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่เช็คอินสายการบิน ตอนเวลาที่เช็คอินเท่านั้น

กรณียกเลิกการเดินทาง
1. แจ้งยกเลิก 45 วัน ขึ้นไปก่อนการเดินทาง คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
2. แจ้งยกเลิกภายใน 30-44 วันก่อนเดินทาง เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 10,000 บาท
3. แจ้งยกเลิกภายใน 16-29 วันก่อนเดินทาง เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 20,000 บาท
4. แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15 วันก่อนเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
5. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่ บริษัทฯกำหนดไว้ (30ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
6. กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่าน ไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่ สถานทูตฯ เรียกเก็บ
7. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว) ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน
8. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
9. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากปลอมแปลงหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าเหตุผลใดๆตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก
1. เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกันและบางโรงแรม อาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม
2. โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ
3. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade air) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม
บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
4. โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัต
และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน

ข้อมูลเบื้องต้นในการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าและการยื่นขอวีซ่า UAE
1. สำเนาสีหนังสือเดินทางที่ชัดเจน ไม่ใช่ถ่ายจากมือถือ และวันหมดอายุหนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางกลับถึงประเทศไทย
2. รูปถ่าย : รูปสี ขนาด 2 นิ้ว พื้นหลังสีขาวเท่านั้น (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 2 รูป
- กรุณากรอกชื่อของบิดา-มารดาของผู้ที่เดินทาง และชื่อคู่สมรส (กรณีผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว)
3. กรณีผู้เดินทางอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์
3.1. เด็ก ไม่ได้เดินทาง กับบิดาและมารดา จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง ไปต่างประเทศจากเขตหรืออำเภอ (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ) + หน้าพาสปอร์ตของบิดาและ มารดา + หนังสือรับรองค่าใช่จ่าย (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ)
รายละเอียดเอกสารการยื่นขอวีซ่าที่ได้กล่าวมานี้ เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ทางบริษัทฯ ได้จัดทำขึ้นจากประสบการณ์และระเบียบของสถานทูตฯ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามแต่สถานการณ์ และคุณสมบัติของลูกค้าในแต่ละราย
3.2. เด็ก ไม่ได้เดินทาง กับบิดา จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง(ของมารดา) ไปต่างประเทศจากเขตหรืออำเภอ (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ) + หน้าพาสปอร์ตของบิดาและ มารดา
3.3. เด็ก ไม่ได้เดินทาง กับมารดา จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง(ของบิดา) ไปต่างประเทศจากเขตหรืออำเภอ (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ) + หน้าพาสปอร์ตของบิดาและ มารดา
ระยะเวลาในการยื่นวีซ่า 14 วันทำการ ไม่รวมเสาร์-อาทิตย์
หมายเหตุ : ทาง UAE Immigration อาจมีการ ขอรายละเอียดเพิ่มเติม จากที่ได้แจ้งไว้ ขึ้นอยู่กับ การพิจารณาของเจ้าหน้าที่ และเอกสาร ของแต่ละท่าน การอนุมัติวีซ่าเป็นดุลพินิจของทางสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลางและคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น อัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าทางสถานทูตเป็นผู้เรียกเก็บ หากท่านโดนปฏิเสธการขออนุมัติวีซ่า ทางสถานทูตไม่คืนอัตราค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่า และมีสิทธิ์ไม่แจ้งสาเหตุการปฏิเสธวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่าเชงเก้น (โปรตุเกส)
ใช้เวลาทำการอนุมัติวีซ่านับจากวันยื่นประมาณ 15-20 วันทำการ
ยื่นวีซ่าแสดงตนที่ศูนย์ยื่นวีซ่า TLS Contact
เอกสารกรุณาเตรียม 1 ชุด ยกเว้น เอกสารที่ออกจากทางราชการ
และทางธนาคารขอเป็นตัวจริง 1 ชุด และสำเนา 1 ชุด
ในระหว่างยื่นวีซ่าเข้าสถานทูตแล้ว ไม่สามารถดึงเล่มหนังสือเดินทางออกมาก่อนได้

**ลูกค้ากรุณาอย่ายึดติดกับการยื่นขอวีซ่าในอดีต
เพราะสถานทูตมีการเปลี่ยนแปลงกฎและเอกสารการยื่นอยู่เรื่อย ๆ**

1. หนังสือเดินทางประเทศไทย (Thailand Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า อายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางกลับ และหนังสือเดินทางจะต้องไม่ชำรุด (หนังสือเดินทางเล่มเก่าที่มีวีซ่าเชงเก้น ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย)
***ในกรณีที่ถือพาสปอร์ต สัญชาติไทย แต่พำนักอยู่ต่างประเทศ, ทำงานอยู่ต่างประเทศ หรือนักเรียน นักศึกษาศึกษาอยู่ต่างประเทศ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทให้ทราบทันที เพราะการยื่นขอวีซ่าจะมีเงื่อนไข และ ข้อกำหนดของทางสถานทูตต้องการเพิ่มเติม และ บางสถานทูตอาจไม่สามารถยื่นขอวีซ่าในประเทศไทยได้ ข้อกำหนดนี้รวมไปถึงผู้เดินทางที่ถือพาสปอร์ตต่างชาติด้วย***

2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 3.5x4.5 CM. จำนวน 2 ใบ
***ใบหน้าสูง2.5- 3 CM.ขึ้นอยู่กับลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล พื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน รวบผม ให้เห็นหู เห็นคิ้ว ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ รูปไม่เลอะหมึก.และไม่มีร่องรอยชำรุด***

3. หลักฐานการทำงาน
- 3.1 เจ้าของกิจการ หนังสือรับรองการจดทะเบียน(DBD)ที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน อายุไม่เกิน 3 เดือน หรือ สำเนาใบทะเบียนการค้า(พค.0403) (ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และมีตราประทับจากร้านแปล)
- 3.2 กิจการไม่จดทะเบียน จดหมายชี้แจงการทำงาน พร้อมเอกสารประกอบ เช่น รูปถ่ายร้าน โฉนดที่ดิน สัญญาเช่าที่(ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และมีตราประทับจากร้านแปล) เป็นต้น
- 3.3 เป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงาน จากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงาน, วันลา
(ขอเป็นภาษาอังกฤษมีอายุ 1 เดือน ชื่อ-สกุลต้องตรงตามหน้าพาสปอร์ต ใช้คำว่า “TO WHOM IT MAY CONCERN” แทนชื่อสถานทูตที่ยื่น)
- 3.4 นักเรียนหรือนักศึกษา ใช้หนังสือรับรองการเรียนที่ออกจากสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่
(ขอเป็นภาษาอังกฤษมีอายุ 1 เดือน ชื่อ-สกุลต้องตรงตามหน้าพาสปอร์ตใช้คำว่า “TO WHOM IT MAY CONCERN” แทนชื่อสถานทูตที่ยื่น)

4. หลักฐานการเงิน
- 4.1 กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 3 เดือน ที่ออกจากทางธนาคาร (รบกวนลูกค้าทำรายการเดินบัญชี โดยการฝากหรือถอน ก่อน 1-2 วัน แล้ว ค่อยขอ Statement เพื่อให้อัพเดทไม่เกิน 15-20 วัน)
- 4.2 กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้
- สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ย้อนหลัง 3 เดือนของผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายให้(เงื่อนไขหลักฐานการเงินเหมือนข้อ4.1)
- ทำหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (Sponsor Letter) ระบุชื่อเจ้าของบัญชี
(ผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายให้) ต้องสะกดชื่อ – สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต และบุคคลที่เจ้าของบัญชีออกค่าใช้จ่ายให้ (ผู้เดินทาง) ต้องสะกดชื่อ – สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต โดยจะต้องระบุความสัมพันธ์มาโดยชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร เป็นฉบับภาษาอังกฤษ
*Bank Statement จะต้องมีตราประทับจากทางธนาคาร และสะกดชื่อ-นามสกุลให้ตรงกับพาสปอร์ต แสดงเลขที่บัญชีครบทุกตัว และจะต้องมีแสดงทั้งหมดในทุก ๆ หน้า
**สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีติดลบ บัญชีกระแสรายวัน
พันธบัตร ตราสารหนี้ กองทุน และสลากออมสิน**
5. เอกสารส่วนตัว
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- บัตรประชาชน
- สูติบัตร(กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี)
- ทะเบียนสมรส/ทะเบียนหย่า/มรณะบัตร(ถ้ามี)
- ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามีการเปลี่ยน)

6. กรณีเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศพร้อมบิดา มารดา
- หากเด็กเดินทางไปกับบิดา จะต้องมีหนังสือยินยอมจากมารดา จากอำเภอต้นสังกัด (โดยมารดาจะต้องคัดหนังสือยินยอมระบุให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับบิดา)พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนมารดามาด้วย
- หากเด็กเดินทางกับมารดา จะต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดา จากอำเภอต้นสังกัด (โดยบิดาจะต้องคัดหนังสือยินยอมระบุให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดา) พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนบิดามาด้วย
- หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมกับบิดาและมารดา ทั้งบิดาและมารดาจะต้องคัดหนังสือระบุยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร มีความสัมพันธ์เป็นอะไรกันกับเด็ก จากอำเภอต้นสังกัด พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของบิดาและมารดา
- กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว
*กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดาและมารดาต้องเซ็นกำกับในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า โดยลายเซ็นจะต้องตรงตามพาสปอร์ต หรือ ใบยินยอม(ในกรณีไม่ได้เดินทางด้วย)
**กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เอกสารที่เป็นภาษาไทย ที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่า จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และเอกสารต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศของไทย(แปลประทับตราจากกงศุล)เท่านั้น
***กรณีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป เอกสารที่เป็นภาษาไทย ที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่า จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และเอกสารต้องได้รับการรับรองจากร้านแปลที่มีตราประทับเท่านั้น
****เอกสารภาษาไทย ที่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ทางผู้สมัครจะต้องนำไปแปลด้วยตัวเอง ที่ร้านแปล หรือที่กรมการกงศุล ค่าใช้จ่าย ประมาณ 200 – 500 บาท/ใบ


อัตรานี้รวม

1 ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (3 ดาว – 4 ดาว)
5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)
ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท
ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล
เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ **
เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน]
**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **
[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
8. ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์)
9. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3 %
10. ค่าธรรมเนียมวีซ่า UAE


อัตรานี้ไม่รวม

1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 2 ชิ้น, ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศโปรตุเกส (ผู้ยื่นวีซ่าชำระเงินตรงกับศูนย์ยื่นวีซ่าในวันยื่นจำนวนเงินโดยประมาณ 3,000 บาท)
6. ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น (30 ยูโร)
7. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (30 ยูโร)


EUGB282 Pena Palace, Dolphin Watching Cruise, Madrid and Extra Dubai โปรตุเกส สเปน + ดูไบ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ [EK]
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
Pena Palace, Dolphin Watching Cruise, Madrid and Extra Dubai โปรตุเกส สเปน + ดูไบ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ [EK]
เริ่มต้น: ช่วง 07 ส.ค.-18 ต.ค. 62 (2 ช่วง)
(มีวันแม่แห่งชาติ, ชดเชยวันสวรรคต ร.9)
57,900 บ.
• เข้าชมพระราชวังเปนา (Pena Palace) หนึ่งเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโปรตุเกส • ล่องเรือชมปลาโลมา (Cave & Dolphin Watching Cruise) • เที่ยวเมืองสวยของสเปนเซบีย่า (Seville), กอร์โดบา (Cordoba) ,เมืองโทเลโด (Toledo) ,เมืองเซอโกเบีย (Segovia) และกรุงมาดริด (Madrid) • ชิมทาร์ตไข่,หมูหันสเปน และ ข้าวผัดสเปน • เที่ยวดูไบขึ้นตึกเบิร์จคาลิฟาชั้น 124, และนั่งรถตะลุยทะเลทราย

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: กรุงเทพ
วันที่ 2: กรุงเทพฯ – ดูไบ – ลิสบอน – หอคอยเบเล็ง – เข้าชมมหาวิหารเจอโร นิโม
วันที่ 3: ลิสบอน – เข้าชมพระราชวังเปนา - แหลมโรกา – ซินทรา – ลิสบอน
วันที่ 4: ลิสบอน - อัลบูเฟย์รา – ล่องเรือชมปลาโลมา - ฟารู
วันที่ 5: ฟารู – เซบีย่า - กอร์โดบา
วันที่ 6: กอร์โดบา – โทเลโด – เข้าชมมหาวิหารแห่งโทเลโด - มาดริด
วันที่ 7: มาดริด – เซอโกเบีย – รางส่งน้ำโรมัน - พระราชวังหลวง – สนามบิน
วันที่ 8: ดูไบ - The Palm Project - Medinat Jumeirah Souk – ทัวร์ทะเลทราย (Dune Safari & BBQ Dinner)
วันที่ 9: นั่งเรือ Abra Ride – ตลาดเครื่องเทศ และ ตลาดทอง - Dubai Mall - – ขึ้น “เบิร์จคาลิฟา” ชั้น 124 – สนามบิน
วันที่ 10: กรุงเทพฯ

มีการเข้าชมทั้งหมด: 3 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 1 คน          

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

Emirates (EK)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.62)
พ.  07-16 ส.ค.
(วันแม่แห่งชาติ)
63,900.- Emirates ว่าง
พ.  09-18 ต.ค.
(ชดเชยวันสวรรคต ร.9)
57,900.- Emirates ว่าง

ตารางบิน
Emirates (EK)
(ขาไป)
07.25 - 12.35 DXB - LIS EK191
Emirates (EK)
(ขากลับ)
01.35 - 04.45 BKK - DXB EK385
Emirates (EK)
(ขาไป)
22.05 - 07.15 MAD - DXB EK144
Emirates (EK)
(ขากลับ)
22.30 - 08.00 DXB - BKK EK374

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

 
วันที่ 1
กรุงเทพ
22.30 น.
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่ 2
กรุงเทพฯ – ดูไบ – ลิสบอน – หอคอยเบเล็ง – เข้าชมมหาวิหารเจอโร นิโม
01.35 น.
ออกเดินทางสู่สนามบินดุไบ ด้วยเที่ยวบิน EK 385 ***สำหรับคณะที่ออกเดินทางตั้งแต่ 30 ต.ค. จะออกเดินทางเวลา 01.05 น.และไปถึงดูไบเวลา 05.00 น.***
04.45 น.
เดินทางถึงสนามบินดูไบรอเปลี่ยนเครื่อง
07.25 น.
ออกเดินทางต่อด้วยเที่ยวบิน EK191
***สำหรับคณะที่ออกเดินทางตั้งแต่ 30 ต.ค. จะออกเดินทางเวลา 07.25น.และไปถึงดูไบเวลา 12.00 น.***
12.35 น.
ถึงสนามบินลิสบอน ประเทศโปรตุเกส (Portugal) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 7 ชั่วโมงในวันที่ 27 ตุลาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1960 เพื่อฉลองการครบ 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรี่ เดอะเนวิเกเตอร์ แวะถ่ายรูปกับหอคอยเบเล็ง (Belem Tower) เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา นักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม นำเข้าชมมหาวิหารเจอโร นิโม (Jeronimos Monastry) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ วาสโกดากามา ที่เดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 จัดเป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ามานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าให้เป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage)
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA BY WYNDHAM หรือเทียบเท่า

วันที่ 3
ลิสบอน – เข้าชมพระราชวังเปนา - แหลมโรกา – ซินทรา – ลิสบอน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเข้าชมพระราชวังเปนา (Pena National Palace) พระราชวังฤดูร้อนที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองซินตร้า หนึ่งเจ็ดสิ่งมหัศจรรยณ์ของโปรตุเกส (7 wonders of Portugal) ในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโปรตุเกส โดยในอดีตเป็นที่ประทับของกษัตริย์โปรตุเกสมาตั้งแต่คริสต์ ศตวรรษที่ 14 โดยตัวปราสาทถูกสร้างต่อเติมหลายยุคสมัย เดิมเริ่มแรกตั้งแต่สมัยยุคกลางเป็นพียงโบสถ์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1493 King John II และ Queen Leonor สร้างต่อเติมจากโบสถ์ให้ใหญ่ขึ้นเป็นอารามเพื่อรำลึกถึงนักบุญ St.Jerome โดยภายในถูกตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรงดงาม โดยเฉพาะพื้นกระเบื้องที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดในโปรตุเกส และในอดีตอารามแห่งนี้ได้ถูกฟ้าผ่าหลายต่อหลังครั้ง รวมทั้งได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 1755
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ชิมทาร์ตไข่โปรตุเกส)
บ่าย
จากนั้นพาท่านเดินทางชมแหลมโรกา (Capo Da Roca) จุดที่เป็นปลายด้านตะวันตกสุดของทวีปยุโรป ซึ่งท่านสามารถซื้อใบประกาศนียบัตร (Certificate) เป็นที่ระลึกในการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้ จากนั้นเดินทางสู่เมืองซินทรา (Sintra) อีกหนึ่งเมืองตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงามที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ความร่มรื่นของเขตอุทยานเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของชาวเมือง เป็นอีกเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นของแคว้นแกรนด์ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA BY WYNDHAM หรือเทียบเท่า

วันที่ 4
ลิสบอน - อัลบูเฟย์รา – ล่องเรือชมปลาโลมา - ฟารู
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ภูมิภาคอังกราฟ (Algarve) อยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศโปรตุเกสที่มีความสวยงามของชายฝั่งมหาสมุทรแอตเเลนติก ตลอดตามแนวชายฝั่งระยะทางกว่า 150 กิโลเมตร เป็นภูมิภาคที่มีความสวยงามหลากหลาย รวมทั้งความงามของสภาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าหลายเเห่งตั้งเเต่ยุคโรมัน เเละมีความดังในเรื่องของสนามกอล์ฟที่มีมากกว่า 35 แห่ง เดินทางจนถึงเมืองอัลบูเฟย์รา (Albufeira)
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย
นำท่านล่องเรือชมปลาโลมา (Cave & Dolphin Watching Cruise) อีกหนึ่งความประทับใจ ล่องเรือชมปลาโลมาที่ว่ายน้ำเล่นอยู่ในมหาสมุทรแอตเเลนติก ท่านจะได้เพลิดเพลินกับความน่ารักของปลาโลมาแสนรู้ รวมถึงชมความสวยงามของถ้ำ หน้าผา ซุ้มหิน ที่ถูกกัดเซาะด้วยน้ำทะเล เกิดเป็นรูปร่างแปลตา และ สวยงาม องค์ประกอบรอบด้านที่ลงตัว ทั้งน้ำทะเลสีครามและผาหินที่รวมอยู่ด้วยกันซึ่งทำให้ภาพออกมาสวยงามและลงตัวยิ่งขึ้น (ระยะเวลาในการเดินเรือของแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ,แรงลม,กระแสน้ำขึ้นและน้ำลงในทะเลของวันนั้นๆ ปกติจะใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 2 ชั่วโมง โอกาสในการพบเจอฝูงปลาโลมาประมาณ 90 % , ไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายได้ หากในกรณีที่ไม่พบฝูงปลาโลมา, กรณีไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าใช้จ่าย 35 EURO และ นำท่านเดินทางสู่ลากอส (Lagos) เป็นเมืองริมทะเลบที่อุดมไปด้วยชายหาดงดงามทอดยาวอยู่ข้างทาง โดยเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ในแคว้นแอลการ์และเคยเกิดแผ่นดินไหวเสียหายหนักในปี ค.ศ. 1755 เที่ยวชมเมืองกำแพงที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 14 ของลากอส (Lagos) มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและสวยงาม ให้ท่านเดินเล่นอิสระชมเมืองที่สวยงาม ทดแทน ) จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองฟารู (Faro) เมืองท่าที่สำคัญของโปรตุเกสโดยเมืองนี้เป็นเขตที่อยู่ทางใต้สุดของโปรตุเกส มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองท่าที่ติดกับสเปน
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก FARO หรือเทียบเท่า

วันที่ 5
ฟารู – เซบีย่า - กอร์โดบา
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเซบีย่า (Seville) เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของสเปน ชมปลาซาเดเอสปาญา (Plaza De Espana) ที่สร้างขึ้นเมือปี ค.ศ. 1982 เป็นกลุ่มอาคารรูปครึ่งวงกลมซึ่งรวมความเป็นสถาปัตยกรรมแบบสเปนที่เรียงต่อกันเป็นแนวยาวสวยงามยิ่งนัก แต่ละซุ้มโค้งประตูมีตราประจำจังหวัดไล่เรียงตามตัวอักษร อิสระให้ท่านเก็บภาพความงามรอบบริเวณ นำท่านถ่ายรูปกับหอคอยฆีรัลดา (Giralda Tower) หอศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นหอคอยที่สร้างขึ้นโดยชาวมุสลิม เป็นตึกทรงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูง 93 เมตร ติดกันกับมหาวิหารเป็นลานส้มและน้ำพุ เพื่อใช้ในพิธีชำระร่างกายของชาวมุสลิม จากนั้นนำท่านชมภายนอกและถ่ายรูปมหาวิหารแห่งเมืองเซบีย่า (Seville Cathedral) เริ่มสร้างใน ค.ศ.1042 และสร้างเสร็จ ค.ศ.1519 ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสาม รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรม และเซนต์ปอลที่ลอนดอน และใหญ่ที่สุดในสเปน สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิค ภายในตกแต่งได้อย่างวิจิตรตระการตา สร้างขึ้นแทนที่ตั้งของสุเหร่าเดิม โดยต้องการให้ยิ่งใหญ่แบบไม่มีใครเทียบเทียมได้ ในห้องเก็บทรัพย์สมบัติล้ำค่า มีทั้งภาพเขียน เครื่องใช้ในศาสนพิธี ที่ทำมาจากทองคำและเงินล้วนแล้วแต่ประเมินค่ามิได้ ตอนกลางโบสถ์เป็นที่ตั้งของสุสานคริสโตเฟอร์โคลัมบัส ซึ่งสร้างอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติยศ เป็นหีบศพหินอ่อนที่ตั้งอยู่บนบ่าของรูปสลักชายหนุ่ม 4 คน ซึ่งเป็นผู้แทนของ ราชอาณาจักรของกษัตริย์คาธอลิคทั้ง 2 พระองค์อันได้แก่คัสตีล เลออน อาราก็อน และนาวาร์เร
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองกอร์โดบา (Cordoba) เมืองที่สวยงามในแบบมูเดก้าและเป็นเมืองทีเจริญรุ่งเรืองที่สุดในยุคที่มัวร์ปกครอง นำท่านชมเมืองเก่าที่ยังคงมีสถาปัตยกรรมน่าประทับใจหลายแห่งที่ย้อนไปเมื่อครั้งเมืองนี้เป็นเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรือง ชมสะพานโรมันเป็นสะพานสำหรับการสัญจรข้ามแม่น้ำกัวดัลกิบีร์ (Guadalquivir) เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงนครแห่งนี้มาแต่ครั้งโบราณ โดยความเก่าแก่ของสะพานก็มีอายุราว 2 พันปี เพราะถูกสร้างขึ้นเมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 สมัยที่อาณาจักรโรมันเรืองอำนาจในดินแดนแถบนี้ โดยบริเวณเมืองเก่ายังเป็นที่ตั้งของมหาวิหารกอร์โดบา หรือในอดีต คือ มัสยิดใหญ่แห่งกอร์โดบา The Mosque–Cathedral of Córdoba หนึ่งในมรดกโลก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก AYRE CORDOBA หรือเทียบเท่า

วันที่ 6
กอร์โดบา – โทเลโด – เข้าชมมหาวิหารแห่งโทเลโด - มาดริด
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองโทเลโด (Toledo) เมืองหลวงเก่าของสเปน เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เมืองนี้เป็นแหล่งมรดกโลกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม มีทัศนีภาพที่สวยงาม โดยมีแม่น้ำเทกัส ไหลผ่านเมือง ลักษณะผังเมืองโทเลโดเป็นเอกลักษณ์ที่น่าชื่นชมที่สุดของการจัดสร้างเมืองโบราณอันสมบูรณ์แบบตัวเมืองรายล้อมด้วยเนินเขาประดุจกำแพงธรรมชาติด้วยหุบผา 3 แห่ง จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารแห่งโทเลโด (Toledo Cathedral) เป็นวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสเปน รองจากวิหารเมืองเซบีญ่า ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ความงดงามอลังการสไตล์โกธิก ภายในมหาวิหารมีการตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรด้วยไม้แกะสลักและภาพสลักหินอ่อน
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงมาดริด (Madrid) เมืองหลวงของประเทศสเปน ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นมหานครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาที่นี่ และประกาศให้มาดริดเป็นเมืองหลวงใหม่ ยกเว้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1601-1607 เมืองมาดริดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และสูงสุดแห่งหนึ่งในยุโรป นำท่านเที่ยวชมกรุงแมดริด ที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอยู่มากมาย ทั้งอนุสาวรีย์น้ำพุไซเบเลส (The Cibeles Fountain) ตั้งอยู่ที่จัตุรัสรัสซิเบเลส (Plaza de Cibeles) ซึ่งเป็นวงเวียนสำคัญและสวยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงมาดริด โดยบริเวณนี้ มีอาคารสวยงามและสำคัญ ประจำอยู่ทั้ง 4 มุมได้แก่ ธนาคารแห่งชาติสเปน,กองบัญชาการทหารบก,ที่ทำการใหญ่ไปรษณีย์ ประตูชัยอาคาล่า และศูนย์วัฒนธรรมทวีปอเมริกาโดยประตูชัยอาคาล่า มาดริด (Splendid puerta de alcala) สร้างขึ้นในปี 1599 ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตั้งตระหง่านทางตะวันออกของใจกลางเมือง ชมปลาซาเดเอสปาญา (Plaza de espana) เพื่อแวะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ (Donquixote) นำท่านสู่ พลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor of Madrid) ใกล้เขตปูเอต้าเดลซอล หรือประตูพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นจตุรัสใจกลางเมือง นับเป็นจุดนับกิโลเมตรแรกของสเปน (กิโลเมตรที่ศูนย์) และยังเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดินและรถเมล์ทุกสาย นอกจากนี้ยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมืองที่หนาแน่นด้วยร้านค้าและห้างสรรพสินค้าใหญ่มากมาย นำท่านแวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นหมีเกาะต้นเชอรี่ (The bear and the cherry tree in Madrid) อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญอีกแห่งของกรุงมาดริด
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ข้าวผัดสเปน)
ชมโชว์ ระบำ ฟลามิงโก ศิลปะระบำสเปน หนึ่งในการแสดงที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลกทั้งท่วงท่าการร่ายรำประกอบเสียงดนตรีที่เร้าใจสนุกสนาน
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก NOVOTEL MADRID CENTER หรือเทียบเท่า

วันที่ 7
มาดริด – เซอโกเบีย – รางส่งน้ำโรมัน - พระราชวังหลวง – สนามบิน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเซอโกเบีย (Segovia) เมืองท่องเที่ยวอีกเมืองหนึ่งของสเปน องค์การ UNESCO ยังได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1985 ชมรางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินแต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า 25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้ เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซอโกเบีย และเป็นไฮไลท์หลักของเมือง นำท่านเดินเล่นในเขตเมืองเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิดตลอดสองข้างทาง
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (หมูหันสเปน)
บ่าย
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่กรุงมาดริด เพื่อนำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง (Royal Palace) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส สวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังใดในทวีปยุโรป พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1738 ด้วยหินทั้งหลังในสไตล์บาโรค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ประกอบด้วยห้องต่างๆกว่า 2,830 ห้อง ซึ่งนอกจากจะมีการตกแต่งอย่างงดงามแล้ว ยังเป็นคลังเก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้น รวมทั้งสิ่งของมีค่าต่างๆอาทิ พัดโบราณ, นาฬิกา, หนังสือ, เครื่องใช้, อาวุธ (หากไม่สามารถเข้าชมพระราชวังหลวงมาดริดได้ เนืองจากมีพระราชพิธีภายในหรือตั๋วเต็ม ทางบริษัทขอนำท่านชม Royal Palace of Aranjuez เป็นการทดแทน) จากนั้นนำท่านชมอุทยานหลวงที่มีการเปลี่ยนพันธุ์ไม้ทุกฤดูกาล ชมอนุสาวรีย์เซอร์แวนเตส กวีเอกชาวสเปนที่ตั้งอยู่เหนืออนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ในสวนสาธารณะ
17.30 น.
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินมาดริด เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
22.05 น.
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ EK 144
***สำหรับคณะที่ออกเดินทางตั้งแต่ 30 ต.ค. จะออกเดินทางเวลา 21.40 น.และไปถึงดูไบเวลา 07.45 น.***

วันที่ 8
ดูไบ - The Palm Project - Medinat Jumeirah Souk – ทัวร์ทะเลทราย (Dune Safari & BBQ Dinner)
07.15 น.
เดินทางถึงสนามบินดูไบ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านขึ้นรถไฟ Monorail เข้าสู่ The Palm Project เป็นสุดยอดโครงการของ U.A.E. โดยการถมทะเลให้เป็นเกาะเทียม สร้างเป็นรูปต้นปาล์ม จำนวน 3 เกาะ มีทั้งโรงแรม รีสอร์ท อพาร์ตเม้นต์ ร้านค้า ภัตตาคาร รวมทั้งสำนักงานต่าง ๆ นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก ให้ท่านตื่นตาตื่นใจกับความความยิ่งใหญ่ของโรงแรม Atlantis อันหรูหราอลังการ นำท่านแวะถ่ายรูปด้านนอกกับโรงแรม Burj Al Arab โรงแรมสุดหรูระดับ 7 ดาว รูปทรงคล้ายเรือใบที่งดงามและหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ริมอ่าวอาหรับ เป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีที่มีชื่อเสียงชาวตะวันออกกลาง ถือเป็นสถานที่ที่ทุกคนใฝ่ฝันจะมีโอกาสเข้าไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต จากนั้นชม Medinat Jumeirah Souk หรือเรียกว่า เวนิสแห่งดูไบ เป็นตลาดติดแอร์ ตั้งอยู่ในส่วนเดียวกับโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว Mina Al Salam ของตระกูล Al Maktoum ออกแบบและตกแต่งเป็นศิลปะพื้นเมืองแบบอาหรับคลาสสิก ภายในมีสินค้าระดับ Premium มากมาย อาทิ ของที่ระลึก พวงกุญแจ ขวดทราย พรมอิหร่าน หัวน้ำหอม โคมไฟ ของประดับตกแต่งบ้าน ขนมหวาน และถั่วรสช็อกโกแลต เป็นต้น จากนั้นนำท่านผ่านชมพระราชวังท่านชีค (Shiekh Palace) ตื่นตาตื่นใจกับพระราชวังสุดอลังการของครอบครัว Shiekh Al Maktoum อันยิ่งใหญ่ ซึ่งมีความร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิดและบรรดาเหล่านกยูง ผ่านชม New Palace ซึ่งเป็นพระราชวังแห่งใหม่ของครอบครัว Shiekh Al Maktoum ที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ นำท่านผ่านชมสุเหร่าจูไมร่า (Jumeirah Mosque) สุเหร่าคู่บ้านคู่เมืองของดูไบ สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง และได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในนครดูไบ
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ที่พัก เพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายพร้อมตะลุยทะเลทราย ระหว่างทางแวะนำท่านชมโรงงานเครื่องประดับเพชรพลอย
นำท่านเดินทางไปทัวร์ทะเลทราย (Dune Safari & BBQ Dinner) (อย่าลืมเสื้อแจ็คเกต แว่นตากันแดด รองเท้าฟองน้ำ ติดตัวไปด้วย) นำท่านขึ้นรถ 4WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) ไปทัวร์ทะเลทราย ท่านจะได้สนุกสนานและตื่นเต้นไปกับประสบการณ์อันแปลกใหม่ นั่งรถตะลุยไปบนเนินทรายทั้งสูงและต่ำสลับกันไป (Sand Dune)
ค่ำ
จากนั้นให้ท่านได้รับประทานอาหารค่ำ และ เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ในแคมป์กระโจมแบบอาหรับ ดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกของพระอาทิตย์ตกดินที่แสนสวยงาม และสัมผัสชีวิตแบบชาวพื้นเมือง (เบดูอิน) อาทิ การสวมชุดพื้นเมืองชาวอาหรับ ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก การเพ้นท์มือแบบอาหรับ (Henna Tattoo) ลองสูบ มารากู กลิ่นผลไม้ (Shi Sha) ชมโชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) ซึ่งเป็นศิลปะการร่ายรำที่เน้นการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อท้องและสะโพก รวมถึงสนุกสนานกับการขี่อูฐ
หมายเหตุ ท่านที่เมารถ กรุณาทานยาแก้เมาล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง หรือควรแจ้งหัวหน้าทัวร์ให้ทราบก่อนไปทัวร์ทะเลทราย ทางทัวร์จะไม่รับผิดชอบ และไม่อนุญาตให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรงนั่งรถไป Dune Safari โดยเด็ดขาด *** สำหรับท่านที่ไม่ร่วมเดินทาง Dune Safari ท่านต้องรอคณะอยู่ที่โรงแรม โดยทางบริษัท ไม่สามารถคืนค่าทัวร์ให้ได้ รวมทั้งอาหารมื้อค่ำ ***
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS AIRPORT หรือเทียบเท่า

วันที่ 9
นั่งเรือ Abra Ride – ตลาดเครื่องเทศ และ ตลาดทอง - Dubai Mall - – ขึ้น “เบิร์จคาลิฟา” ชั้น 124 – สนามบิน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู๋ Dubai Creek เป็นทะเลที่สร้างขึ้นโดยการขุดเข้ามาในชายฝั่ง ซึ่งแบ่งนครดูไบออกเป็น 2 ส่วน คือ Deira Dubai และ Bur Dubai มีความยาวประมาณ 14 กิโลเมตร มีท่าจอดเรือ 8 ท่า ให้ท่านได้ชมและถ่ายรูปกับทัศนียภาพสองฟากฝั่งของแม่น้ำ Creek ตามอัธยาศัย ให้ท่านได้ถ่ายรูปในย่าน Bastakiya และนำท่านนั่งเรือ Abra Ride สัมผัสมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมผ่านวิถีชีวิตสองฝั่งน้ำของแม่น้ำ Creek จากนั้นเดินสู่ตลาดเครื่องเทศ (Gold & Spicy Souk) และตลาดทอง (Gold Souk) เป็นตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก จำหน่ายผลิตภัณฑ์ Jewelry ทุกประเภท เช่น มุก อัญมณีต่าง จากนั้นนำท่านสู่ห้างดูไบ (Dubai Mall) ห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ภายใน ให้ท่านได้ถ่ายรูปหน้าตู้ปลา ที่มีขนาดใหญ่กว่าคนสิบคนยืนเรียงกัน ให้เวลาท่านอิสระเลือกซื้อสินค้าในห้าง ให้ท่านได้เลือกซื้อของฝาก สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี กระเป๋าถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องกีฬา เป็นต้น
อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย
นำท่านขึ้น “เบิร์จคาลิฟา” Burj Khalifa ชั้น 124 ตึกที่สูงที่สุดในโลก มีความสูงถึง 828 เมตร มีทั้งหมด 160 ชั้น ออกแบบโดยนายเอเดรียน สมิธ สถาปนิกจากชิคาโก ซึ่งคณะจะได้มีโอกาสขึ้นลิฟท์ที่มีความเร็วที่สุดในโลกคือ 18 เมตร ต่อวินาที หรือ 65 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ไปถึงชั้น 124 เพื่อชมวิวจากของนครดูไบได้ทั่วทุกทิศที่สวยงาม โดยตึกนี้ออกแบบตบแต่งภายในโดย Giorgio Armani นำท่านแวะถ่ายรูปกับดูไบเฟรม (Dubai frame) สัญลักษณ์ใหม่ของดูไบ ซึ่งเป็นกรอบรูปฉาบทองคำความสูงขนาด 150 เมตร กว้าง 93 เมตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เวลาในการก่อสร้างมาถึง 10 ปีเต็ม ด้วยจำนวนเงินประมาณ 43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.39 พันล้านบาท
18.00 น.
เดินทางสู่ สนามบินดูไบ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งใน Duty Free เพลิดเพลินกับสินค้าแบรนด์เนม และน้ำหอมยี่ห้อดังมากมาย
22.30 น.
ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ EK 374
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางเวลา 22.35 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 07.35 น.***

วันที่ 10
กรุงเทพฯ
08.00 น.
คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

เงื่อนไข

เงื่อนไขการให้บริการ
1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า
ภายใน 3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดย
อัตโนมัติ
3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่
ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่
รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและ
ยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทาง
เจ้าหน้าที่
6. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่
สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแล
สมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแล
คณะทัวร์ทั้งหมด

เงื่อนไขการชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ
ทางบริษัทขอเก็บค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ 20 วันก่อนการเดินทาง
หากท่านไม่ผ่านการอนุมัติวีซ่าหรือยกเลิกการเดินทางโดยเหตุจำเป็น
ทางบริษัทขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

ข้อมูลเบื้องต้นในการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าและการยื่นวีซ่า
1. การพิจารณาวีซ่าเป็นดุลยพินิจของสถานทูต มิใช่บริษัททัวร์ การเตรียมเอกสารที่ดีและถูกต้องจะช่วยให้การพิจารณา ของสถานทูตง่ายขึ้น
2. กรณีท่านใดต้องใช้พาสปอร์ตเดินทาง ช่วงระหว่างยื่นวีซ่า หรือ ก่อนเดินทางกับทางบริษัท ท่านต้องแจ้งให้ทางบริษัทฯ ทราบล่วงหน้าเพื่อวางแผนในการขอวีซ่าของท่าน ซึ่งบางสถานทูตใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่าที่ค่อนข้างนานและอาจไม่สามรถดึงเล่มออกมาระหว่างการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้
3. สำหรับผู้เดินทางที่ศึกษาหรือทำงานอยู่ต่างประเทศ จะต้องดำเนินเรื่องการขอวีซ่าด้วยตนเองในประเทศที่ตนพำนักหรือศึกษาอยู่เท่านั้น
4. หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน โดยนับวันเริ่มเดินทางออกนอกประเทศ หากนับแล้วต่ำกว่า 6 เดือน ผู้เดินทางต้องไปยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ และกรุณาเตรียมหนังสือเดินทางเล่มเก่า ให้กับทางบริษัทด้วย เนื่องจากประวัติการเดินทางของท่านจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการยื่นคำร้องขอวีซ่า และจำนวนหน้าหนังสือเดินทาง ต้องเหลือว่างสำหรับติดวีซ่าไม่ต่ำกว่า 3 หน้า
5. ท่านที่ใส่ปกหนังสือเดินทางกรุณาถอดออก หากมีการสูญหาย บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อปกหนังสือเดินทางนั้นๆ และพาสปอร์ต ถือเป็นหนังสือของทางราชการ ต้องไม่มีรอยฉีกขาด หรือ การขีดเขียน หรือ แต่งเติมใดๆ ในเล่ม

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่นั่งบนเครื่องบิน
1. ทางบริษัทได้สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว หากท่านยกเลิกทัวร์ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์การเรียกเก็บค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท แล้วแต่สายการบินและช่วงเวลาเดินทาง
2. หากตั๋วเครื่องบินทำการออกแล้ว แต่ท่านไม่สารถออกเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และรอ Refund จากทางสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
3. นั่งที่ Long Leg โดยปกติอยู่บริเวณทางออกประตูฉุกเฉิน และผู้ที่จะนั่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สายการบินกำหนด เช่น ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เครื่องบินมีปัญหา เช่น สามารถเปิดประตูฉุกเฉินได้ (น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม) ไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและร่างกาย และอำนาจในการให้ที่นั่ง Long leg ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่เช็คอินสายการบิน ตอนเวลาที่เช็คอินเท่านั้น

กรณียกเลิกการเดินทาง
1. แจ้งยกเลิก 45 วัน ขึ้นไปก่อนการเดินทาง คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
2. แจ้งยกเลิกภายใน 30-44 วันก่อนเดินทาง เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 10,000 บาท
3. แจ้งยกเลิกภายใน 16-29 วันก่อนเดินทาง เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 20,000 บาท
4. แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15 วันก่อนเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
5. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่ บริษัทฯกำหนดไว้ (30ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
6. กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่าน ไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่ สถานทูตฯ เรียกเก็บ
7. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว) ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน
8. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
9. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากปลอมแปลงหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าเหตุผลใดๆตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก
1. เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกันและบางโรงแรม อาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม
2. โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ
3. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade air) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม
บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
4. โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัต
และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน

ข้อมูลเบื้องต้นในการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าและการยื่นขอวีซ่า UAE
1. สำเนาสีหนังสือเดินทางที่ชัดเจน ไม่ใช่ถ่ายจากมือถือ และวันหมดอายุหนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางกลับถึงประเทศไทย
2. รูปถ่าย : รูปสี ขนาด 2 นิ้ว พื้นหลังสีขาวเท่านั้น (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 2 รูป
- กรุณากรอกชื่อของบิดา-มารดาของผู้ที่เดินทาง และชื่อคู่สมรส (กรณีผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว)
3. กรณีผู้เดินทางอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์
3.1. เด็ก ไม่ได้เดินทาง กับบิดาและมารดา จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง ไปต่างประเทศจากเขตหรืออำเภอ (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ) + หน้าพาสปอร์ตของบิดาและ มารดา + หนังสือรับรองค่าใช่จ่าย (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ)
รายละเอียดเอกสารการยื่นขอวีซ่าที่ได้กล่าวมานี้ เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ทางบริษัทฯ ได้จัดทำขึ้นจากประสบการณ์และระเบียบของสถานทูตฯ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามแต่สถานการณ์ และคุณสมบัติของลูกค้าในแต่ละราย
3.2. เด็ก ไม่ได้เดินทาง กับบิดา จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง(ของมารดา) ไปต่างประเทศจากเขตหรืออำเภอ (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ) + หน้าพาสปอร์ตของบิดาและ มารดา
3.3. เด็ก ไม่ได้เดินทาง กับมารดา จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง(ของบิดา) ไปต่างประเทศจากเขตหรืออำเภอ (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ) + หน้าพาสปอร์ตของบิดาและ มารดา
ระยะเวลาในการยื่นวีซ่า 14 วันทำการ ไม่รวมเสาร์-อาทิตย์
หมายเหตุ : ทาง UAE Immigration อาจมีการ ขอรายละเอียดเพิ่มเติม จากที่ได้แจ้งไว้ ขึ้นอยู่กับ การพิจารณาของเจ้าหน้าที่ และเอกสาร ของแต่ละท่าน การอนุมัติวีซ่าเป็นดุลพินิจของทางสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลางและคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น อัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าทางสถานทูตเป็นผู้เรียกเก็บ หากท่านโดนปฏิเสธการขออนุมัติวีซ่า ทางสถานทูตไม่คืนอัตราค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่า และมีสิทธิ์ไม่แจ้งสาเหตุการปฏิเสธวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่าเชงเก้น (โปรตุเกส)
ใช้เวลาทำการอนุมัติวีซ่านับจากวันยื่นประมาณ 15-20 วันทำการ
ยื่นวีซ่าแสดงตนที่ศูนย์ยื่นวีซ่า TLS Contact
เอกสารกรุณาเตรียม 1 ชุด ยกเว้น เอกสารที่ออกจากทางราชการ
และทางธนาคารขอเป็นตัวจริง 1 ชุด และสำเนา 1 ชุด
ในระหว่างยื่นวีซ่าเข้าสถานทูตแล้ว ไม่สามารถดึงเล่มหนังสือเดินทางออกมาก่อนได้

**ลูกค้ากรุณาอย่ายึดติดกับการยื่นขอวีซ่าในอดีต
เพราะสถานทูตมีการเปลี่ยนแปลงกฎและเอกสารการยื่นอยู่เรื่อย ๆ**

1. หนังสือเดินทางประเทศไทย (Thailand Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า อายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางกลับ และหนังสือเดินทางจะต้องไม่ชำรุด (หนังสือเดินทางเล่มเก่าที่มีวีซ่าเชงเก้น ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย)
***ในกรณีที่ถือพาสปอร์ต สัญชาติไทย แต่พำนักอยู่ต่างประเทศ, ทำงานอยู่ต่างประเทศ หรือนักเรียน นักศึกษาศึกษาอยู่ต่างประเทศ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทให้ทราบทันที เพราะการยื่นขอวีซ่าจะมีเงื่อนไข และ ข้อกำหนดของทางสถานทูตต้องการเพิ่มเติม และ บางสถานทูตอาจไม่สามารถยื่นขอวีซ่าในประเทศไทยได้ ข้อกำหนดนี้รวมไปถึงผู้เดินทางที่ถือพาสปอร์ตต่างชาติด้วย***

2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 3.5x4.5 CM. จำนวน 2 ใบ
***ใบหน้าสูง2.5- 3 CM.ขึ้นอยู่กับลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล พื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน รวบผม ให้เห็นหู เห็นคิ้ว ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ รูปไม่เลอะหมึก.และไม่มีร่องรอยชำรุด***

3. หลักฐานการทำงาน
- 3.1 เจ้าของกิจการ หนังสือรับรองการจดทะเบียน(DBD)ที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน อายุไม่เกิน 3 เดือน หรือ สำเนาใบทะเบียนการค้า(พค.0403) (ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และมีตราประทับจากร้านแปล)
- 3.2 กิจการไม่จดทะเบียน จดหมายชี้แจงการทำงาน พร้อมเอกสารประกอบ เช่น รูปถ่ายร้าน โฉนดที่ดิน สัญญาเช่าที่(ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และมีตราประทับจากร้านแปล) เป็นต้น
- 3.3 เป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงาน จากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงาน, วันลา
(ขอเป็นภาษาอังกฤษมีอายุ 1 เดือน ชื่อ-สกุลต้องตรงตามหน้าพาสปอร์ต ใช้คำว่า “TO WHOM IT MAY CONCERN” แทนชื่อสถานทูตที่ยื่น)
- 3.4 นักเรียนหรือนักศึกษา ใช้หนังสือรับรองการเรียนที่ออกจากสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่
(ขอเป็นภาษาอังกฤษมีอายุ 1 เดือน ชื่อ-สกุลต้องตรงตามหน้าพาสปอร์ตใช้คำว่า “TO WHOM IT MAY CONCERN” แทนชื่อสถานทูตที่ยื่น)

4. หลักฐานการเงิน
- 4.1 กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 3 เดือน ที่ออกจากทางธนาคาร (รบกวนลูกค้าทำรายการเดินบัญชี โดยการฝากหรือถอน ก่อน 1-2 วัน แล้ว ค่อยขอ Statement เพื่อให้อัพเดทไม่เกิน 15-20 วัน)
- 4.2 กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้
- สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ย้อนหลัง 3 เดือนของผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายให้(เงื่อนไขหลักฐานการเงินเหมือนข้อ4.1)
- ทำหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (Sponsor Letter) ระบุชื่อเจ้าของบัญชี
(ผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายให้) ต้องสะกดชื่อ – สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต และบุคคลที่เจ้าของบัญชีออกค่าใช้จ่ายให้ (ผู้เดินทาง) ต้องสะกดชื่อ – สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต โดยจะต้องระบุความสัมพันธ์มาโดยชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร เป็นฉบับภาษาอังกฤษ
*Bank Statement จะต้องมีตราประทับจากทางธนาคาร และสะกดชื่อ-นามสกุลให้ตรงกับพาสปอร์ต แสดงเลขที่บัญชีครบทุกตัว และจะต้องมีแสดงทั้งหมดในทุก ๆ หน้า
**สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีติดลบ บัญชีกระแสรายวัน
พันธบัตร ตราสารหนี้ กองทุน และสลากออมสิน**
5. เอกสารส่วนตัว
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- บัตรประชาชน
- สูติบัตร(กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี)
- ทะเบียนสมรส/ทะเบียนหย่า/มรณะบัตร(ถ้ามี)
- ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามีการเปลี่ยน)

6. กรณีเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศพร้อมบิดา มารดา
- หากเด็กเดินทางไปกับบิดา จะต้องมีหนังสือยินยอมจากมารดา จากอำเภอต้นสังกัด (โดยมารดาจะต้องคัดหนังสือยินยอมระบุให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับบิดา)พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนมารดามาด้วย
- หากเด็กเดินทางกับมารดา จะต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดา จากอำเภอต้นสังกัด (โดยบิดาจะต้องคัดหนังสือยินยอมระบุให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดา) พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนบิดามาด้วย
- หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมกับบิดาและมารดา ทั้งบิดาและมารดาจะต้องคัดหนังสือระบุยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร มีความสัมพันธ์เป็นอะไรกันกับเด็ก จากอำเภอต้นสังกัด พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของบิดาและมารดา
- กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว
*กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดาและมารดาต้องเซ็นกำกับในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า โดยลายเซ็นจะต้องตรงตามพาสปอร์ต หรือ ใบยินยอม(ในกรณีไม่ได้เดินทางด้วย)
**กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เอกสารที่เป็นภาษาไทย ที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่า จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และเอกสารต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศของไทย(แปลประทับตราจากกงศุล)เท่านั้น
***กรณีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป เอกสารที่เป็นภาษาไทย ที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่า จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และเอกสารต้องได้รับการรับรองจากร้านแปลที่มีตราประทับเท่านั้น
****เอกสารภาษาไทย ที่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ทางผู้สมัครจะต้องนำไปแปลด้วยตัวเอง ที่ร้านแปล หรือที่กรมการกงศุล ค่าใช้จ่าย ประมาณ 200 – 500 บาท/ใบ


อัตรานี้รวม

1 ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (3 ดาว – 4 ดาว)
5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)
ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท
ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล
เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ **
เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน]
**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **
[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
8. ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์)
9. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3 %
10. ค่าธรรมเนียมวีซ่า UAE


อัตรานี้ไม่รวม

1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 2 ชิ้น, ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศโปรตุเกส (ผู้ยื่นวีซ่าชำระเงินตรงกับศูนย์ยื่นวีซ่าในวันยื่นจำนวนเงินโดยประมาณ 3,000 บาท)
6. ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น (30 ยูโร)
7. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (30 ยูโร)


"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2019 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th