THG985 SCOTLAND ENGLAND AND IRELAND สกอตแลนด์ อังกฤษ ไอร์แลนด์ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
SCOTLAND ENGLAND AND IRELAND  สกอตแลนด์ อังกฤษ ไอร์แลนด์ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
• เที่ยวประเทศไอร์แลนด์ ดินแดนสองการปกครอง ทั้งตอนเหนือในเครือจักรภพอังกฤษ และตอนใต้เขตปกครองตัวเอง • เที่ยว Giant’s Causeway แนวหินภูเขาไฟริมทะเล มรดกโลกทางกทางธรรมชาติตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 หนึ่งในฉากถ่ายทำที่อลังการของซีรี่ย์ดังเรื่อง Game of Thrones • เที่ยว เบลฟาสท์ไททานิค นิทรรศการเกี่ยวกับเรือไททานิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก • เข้าชิมเบียร์ดำ ‘dark ruby’ ต้นตำหรับ ที่โรงเบียร์ Guinness Storehouse แห่งเมืองดับลิน • เข้าชมปราสาทเอดินเบิร์ก (Edinburge Castle) เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สก๊อต • ชมพิพิธภัณฑ์น้ำแร่ร้อนโรมัน (Roman Bath Museum) อดีตที่ยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองของชาวโรมัน • เที่ยวลอนดอน ถ่ายรูปกับหอนาฬิกาบิ๊กเบน
สรุปการท่องเที่ยว:
วันที่ 1: กรุงเทพฯ
วันที่ 2: ดูไบ – เอดินเบิร์ก – ปราสาทเอดินเบิร์ก
วันที่ 3: เอดินเบิร์ก – แมนเชสเตอร์ – ลิเวอร์พูล – ล่องเรือสำราญ Stena Line – เบลฟาสต์ (ไอร์แลนด์เหนือ)
วันที่ 4: เบลฟาสต์ – บุชมิลส์ – Giant’s Causeway (Game of Thrones) – Belfast Titanic
วันที่ 5: เบลฟาสต์ – ดับลิน (ไอร์แลนด์) – โรงเบียร์ Guinness Storehouse – Trinity College Dublin
วันที่ 6: ดับลิน – OUTLET – คิลเคนนี – ปราสาทคิลเคนนี – วอเตอร์ฟอร์ด
วันที่ 7: วอเตอร์ฟอร์ด – รอสส์แลร์ – ล่องเรือ ferry Stena Line – คาร์ดิฟ
วันที่ 8: คาร์ดิฟ – บาธ – เสาหินสโตนเฮนจ์ – ลอนดอน
วันที่ 9: ลอนดอน – หอนาฬิกาบิ๊กเบน – หอคอยลอนดอน – ช้อปปิ้งห้างแฮร์รอด – ถนนอ๊อกฟอร์ด – สนามบิน
วันที่ 10: ดูไบ – กรุงเทพ
มีการเข้าชมทั้งหมด: 56 ครั้ง ผู้ชมขณะนี้: 1 คน

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข


(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 43)
ตารางบิน
Emirates (EK)
(ขาไป)
01:15 - 04:45 BKK - DXB EK385
Emirates (EK)
(ขากลับ)
09.55 - 14.50 DXB - EDI EK23
Emirates (EK)
(ขาไป)
22.15 - 08.05 LHR - DXB EK6
Emirates (EK)
(ขากลับ)
09.40 - 18.55 DXB - BKK EK370

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

 
วันที่ 1
กรุงเทพฯ
23.00 น.
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่ 2
ดูไบ – เอดินเบิร์ก – ปราสาทเอดินเบิร์ก
02.00 น.
ออกเดินทางสู่สนามบินเอดินเบิร์ก ด้วยเที่ยวบิน EK 371 ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK 385 เวลา 01.15 น. และถึงดูไบ เวลา 04.45 น.***
06.00 น.
เดินทางถึงสนามบินดูไบรอเปลี่ยนเครื่อง
08.45 น.
ออกเดินทางต่อด้วยเที่ยวบิน EK 23 ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 09.55 น. และถึงเอดินเบิร์ก เวลา 14.50 น.***
13.00 น.
เดินทางถึง สนามบินเอดินเบิร์ก (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเข้าสู่เมืองเอดินเบิร์ก (Edinburgh) เมืองหลวงของสก็อตแลนด์ (Scothland) ดินแดนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สวยงาม นำท่านเดินทางสู่ย่านเมืองเก่า สู่ถนนรอยัลไมล์ (Royal Mile) ถนนสายสำคัญที่เชื่อมสู่พระตำหนักโฮลี่รู๊ด (Palace of Holyroodhouse) ซึ่งเป็นที่ประทับของพระราชินี เวลาเสด็จเยือนสกอตแลนด์ และเคยเป็นที่ประทับของพระนางแมรีแห่ง สก็อต ฝั่งตรงข้ามเป็นรัฐสภาแห่งชาติสก็อตอันน่าภาคภูมิใจ ด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัย นำท่านเข้าชมปราสาทเอดินบะระ (Edinburgh Castle) อันสง่างามด้วยทำเลที่ตั้งบนเนินเขาสูง มองเห็นเด่นเป็นสง่าจากทุกมุมเมือง เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สก๊อต แบ่งเป็นส่วนต่างๆอย่างน่าชม อาทิ ส่วนของป้อมปราการและกำแพงปราสาทโบราณ มีปืนใหญ่เรียงราย รวมทั้งประเพณีการยิงปืนใหญ่ในเวลา 13.00 น. ของทุกวันตลอด 150 ปีที่ผ่านมา, โบสถ์เซนต์ มากาเร็ต สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 12 เพื่อรำลึกถึงพระมารดาของกษัตริย์เดวิดที่ 1 แล้วเข้าสู่พระราชฐานชั้นในส่วนที่เป็น The Palace จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของราชวงศ์แห่งสก็อต
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN EDINBURGH หรือเทียบเท่า (เพื่อความสะดวกของท่าน กรุณาเตรียมกระเป๋าสำหรับค้างคืนบนเรือ 1 คืน ในคืนถัดไป)

วันที่ 3
เอดินเบิร์ก – แมนเชสเตอร์ – ลิเวอร์พูล – ล่องเรือสำราญ Stena Line – เบลฟาสต์ (ไอร์แลนด์เหนือ)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมืองแมนเชสเตอร์ (Manchester) เมืองอุตสาหกรรม ที่มีชื่อเสียงจากการเป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่งแรกของโลก เป็นศูนย์กลางศิลปะ สื่อ และธุรกิจขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ตั้งของสโมสรที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการฟุตบอลของโลก โดยมีสโมสรฟุตบอล 3 สโมสร ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และสโมสรคริกเก็ต แลงคาเชียร์ เคาน์ตี้
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ฟิชแอนด์ชิพ)
บ่าย
ออกเดินทางสู่เมืองลิเวอร์พูล (Liverpool) ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองวัฒนธรรมแห่งยุโรปในปี 2008 และยังเป็นเมืองถิ่นกำเนิดของวงดนตรีสี่เต่าทองหรือเดอะบีทเทิล ความรุ่งเรืองของลิเวอร์พูลมาจากการเป็นเมืองท่าสำคัญ มีการติดต่อค้าขายกับแคริบเบียน, ไอร์แลนด์ และแผ่นดินใหญ่ยุโรป นำท่านชมบริเวณท่าเรืออัลเบิร์ต (Albert Dock) โดยบริเวณท่าเรือประกอบไปด้วยอาคารท่าเรือและคลังสินค้า ชมตึกรอยัลลิเวอร์ (Royal Liver Building) อีกหนึ่งอาคารที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์และมีชื่อเสียงของเมืองลิเวอร์พูล
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อลงเรือสำราญ Stena Line Irish Sea เรือสำราญขนาดใหญ่ที่ความจุกว่า 970 คน ที่พรั่งพร้อมไปด้วยร้านขายของ, ร้านค้าปลอดภาษี,ร้านอาหาร, ห้อง Sauna, Spa ฯลฯ (กรุณาเตรียมกระเป๋าสำหรับค้างคืนบนเรือ 1 คืน เพื่อความสะดวกของท่าน)
22.30 น.
ออกเดินทางสู่เมืองเบลฟาสต์ (Belfast) ประเทศไอร์แลนด์เหนือ
ที่พัก
พักค้างคืนบนเรือสำราญ STENA LINE SHIP

วันที่ 4
เบลฟาสต์ – บุชมิลส์ – Giant’s Causeway (Game of Thrones) – Belfast Titanic
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
06.30 น.
เดินทางถึงท่าเรือเมืองเบลฟาสต์ เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์เหนือ ท่าเรือสำคัญตั้งแต่ คริสตวรรษที่ 19 ออกเดินทางต่อโดยรถโค้ช สู่เมืองบุชมิลส์ (Bushmills) พาท่านชม ไจแอนท์คอสเวย์ (Giant’s Causeway) แนวหินภูเขาไฟริมทะเลที่ยาวกว่า 4.8 กิโลเมตร เป็นเขตมรดกโลก หินภูเขาไฟหรือหินบะซอลต์เหล่านี้ถูกลมและน้ำกัดกร่อนจนเกิดเป็นรูปร่างคล้ายก้อนอิฐสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ตั้งซ้อนกันเป็นทางเดินลัดเลาะและยื่นเข้าไปในทะเล สามารถเดินบนก้อนหินเหล่านี้ได้ เป็นจุดชมวิวสวยงามและเป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ และเป็นหนึ่งในฉากถ่ายทำที่อลังการของซีรี่ย์ดังเรื่อง Game of Thrones
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย
นำท่านกลับสู่เมืองเบลฟาสต์เมืองสำคัญแห่งการส่งออกทางเรือที่สำคัญที่สุดของเมือง พาท่านถ่ายรูปกับ Belfast Titanic นิทรรศการเกี่ยวกับเรือไททานิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาคารทรงแปลกตาสูง 6 ชั้น จัดแสดงเรื่องราวของเรือไททานิคตั้งแต่แนวความคิด การก่อสร้าง การเปิดตัวครั้งแรกของเรือและจุดสุดท้ายของการเดินทางที่น่าเศร้าที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยพื้นที่ปัจจุบันตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นอู่ต่อเรือที่ก่อสร้างเรือไททานิคมาก่อน โดยใช้ระยะเวาลาก่อสร้างนานถึง 3 ปี ด้วยแรงงานมากกว่า 5,000 คน ถือเป็นเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปี 1912 จากนั้นนำท่านสู่ศูนย์กลางการช้อปปิ้งของเมืองเบลฟาสต์ เรียกว่า Spirit of Belfast ที่รายล้อมไปด้วยร้านรวงตามถนนแบรนด์เนมอยู่มาก Belfast Court Shopping Center และ Victoria Square Shopping Center และเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนสามารถมาแสดงดนตรีเปิดหมวกให้เมืองมีสีสัน อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN BELFAST หรือเทียบเท่า

วันที่ 5
เบลฟาสต์ – ดับลิน (ไอร์แลนด์) – โรงเบียร์ Guinness Storehouse – Trinity College Dublin
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองดับลิน (Dublin) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ (Republic of Ireland) เมืองใกล้ทะเลไอริช (Irish Sea) มีแม่น้ำลิฟฟี่ (Liffey) เป็นแม่น้ำสายหลักตัดผ่านกลางเมือง แบ่งดับลินออกเป็นเหนือและใต้ นำท่านชมเมืองดับลิน นำท่านถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง City Hall ในรูปแบบไอริช จอร์เจียน จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทดับลิน Dublin Castle สร้างขึ้นในปีค.ศ.1204 โดยกษัตริย์จอห์นแห่งอังกฤษ ปัจจุบันปราสาทดับลิน ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการปกครองของอังกฤษในไอร์แลนด์ จนได้รับอิสระเป็นสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ในปี ค.ศ.1922 จากนั้นผ่านชม Trinity College Dublin มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของไอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1592 โดยควีนอลิซาเบธที่ 1 ในยุคที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษ นำท่านสู่ถนนคนเดินที่คนดับลินนิยมมากที่สุด ณ GRAFTON STREET เต็มไปด้วยร้านของดีไซนเนอร์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ในห้าง Brown Thomas ในบรรยากาศแบบหรูหราของชาวไอริส โดยที่ห้างนี้เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ชื่อดังของโลก เช่น Louis Vuitton, Dio, Gucci, Chanel, Valentino และ Jimmy Choo เป็นต้น
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย
นำท่านเข้าสู่ โรงเบียร์ Guinness Storehouse เบียร์ยี่ห้อดังแห่งตระกูล Guinness ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1759 บนพื้นที่ดินตามสัญญาเช่ายาวนานกว่า 9,000ปี ให้ท่านได้ชิมเบียร์ดำต้นตำหรับ ที่เรียกว่า “Stout” ที่ได้จากการข้าวบาร์เล่ย์คั่วบ่มจนกลายเป็นสีดำ โดยชาวไอริชมักเรียกเบียร์ชนิดนี้ว่า ‘dark ruby’ ให้ท่านได้มีโอกาสชิมเบียร์ ที่ Gravity Bar พร้อมชมวิวทัศนียภาพของตัวเมืองดับลินอย่างเพลิดเพลินสายตา ***ท่านที่อายุต่ำกว่า 18 ปี สงวนสิทธิ์ในการเสริฟเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ท่านสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำอัดลมตามชอบ***
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MALDRON NEWLANDS CROSS หรือเทียบเท่า

วันที่ 6
ดับลิน – OUTLET – คิลเคนนี – ปราสาทคิลเคนนี – วอเตอร์ฟอร์ด
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ Kildare Village Luxury Shopping ชอปปิ้งจุใจ มีหลากหลายแบรนด์ดังให้ท่านให้เลือกสรร อาทิ เช่น Balenciaga, Valentino, MCM, ErmenegildoZegna, Alberta Ferretti, Shanghai Tang, Dior, Giorgio Armani, Dolce & Gabrana, Bottega Veneta, Bvlgari, Fendi ฯลฯ ให้เวลาท่านได้อิสระสนุกกับการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นชั้นนำภายใน OUTLET
อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่เมืองคิลเคนนี (KILKENNY) มืองที่อุดมด้วยสีสันและเต็มไปด้วยร่องรอยประวัติศาสตร์และปราสาทแบบนอร์มันอายุกว่า 800 ปี อันน่าทึ่ง นำท่านเข้าชมปราสาทคิลเคนนี KILKENNY CASTLE ปราสาทแบบในรูปแบบนอร์มัน สร้างขึ้นในปีค.ศ.1195 โดย อัศวิน Richard de Clare เพื่อเป็นป้อมปราการคุมหัวเมืองแนวฝั่งลุ่มแม่น้ำนอร์ โดยลักษณะเด่นของปราสาทนอร์มัน คือการสร้างหอคอยสูงขนาดใหญ่ทั้ง 4 ทิศของตัวปราสาท ซึ่งได้รับการบูรณะจากการก่อสร้างด้วยไม้ มาเป็นปราสาทหินอย่างที่เห็นในปัจจุบัน โดยทายาทรุ่นที่4 วิลเลี่ยม มาร์แชล (Earl of Pembroke) ให้ท่านได้ชมห้องต่างๆภายในปราสาท ที่ยังถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง วอเตอร์ฟอร์ด (Waterford) เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์ (Ireland’s oldest city) โดยชาวไวกิ้งส์ได้มาตั้งรกรากที่นี่ในสมัยศตวรรษที่ 8 ที่นี่จึงเป็นเมืองท่าค้าขายแห่งแรกของประเทศ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ Suir และยังความสำคัญมาจนถึงทุกวันนี้
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม VIKING WATERFORD หรือ

วันที่ 7
วอเตอร์ฟอร์ด – รอสส์แลร์ – ล่องเรือ ferry Stena Line – คาร์ดิฟ
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองรอสส์แลร์ (Rosslare) เพื่อนำท่านสู่ท่าเรือ Rosslare Harbour ให้ท่านเปลี่ยนประสบการเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ Stena Line
08.00 น.
ออกเดินทางสู่เมืองฟิชการ์ด (Fishguard) ประเทศเวลส์ (Wales) (ใช้เวลาล่องประมาณ 3.15 ชั่วโมง)
11.15 น.
เดินทางถึงเมืองฟิชการ์ด (Fishguard) ประเทศเวลส์ (Wales)
บ่าย
จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff) เมืองหลวงประเทศเวลส์ (Wales) หนึ่งในเครือจักรภพ กลางใจเมืองเป็นที่ตั้งของปราสาทคาร์ดิ๊ฟ เดิมเป็นที่พำนักของขุนนางผู้ปกครองเมือง ถูกล้อมรอบไว้ด้วยกำแพงโบราณ จากนั้นผ่านชมศาลาว่าการเมืองและกลุ่มอาคารโบราณเก่าแก่ผ่านชมเมือง สวนสาธารณะคาร์ดิ๊ฟ, สนามกีฬามิลเลนเนียม, อาคารที่ทำการของรัฐ
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOLIDAY INN CARDIFF CITY หรือเทียบเท่า

วันที่ 8
คาร์ดิฟ – บาธ – เสาหินสโตนเฮนจ์ – ลอนดอน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางต่อสู่เมืองบาธ (Bath) ตั้งอยู่ในหุบเขาของแม่น้ำเอวอนในบริเวณที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวโรมันสมัยที่ยังเรืองอำนาจ และเป็นผู้สร้างโรงอาบน้ำโรมัน (Roman Bath) และยังได้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ (UNESCO) ในปี ค.ศ. 1987 นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์น้ำแร่ร้อนโรมัน (Roman Bath Museum) ซึ่งมีประวัติการค้นพบที่น่าสนใจ ปัจจุบันเป็นกลุ่มอาคารสำคัญของเมือง คือ บริเวณที่เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำแร่ร้อนคิงส์ (The Sacred Spring) ส่วนที่สอง คือ บริเวณวัด และส่วนที่สาม คือ บริเวณที่เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวหรือชาวเมืองใช้บริการน้ำแร่ซึ่งมีทั้งสระว่ายน้ำ, บ่อน้ำแร่เย็น-ร้อน, ห้องอบไอน้ำ และส่วนที่เป็น Turkish Bath
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหารจีน โฟร์ซีซั่น เพื่อลิ้มรสเป็ดย่างอันเลื่องชื่อ
บ่าย
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองซาลิสบัวรี่ (Salisbury) นำท่านชมเสาหินสโตนเฮ้นจ์ (Stonehenge) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีอายุกว่า 5,000 ปี เป็นกลุ่มแท่งหินขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางทุ่งราบกว้างใหญ่ ซึ่งไม่มีใครทราบวัตถุประสงค์ในการสร้างอย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่มหานครลอนดอน (London)
ที่พัก
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม NOVOTEL LONDON WEMBLEY หรือเทียบเท่า

วันที่ 9
ลอนดอน – หอนาฬิกาบิ๊กเบน – หอคอยลอนดอน – ช้อปปิ้งห้างแฮร์รอด – ถนนอ๊อกฟอร์ด – สนามบิน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเที่ยวชม มหานครลอนดอน ผ่านพิคคาดิลลี่เซอร์คัส (PiccadillyCircus) เดิมเป็นวงเวียนที่บรรจบของถนน 6 สาย มีน้ำพุ และรูปปั้นอีรอสตรงกลาง และเข้าสู่ไชน่าทาวน์ ย่านชุมชนชาวจีนกลางมหานครลอนดอน ผ่านจัตุรัสทราฟัลก้าร์ (Trafagal Square) ที่รายล้อมไปด้วยอาคารที่น่าสนใจ ผ่านมหาวิหารเซนต์ปอล (St.Paul’s Cathedral) ที่มียอดโดมใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก สถานที่ใช้จัดพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ล และเลดี้ไดอาน่า สเปนเซอร์ แล้วเข้าสู่จัตุรัสรัฐสภามหาวิหารเวสท์มินส์เตอร์ (Westminster Abbey) ที่ตั้งของรัฐสภาอังกฤษมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 16 และยังเป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาที่รู้จักกันดีในนามหอนาฬิกาบิ๊กเบน (Big Ben) ที่มีความสูง 320 ฟุต ตีบอกเวลาทุกหนึ่งชั่วโมง เป็นนาฬิกาที่มีหน้าปัดใหญ่ที่สุดในโลกและฝั่งตรงข้ามที่มีแม่น้ำเทมส์กั้นอยู่เป็นที่ตั้งของชิงช้าสวรรค์ ลอนดอน อาย (London Eye) ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในยุโรป จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับสะพานหอคอย (Tower Bridge) สะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ที่สามารถยกเปิดปิดได้ จากนั้นถ่ายรูปคู่กับหอคอยลอนดอน (Tower of London) สถานที่ที่เกิดเหตุแห่งประวัติศาสตร์อันเกรียงไกร ยิ่งใหญ่นองเลือด หรือแม้แต่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน มีอดีตที่ยาวนาน เคยเป็นป้อมปราการ ปราสาทราชวัง คุก และแดนประหาร
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย
จากนั้นอิสระให้ท่านได้สนุกกับการเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย บริเวณถนนอ๊อกฟอร์ด (Oxford Street) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการช๊อปปิ้งในกรุงลอนดอน มีร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ นาฬิกา ชื่อดังมากมายตลอดแนวถนนกว่า 2 กิโลเมตร อาทิ เช่น Next, Zara, Top Shop, Accessorize, River Island, Nike Town, Uniqlo, Mark&Spencer, H&M, Miss Selfridge ฯลฯ ห้าง John Lewis, House of Fraser และ ยังมีห้างสุดหรูอย่าง Selfridges ที่มีสินค้าซุปเปอร์แบรนด์ ตั้งอยู่อีกด้วย
17.00 น.
พาท่านเดินทางสู่สนามบินฮีทโธรว์ เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำ คืนภาษี (Tax Refund) และเลือกซื้อ สินค้าปลอดภาษีในสนามบิน
22.00 น.
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ EK 6 ***คณะเดินทางวันที่ 6-15 เม.ย. 62 ออกเดินทาง เวลา 22.15 น. และถึงดูไบ เวลา 08.05 น.*** ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK 4 เวลา 20.40 น. และถึงดูไบ เวลา 06.35 น.***

วันที่ 10
ดูไบ – กรุงเทพ
08.45 น.
เดินทางถึงสนามบินดูไบรอเปลี่ยนเครื่อง
11.45 น.
ออกเดินทางต่อด้วยเที่ยวบิน EK 370 ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK 372 เวลา 09.40 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.55 น.***
20.50 น.
คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ ***คณะเดินทางวันที่ 6-15 เม.ย. 62 ถึงกรุงเทพฯ เวลา 21.05 น.***

THG985 SCOTLAND ENGLAND AND IRELAND สกอตแลนด์ อังกฤษ ไอร์แลนด์ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
SCOTLAND ENGLAND AND IRELAND  สกอตแลนด์ อังกฤษ ไอร์แลนด์ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
เริ่มต้น: ช่วง - 43 (0 ช่วง)
0 บ.
• เที่ยวประเทศไอร์แลนด์ ดินแดนสองการปกครอง ทั้งตอนเหนือในเครือจักรภพอังกฤษ และตอนใต้เขตปกครองตัวเอง • เที่ยว Giant’s Causeway แนวหินภูเขาไฟริมทะเล มรดกโลกทางกทางธรรมชาติตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 หนึ่งในฉากถ่ายทำที่อลังการของซีรี่ย์ดังเรื่อง Game of Thrones • เที่ยว เบลฟาสท์ไททานิค นิทรรศการเกี่ยวกับเรือไททานิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก • เข้าชิมเบียร์ดำ ‘dark ruby’ ต้นตำหรับ ที่โรงเบียร์ Guinness Storehouse แห่งเมืองดับลิน • เข้าชมปราสาทเอดินเบิร์ก (Edinburge Castle) เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สก๊อต • ชมพิพิธภัณฑ์น้ำแร่ร้อนโรมัน (Roman Bath Museum) อดีตที่ยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองของชาวโรมัน • เที่ยวลอนดอน ถ่ายรูปกับหอนาฬิกาบิ๊กเบน

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: กรุงเทพฯ
วันที่ 2: ดูไบ – เอดินเบิร์ก – ปราสาทเอดินเบิร์ก
วันที่ 3: เอดินเบิร์ก – แมนเชสเตอร์ – ลิเวอร์พูล – ล่องเรือสำราญ Stena Line – เบลฟาสต์ (ไอร์แลนด์เหนือ)
วันที่ 4: เบลฟาสต์ – บุชมิลส์ – Giant’s Causeway (Game of Thrones) – Belfast Titanic
วันที่ 5: เบลฟาสต์ – ดับลิน (ไอร์แลนด์) – โรงเบียร์ Guinness Storehouse – Trinity College Dublin
วันที่ 6: ดับลิน – OUTLET – คิลเคนนี – ปราสาทคิลเคนนี – วอเตอร์ฟอร์ด
วันที่ 7: วอเตอร์ฟอร์ด – รอสส์แลร์ – ล่องเรือ ferry Stena Line – คาร์ดิฟ
วันที่ 8: คาร์ดิฟ – บาธ – เสาหินสโตนเฮนจ์ – ลอนดอน
วันที่ 9: ลอนดอน – หอนาฬิกาบิ๊กเบน – หอคอยลอนดอน – ช้อปปิ้งห้างแฮร์รอด – ถนนอ๊อกฟอร์ด – สนามบิน
วันที่ 10: ดูไบ – กรุงเทพ

มีการเข้าชมทั้งหมด: 57 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 1 คน          

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 43)

ตารางบิน
Emirates (EK)
(ขาไป)
01:15 - 04:45 BKK - DXB EK385
Emirates (EK)
(ขากลับ)
09.55 - 14.50 DXB - EDI EK23
Emirates (EK)
(ขาไป)
22.15 - 08.05 LHR - DXB EK6
Emirates (EK)
(ขากลับ)
09.40 - 18.55 DXB - BKK EK370

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

 
วันที่ 1
กรุงเทพฯ
23.00 น.
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่ 2
ดูไบ – เอดินเบิร์ก – ปราสาทเอดินเบิร์ก
02.00 น.
ออกเดินทางสู่สนามบินเอดินเบิร์ก ด้วยเที่ยวบิน EK 371 ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK 385 เวลา 01.15 น. และถึงดูไบ เวลา 04.45 น.***
06.00 น.
เดินทางถึงสนามบินดูไบรอเปลี่ยนเครื่อง
08.45 น.
ออกเดินทางต่อด้วยเที่ยวบิน EK 23 ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 09.55 น. และถึงเอดินเบิร์ก เวลา 14.50 น.***
13.00 น.
เดินทางถึง สนามบินเอดินเบิร์ก (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเข้าสู่เมืองเอดินเบิร์ก (Edinburgh) เมืองหลวงของสก็อตแลนด์ (Scothland) ดินแดนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สวยงาม นำท่านเดินทางสู่ย่านเมืองเก่า สู่ถนนรอยัลไมล์ (Royal Mile) ถนนสายสำคัญที่เชื่อมสู่พระตำหนักโฮลี่รู๊ด (Palace of Holyroodhouse) ซึ่งเป็นที่ประทับของพระราชินี เวลาเสด็จเยือนสกอตแลนด์ และเคยเป็นที่ประทับของพระนางแมรีแห่ง สก็อต ฝั่งตรงข้ามเป็นรัฐสภาแห่งชาติสก็อตอันน่าภาคภูมิใจ ด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัย นำท่านเข้าชมปราสาทเอดินบะระ (Edinburgh Castle) อันสง่างามด้วยทำเลที่ตั้งบนเนินเขาสูง มองเห็นเด่นเป็นสง่าจากทุกมุมเมือง เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สก๊อต แบ่งเป็นส่วนต่างๆอย่างน่าชม อาทิ ส่วนของป้อมปราการและกำแพงปราสาทโบราณ มีปืนใหญ่เรียงราย รวมทั้งประเพณีการยิงปืนใหญ่ในเวลา 13.00 น. ของทุกวันตลอด 150 ปีที่ผ่านมา, โบสถ์เซนต์ มากาเร็ต สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 12 เพื่อรำลึกถึงพระมารดาของกษัตริย์เดวิดที่ 1 แล้วเข้าสู่พระราชฐานชั้นในส่วนที่เป็น The Palace จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของราชวงศ์แห่งสก็อต
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN EDINBURGH หรือเทียบเท่า (เพื่อความสะดวกของท่าน กรุณาเตรียมกระเป๋าสำหรับค้างคืนบนเรือ 1 คืน ในคืนถัดไป)

วันที่ 3
เอดินเบิร์ก – แมนเชสเตอร์ – ลิเวอร์พูล – ล่องเรือสำราญ Stena Line – เบลฟาสต์ (ไอร์แลนด์เหนือ)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมืองแมนเชสเตอร์ (Manchester) เมืองอุตสาหกรรม ที่มีชื่อเสียงจากการเป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่งแรกของโลก เป็นศูนย์กลางศิลปะ สื่อ และธุรกิจขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ตั้งของสโมสรที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการฟุตบอลของโลก โดยมีสโมสรฟุตบอล 3 สโมสร ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และสโมสรคริกเก็ต แลงคาเชียร์ เคาน์ตี้
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ฟิชแอนด์ชิพ)
บ่าย
ออกเดินทางสู่เมืองลิเวอร์พูล (Liverpool) ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองวัฒนธรรมแห่งยุโรปในปี 2008 และยังเป็นเมืองถิ่นกำเนิดของวงดนตรีสี่เต่าทองหรือเดอะบีทเทิล ความรุ่งเรืองของลิเวอร์พูลมาจากการเป็นเมืองท่าสำคัญ มีการติดต่อค้าขายกับแคริบเบียน, ไอร์แลนด์ และแผ่นดินใหญ่ยุโรป นำท่านชมบริเวณท่าเรืออัลเบิร์ต (Albert Dock) โดยบริเวณท่าเรือประกอบไปด้วยอาคารท่าเรือและคลังสินค้า ชมตึกรอยัลลิเวอร์ (Royal Liver Building) อีกหนึ่งอาคารที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์และมีชื่อเสียงของเมืองลิเวอร์พูล
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อลงเรือสำราญ Stena Line Irish Sea เรือสำราญขนาดใหญ่ที่ความจุกว่า 970 คน ที่พรั่งพร้อมไปด้วยร้านขายของ, ร้านค้าปลอดภาษี,ร้านอาหาร, ห้อง Sauna, Spa ฯลฯ (กรุณาเตรียมกระเป๋าสำหรับค้างคืนบนเรือ 1 คืน เพื่อความสะดวกของท่าน)
22.30 น.
ออกเดินทางสู่เมืองเบลฟาสต์ (Belfast) ประเทศไอร์แลนด์เหนือ
ที่พัก
พักค้างคืนบนเรือสำราญ STENA LINE SHIP

วันที่ 4
เบลฟาสต์ – บุชมิลส์ – Giant’s Causeway (Game of Thrones) – Belfast Titanic
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
06.30 น.
เดินทางถึงท่าเรือเมืองเบลฟาสต์ เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์เหนือ ท่าเรือสำคัญตั้งแต่ คริสตวรรษที่ 19 ออกเดินทางต่อโดยรถโค้ช สู่เมืองบุชมิลส์ (Bushmills) พาท่านชม ไจแอนท์คอสเวย์ (Giant’s Causeway) แนวหินภูเขาไฟริมทะเลที่ยาวกว่า 4.8 กิโลเมตร เป็นเขตมรดกโลก หินภูเขาไฟหรือหินบะซอลต์เหล่านี้ถูกลมและน้ำกัดกร่อนจนเกิดเป็นรูปร่างคล้ายก้อนอิฐสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ตั้งซ้อนกันเป็นทางเดินลัดเลาะและยื่นเข้าไปในทะเล สามารถเดินบนก้อนหินเหล่านี้ได้ เป็นจุดชมวิวสวยงามและเป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ และเป็นหนึ่งในฉากถ่ายทำที่อลังการของซีรี่ย์ดังเรื่อง Game of Thrones
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย
นำท่านกลับสู่เมืองเบลฟาสต์เมืองสำคัญแห่งการส่งออกทางเรือที่สำคัญที่สุดของเมือง พาท่านถ่ายรูปกับ Belfast Titanic นิทรรศการเกี่ยวกับเรือไททานิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาคารทรงแปลกตาสูง 6 ชั้น จัดแสดงเรื่องราวของเรือไททานิคตั้งแต่แนวความคิด การก่อสร้าง การเปิดตัวครั้งแรกของเรือและจุดสุดท้ายของการเดินทางที่น่าเศร้าที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยพื้นที่ปัจจุบันตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นอู่ต่อเรือที่ก่อสร้างเรือไททานิคมาก่อน โดยใช้ระยะเวาลาก่อสร้างนานถึง 3 ปี ด้วยแรงงานมากกว่า 5,000 คน ถือเป็นเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปี 1912 จากนั้นนำท่านสู่ศูนย์กลางการช้อปปิ้งของเมืองเบลฟาสต์ เรียกว่า Spirit of Belfast ที่รายล้อมไปด้วยร้านรวงตามถนนแบรนด์เนมอยู่มาก Belfast Court Shopping Center และ Victoria Square Shopping Center และเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนสามารถมาแสดงดนตรีเปิดหมวกให้เมืองมีสีสัน อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก
เดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN BELFAST หรือเทียบเท่า

วันที่ 5
เบลฟาสต์ – ดับลิน (ไอร์แลนด์) – โรงเบียร์ Guinness Storehouse – Trinity College Dublin
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองดับลิน (Dublin) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ (Republic of Ireland) เมืองใกล้ทะเลไอริช (Irish Sea) มีแม่น้ำลิฟฟี่ (Liffey) เป็นแม่น้ำสายหลักตัดผ่านกลางเมือง แบ่งดับลินออกเป็นเหนือและใต้ นำท่านชมเมืองดับลิน นำท่านถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง City Hall ในรูปแบบไอริช จอร์เจียน จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทดับลิน Dublin Castle สร้างขึ้นในปีค.ศ.1204 โดยกษัตริย์จอห์นแห่งอังกฤษ ปัจจุบันปราสาทดับลิน ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการปกครองของอังกฤษในไอร์แลนด์ จนได้รับอิสระเป็นสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ในปี ค.ศ.1922 จากนั้นผ่านชม Trinity College Dublin มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของไอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1592 โดยควีนอลิซาเบธที่ 1 ในยุคที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษ นำท่านสู่ถนนคนเดินที่คนดับลินนิยมมากที่สุด ณ GRAFTON STREET เต็มไปด้วยร้านของดีไซนเนอร์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ในห้าง Brown Thomas ในบรรยากาศแบบหรูหราของชาวไอริส โดยที่ห้างนี้เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ชื่อดังของโลก เช่น Louis Vuitton, Dio, Gucci, Chanel, Valentino และ Jimmy Choo เป็นต้น
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย
นำท่านเข้าสู่ โรงเบียร์ Guinness Storehouse เบียร์ยี่ห้อดังแห่งตระกูล Guinness ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1759 บนพื้นที่ดินตามสัญญาเช่ายาวนานกว่า 9,000ปี ให้ท่านได้ชิมเบียร์ดำต้นตำหรับ ที่เรียกว่า “Stout” ที่ได้จากการข้าวบาร์เล่ย์คั่วบ่มจนกลายเป็นสีดำ โดยชาวไอริชมักเรียกเบียร์ชนิดนี้ว่า ‘dark ruby’ ให้ท่านได้มีโอกาสชิมเบียร์ ที่ Gravity Bar พร้อมชมวิวทัศนียภาพของตัวเมืองดับลินอย่างเพลิดเพลินสายตา ***ท่านที่อายุต่ำกว่า 18 ปี สงวนสิทธิ์ในการเสริฟเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ท่านสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำอัดลมตามชอบ***
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MALDRON NEWLANDS CROSS หรือเทียบเท่า

วันที่ 6
ดับลิน – OUTLET – คิลเคนนี – ปราสาทคิลเคนนี – วอเตอร์ฟอร์ด
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ Kildare Village Luxury Shopping ชอปปิ้งจุใจ มีหลากหลายแบรนด์ดังให้ท่านให้เลือกสรร อาทิ เช่น Balenciaga, Valentino, MCM, ErmenegildoZegna, Alberta Ferretti, Shanghai Tang, Dior, Giorgio Armani, Dolce & Gabrana, Bottega Veneta, Bvlgari, Fendi ฯลฯ ให้เวลาท่านได้อิสระสนุกกับการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นชั้นนำภายใน OUTLET
อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่เมืองคิลเคนนี (KILKENNY) มืองที่อุดมด้วยสีสันและเต็มไปด้วยร่องรอยประวัติศาสตร์และปราสาทแบบนอร์มันอายุกว่า 800 ปี อันน่าทึ่ง นำท่านเข้าชมปราสาทคิลเคนนี KILKENNY CASTLE ปราสาทแบบในรูปแบบนอร์มัน สร้างขึ้นในปีค.ศ.1195 โดย อัศวิน Richard de Clare เพื่อเป็นป้อมปราการคุมหัวเมืองแนวฝั่งลุ่มแม่น้ำนอร์ โดยลักษณะเด่นของปราสาทนอร์มัน คือการสร้างหอคอยสูงขนาดใหญ่ทั้ง 4 ทิศของตัวปราสาท ซึ่งได้รับการบูรณะจากการก่อสร้างด้วยไม้ มาเป็นปราสาทหินอย่างที่เห็นในปัจจุบัน โดยทายาทรุ่นที่4 วิลเลี่ยม มาร์แชล (Earl of Pembroke) ให้ท่านได้ชมห้องต่างๆภายในปราสาท ที่ยังถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง วอเตอร์ฟอร์ด (Waterford) เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์ (Ireland’s oldest city) โดยชาวไวกิ้งส์ได้มาตั้งรกรากที่นี่ในสมัยศตวรรษที่ 8 ที่นี่จึงเป็นเมืองท่าค้าขายแห่งแรกของประเทศ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ Suir และยังความสำคัญมาจนถึงทุกวันนี้
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม VIKING WATERFORD หรือ

วันที่ 7
วอเตอร์ฟอร์ด – รอสส์แลร์ – ล่องเรือ ferry Stena Line – คาร์ดิฟ
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองรอสส์แลร์ (Rosslare) เพื่อนำท่านสู่ท่าเรือ Rosslare Harbour ให้ท่านเปลี่ยนประสบการเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ Stena Line
08.00 น.
ออกเดินทางสู่เมืองฟิชการ์ด (Fishguard) ประเทศเวลส์ (Wales) (ใช้เวลาล่องประมาณ 3.15 ชั่วโมง)
11.15 น.
เดินทางถึงเมืองฟิชการ์ด (Fishguard) ประเทศเวลส์ (Wales)
บ่าย
จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff) เมืองหลวงประเทศเวลส์ (Wales) หนึ่งในเครือจักรภพ กลางใจเมืองเป็นที่ตั้งของปราสาทคาร์ดิ๊ฟ เดิมเป็นที่พำนักของขุนนางผู้ปกครองเมือง ถูกล้อมรอบไว้ด้วยกำแพงโบราณ จากนั้นผ่านชมศาลาว่าการเมืองและกลุ่มอาคารโบราณเก่าแก่ผ่านชมเมือง สวนสาธารณะคาร์ดิ๊ฟ, สนามกีฬามิลเลนเนียม, อาคารที่ทำการของรัฐ
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOLIDAY INN CARDIFF CITY หรือเทียบเท่า

วันที่ 8
คาร์ดิฟ – บาธ – เสาหินสโตนเฮนจ์ – ลอนดอน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางต่อสู่เมืองบาธ (Bath) ตั้งอยู่ในหุบเขาของแม่น้ำเอวอนในบริเวณที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวโรมันสมัยที่ยังเรืองอำนาจ และเป็นผู้สร้างโรงอาบน้ำโรมัน (Roman Bath) และยังได้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ (UNESCO) ในปี ค.ศ. 1987 นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์น้ำแร่ร้อนโรมัน (Roman Bath Museum) ซึ่งมีประวัติการค้นพบที่น่าสนใจ ปัจจุบันเป็นกลุ่มอาคารสำคัญของเมือง คือ บริเวณที่เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำแร่ร้อนคิงส์ (The Sacred Spring) ส่วนที่สอง คือ บริเวณวัด และส่วนที่สาม คือ บริเวณที่เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวหรือชาวเมืองใช้บริการน้ำแร่ซึ่งมีทั้งสระว่ายน้ำ, บ่อน้ำแร่เย็น-ร้อน, ห้องอบไอน้ำ และส่วนที่เป็น Turkish Bath
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหารจีน โฟร์ซีซั่น เพื่อลิ้มรสเป็ดย่างอันเลื่องชื่อ
บ่าย
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองซาลิสบัวรี่ (Salisbury) นำท่านชมเสาหินสโตนเฮ้นจ์ (Stonehenge) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีอายุกว่า 5,000 ปี เป็นกลุ่มแท่งหินขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางทุ่งราบกว้างใหญ่ ซึ่งไม่มีใครทราบวัตถุประสงค์ในการสร้างอย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่มหานครลอนดอน (London)
ที่พัก
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม NOVOTEL LONDON WEMBLEY หรือเทียบเท่า

วันที่ 9
ลอนดอน – หอนาฬิกาบิ๊กเบน – หอคอยลอนดอน – ช้อปปิ้งห้างแฮร์รอด – ถนนอ๊อกฟอร์ด – สนามบิน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเที่ยวชม มหานครลอนดอน ผ่านพิคคาดิลลี่เซอร์คัส (PiccadillyCircus) เดิมเป็นวงเวียนที่บรรจบของถนน 6 สาย มีน้ำพุ และรูปปั้นอีรอสตรงกลาง และเข้าสู่ไชน่าทาวน์ ย่านชุมชนชาวจีนกลางมหานครลอนดอน ผ่านจัตุรัสทราฟัลก้าร์ (Trafagal Square) ที่รายล้อมไปด้วยอาคารที่น่าสนใจ ผ่านมหาวิหารเซนต์ปอล (St.Paul’s Cathedral) ที่มียอดโดมใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก สถานที่ใช้จัดพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ล และเลดี้ไดอาน่า สเปนเซอร์ แล้วเข้าสู่จัตุรัสรัฐสภามหาวิหารเวสท์มินส์เตอร์ (Westminster Abbey) ที่ตั้งของรัฐสภาอังกฤษมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 16 และยังเป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาที่รู้จักกันดีในนามหอนาฬิกาบิ๊กเบน (Big Ben) ที่มีความสูง 320 ฟุต ตีบอกเวลาทุกหนึ่งชั่วโมง เป็นนาฬิกาที่มีหน้าปัดใหญ่ที่สุดในโลกและฝั่งตรงข้ามที่มีแม่น้ำเทมส์กั้นอยู่เป็นที่ตั้งของชิงช้าสวรรค์ ลอนดอน อาย (London Eye) ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในยุโรป จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับสะพานหอคอย (Tower Bridge) สะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ที่สามารถยกเปิดปิดได้ จากนั้นถ่ายรูปคู่กับหอคอยลอนดอน (Tower of London) สถานที่ที่เกิดเหตุแห่งประวัติศาสตร์อันเกรียงไกร ยิ่งใหญ่นองเลือด หรือแม้แต่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน มีอดีตที่ยาวนาน เคยเป็นป้อมปราการ ปราสาทราชวัง คุก และแดนประหาร
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย
จากนั้นอิสระให้ท่านได้สนุกกับการเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย บริเวณถนนอ๊อกฟอร์ด (Oxford Street) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการช๊อปปิ้งในกรุงลอนดอน มีร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ นาฬิกา ชื่อดังมากมายตลอดแนวถนนกว่า 2 กิโลเมตร อาทิ เช่น Next, Zara, Top Shop, Accessorize, River Island, Nike Town, Uniqlo, Mark&Spencer, H&M, Miss Selfridge ฯลฯ ห้าง John Lewis, House of Fraser และ ยังมีห้างสุดหรูอย่าง Selfridges ที่มีสินค้าซุปเปอร์แบรนด์ ตั้งอยู่อีกด้วย
17.00 น.
พาท่านเดินทางสู่สนามบินฮีทโธรว์ เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำ คืนภาษี (Tax Refund) และเลือกซื้อ สินค้าปลอดภาษีในสนามบิน
22.00 น.
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ EK 6 ***คณะเดินทางวันที่ 6-15 เม.ย. 62 ออกเดินทาง เวลา 22.15 น. และถึงดูไบ เวลา 08.05 น.*** ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK 4 เวลา 20.40 น. และถึงดูไบ เวลา 06.35 น.***

วันที่ 10
ดูไบ – กรุงเทพ
08.45 น.
เดินทางถึงสนามบินดูไบรอเปลี่ยนเครื่อง
11.45 น.
ออกเดินทางต่อด้วยเที่ยวบิน EK 370 ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK 372 เวลา 09.40 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.55 น.***
20.50 น.
คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ ***คณะเดินทางวันที่ 6-15 เม.ย. 62 ถึงกรุงเทพฯ เวลา 21.05 น.***

"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2019 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th