MY84 ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง นั่งกระเช้าพระธาตุอินทร์แขวน พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระธาตุมุเตา เทพทันใจ เทพกระซิบ 3 วัน 2 คืน โดยสายการบิน THAI LION AIR (SL)
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง นั่งกระเช้าพระธาตุอินทร์แขวน พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระธาตุมุเตา เทพทันใจ เทพกระซิบ 3 วัน 2 คืน โดยสายการบิน THAI LION AIR (SL) ?v=20181217060038
อิ่มบุญ กินหรู อยู่ดี พัก 5 ดาว
นมัสการ 3 ใน 5 มหาบูชาสถานอันศักดิ์สิทธ์ของชาวพม่า พระธาตุอินทร์แขวน พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระธาตุมุเตา ขอพรให้การค้าการขายเจริญรุ่งเรือง ณ เจดีย์กลางน้ำเมืองสิเรียมร่วมทำบุญตักบาตรถวายข้าวสารแด่ พระสงฆ์กว่า 500 รูป ณ วัดไจ้คะวาย พิเศษ!!! นั่งกระเช้าขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน พักโรงแรม 5 ดาวสุดหรู ของคนไทย CHATRIUM LAKE HOTEL อร่อยกับเมนู BUFFET SEAFOOD นานาชาติในโรงแรม CHATRIUM พร้อมทั้งเมนู กุ้งเผา+เป็ดปักกิ่ง+สลัดกุ้งมังกร
7 มื้อ 2 คืน
สรุปการท่องเที่ยว:
วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง / ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง / เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) / พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace) / แม่น้ำสะโตง / คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp) / กระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน / พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม / KYAIKHTO HOTEL
วันที่ 2: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / ตักบาตร ณ พระธาตุอินทร์แขวน / วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery) / พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) / วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda) / เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi) / เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe) / พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรมเมนู บุฟเฟ่ต์นานาชาติซีฟู๊ด / CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5*
วันที่ 3: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / เมืองสิเรียม / พระเจดีย์เยเลพญา หรือเจดีย์กลางน้ำ / วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple) / ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda) / ปางช้างเผือกหลวง (Royal White Elephant Garden) / ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง / ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง
มีการเข้าชมทั้งหมด: 68 ครั้ง ผู้ชมขณะนี้: 1 คน

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

พักเดี่ยวชำระเพิ่มท่านละ 3,900 บาท
Lion Air (SL)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 06 ธ.ค.61)
15-17 ธ.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
28-30 ธ.ค. 14,900.- Lion Air ว่าง
04-06 ม.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
05-07 ม.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
11-13 ม.ค.
(วันเด็กแห่งชาติ)
12,900.- Lion Air ว่าง
12-14 ม.ค.
(วันเด็กแห่งชาติ)
12,900.- Lion Air ว่าง
25-27 ม.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
01-03 ก.พ. 12,900.- Lion Air ว่าง
02-04 ก.พ. 12,900.- Lion Air ว่าง
08-10 ก.พ. 14,500.- Lion Air ว่าง
09-11 ก.พ. 13,900.- Lion Air ว่าง
15-17 ก.พ. 12,900.- Lion Air ว่าง
22-24 ก.พ. 12,900.- Lion Air ว่าง
23-25 ก.พ. 12,900.- Lion Air ว่าง
01-03 มี.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
02-04 มี.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
08-10 มี.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
09-11 มี.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
15-17 มี.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
22-24 มี.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
ตารางบิน
Lion Air (SL) เวลาบินขาไป 07:10 - 08:00 DMK - RGN SL200
เวลาบินขากลับ 19:00 - 20:50 RGN - DMK SL207

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

 
วันที่ 1
ช่วงเช้า: ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง / ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง / เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) (วันที่1)
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (04:00 )
ทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานดอนเมืองที่จุดนัดหมายก่อนเวลาเดินทาง (ตามตารางบิน) โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าเตอร์ใด เวลาใด)
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง
* 07.10 น.ออกเดินทางสู่ เมืองย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่ SL200 สายการบิน THAI LION AIR (SL)
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง (08:00 )
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงย่างกุ้ง ในอดีตนั้นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญมาก่อนตั้งแต่ยุคกษัตริย์บินยาอู เมื่อประมาณ ค.ศ. 1365 จนกระทั่งเมืองหลวงของมอญแห่งนี้เริ่มหมดความสำคัญลงหลังจากย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อังวะ
เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) / พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace) / แม่น้ำสะโตง / คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp) / กระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน / พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda) (วันที่1)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
รับประทานอาหารกลางวันแบบท้องถิ่น ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* พิเศษเมนู กุ้งเผา
วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) ชมเจดีย์ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ที่มีความงดงามเป็นเอกของศิลปะแบบมอญ แทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ ประกอบ ด้วยพระสมณะโคดม (ทิศเหนือ), พระโกนาคม (ทิศใต้), พระกกุสันโธ (ทิศตะวันออก) และพระมหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) ตำนานเล่าว่า พระราชธิดาทั้งสี่องค์ของกษัตริย์มอญที่อุทิศตนแด่พุทธศาสนา จึงสร้างพระพุทธรูปแทนตนเองและได้สาบานไว้ว่าจะไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ต่อมาน้องสาวคนสุดท้อง กลับพบรักกับชายหนุ่มและแต่งงานกัน จึงเกิดอาเพศฟ้าผ่าพระพุทธรูปที่แทนตัวของน้องสาวคนสุดท้องพังทลายลงมา จนต้องมีการสร้างขึ้นมาใหม่ตามที่เห็นในปัจจุบัน โดยพระพุทธรูปองค์นี้จะมีลักษณะแตกต่างจากองค์อื่นๆ คือจะเป็นศิลปะแบบพม่า
วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda)
พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace) เป็นที่ประทับของพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ทรงโปรดให้ใช้ชื่อประตูต่างๆ ทั้งหมด 20 ประตู ตามชื่อของแรงงานประเทศราชที่สร้าง เช่น ประตูทางตอนเหนือปรากฏชื่อ ประตูโยเดีย (อยุธยา) ประตูตอนใต้ชื่อ ประตูเชียงใหม่ อีกทั้งยังมีพระตำหนักของพระสุพรรณกัลยา องค์ประกันที่ตกเป็นเชลย และกลายเป็นมเหสีองค์หนึ่งของพระองค์ และที่นี่ยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรครั้งเมื่อทรงโดนจับเป็นองค์ประกันที่พม่าด้วยเช่นกัน พระราชวังบุเรงนองถูกเผาจนเหลือแต่เพียงซาก หลังจากการสวรรคตของพระเจ้าบุเรงนอง ด้วยกบฏยะไข่ พร้อมๆ กับอาณาจักรตองอูที่เคยเรืองอำนาจกลับเสื่อมลง ในปี ค.ศ. 1990 รัฐบาลพม่าได้ขุดค้นพบซากของพระราชวังที่เหลือเพียงแค่ตอไม้ที่โผล่พ้นดินออกมา และได้มีการสร้างพระราชวังจำลององค์ใหม่ขึ้นมา ฉาบด้วยสีทองทั้งหลัง มีซากไม้ที่ใช้สร้างพระราชวังแต่ครั้งอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ถูกจัดแสดง ซึ่งไม้แต่ละท่อนมีตัวอักษรจารึกอยู่ว่าเป็นผลงานของเมืองใด ตัวพระราชวังสร้างใหม่มี 2 ส่วน ส่วนแรกเรียกว่า กามโบสะตาหริ หรือ กัมโพชธานี เป็นส่วนที่เอาไว้ว่าราชการ และส่วนที่ 2 คือ บัลลังก์ผึ้ง เป็นส่วนที่ใช้บรรทม
พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace)
แม่น้ำสะโตง
จากนั้นนำท่านผ่านชม แม่น้ำสะโตง Sittaung River เป็นแม่น้ำในประเทศพม่ามีความยาว 420 กิโลเมตร เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเขตหงสาวดีกับรัฐมอญ และเป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จหลบหนีกองทัพพม่าของพระมหาอุปราชมังสามเกียด พระองค์ได้หลบหนีข้ามพ้นมา และได้แสดงวีรกรรมยิงพระแสงปืนข้ามลำน้ำสะโตง คือ ยิงปืนคาบศิลาจากอีกฝั่งของแม่น้ำถูกแม่ทัพพม่าชื่อ สุรกรรมา เสียชีวิตคาคอช้าง เมื่อปี ค.ศ. 1584 ซึ่งต่อมาพระแสงปืนกระบอกนี้ได้ถูกขนามนามว่า พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง
แม่น้ำสะโตง
คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาไจ้ก์ทิโย นำท่านขึ้นรถบรรทุกหกล้อท้องถิ่นขนาดเล็ก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45น. (หากโปรแกรมทัวร์มีนั่งกระเช้า จะนั่งรถบรรทุกขึ้นไปประมาณ 20 นาทีเพื่อเปลี่ยนไปขึ้นกระเช้า) ใช้เวลาเดินทางสักพักเพื่อเดินทางสู่ยอดเขาไจ้ก์ทิโย
คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp)
กระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
นั่งกระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนเพื่อให้ลูกค้าได้ชมทัศนียภาพความสวยงามต่างๆจากมุมสูง กระเช้าไฟฟ้าขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน รัฐมอญ ซึ่งใช้งบประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดสั่งนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อบริการนักท่องเที่ยวขึ้นไปไหว้พระธาตุสะดวกสบายขึ้น ใช้เวลาเพียง 10 นาที จากสถานีเขาฤษีขึ้นไปถึงสถานีองค์พระธาตุ
กระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
* **หมายเหตุ กรณีที่กระเช้าปิดทำการเนื่องจากสภาพอากาศ หรือเหตุอื่นใดก็ตามที่ทางบริษัทไม่สามารถควบคุมได้ ขอสงวนสิทธิ์ในการเดินทางขึ้นสู่พระธาตุฯโดยรถหกล้อแทน และขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี
พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda) ในภาษามอญ หมายความว่าหินรูปหัวฤๅษี ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้โท อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญ บนยอดเขาพวงลวง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร มีลักษณะเป็นเจดีย์องค์เล็กๆ สูงเพียง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนหินกลมๆ สีทอง ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างหมิ่นเหม่ แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตก เพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์ ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุล ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนา พระธาตุอินทร์แขวนนี้ถือเป็นพระธาตุปีเกิดของปีจอ แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ บนเส้นทางก่อนขึ้นไปถึงองค์พระธาตุ มีอาคารสร้างเป็นศาลาให้เข้าไปไหว้สองจุด คืออาคารทางด้านซ้าย คือรูปปั้นพระนางชเวนันจิน ซึ่งนางเป็นส่วนหนึ่งในตำนานของพระธาตุอินทร์แขวน มีตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่าก่อนที่พระนางจะเสียชีวิต ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าจะขอดูแลปกปักรักษารอบองค์พระธาตุ และผู้คนที่เดินทางขึ้นมาสักการะองค์พระธาตุให้ปลอดภัยจากอันตรายและโรคภัยต่างๆ จึงมีความเชื่อว่าหากเจ็บป่วยตรงส่วนไหนของร่างกาย เวลาไหว้พระนางให้จับ บีบ นวดรูปปั้นของพระนางตรงส่วนที่เจ็บป่วยนั้น แล้วให้ตั้งจิตอธิษฐาน มาจับร่างกายของเราตรงที่มีอาการเจ็บป่วยก็จะหายได้ ส่วนอาคารทางด้านขวามีภาพเล่าเรื่องประวัติของพระธาตุอินทร์แขวน เเละมีรอยพระพุทธบาทจำลอง มีผู้คนนิยมเอาธนบัตรมาลอยน้ำเเล้วอธิษฐาน ว่ากันว่าถ้าขอบธนบัตรม้วนงอเข้าหากัน แสดงว่าคำอธิษฐานนั้นใกล้ประสบความสำเร็จ ท่านสามารถซื้อแผ่นทองคำเพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวน (เข้าไปปิดทองได้เฉพาะสุภาพบุรุษ ส่วนสุภาพสตรีสามารถอธิฐาน แล้วฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้ แต่ประตูเหล็กจะเปิดถึงเวลา 22.00 น. เท่านั้น) บริเวณรั้วรอบองค์พระธาตุอินทร์แขวน ก็มักจะมีผู้คนนำระฆังมาแขวน ตามความเชื่อเพื่อให้เกิดความสำเร็จและความมีชื่อเสียง หรือหากต้องการนั่งสมาธิที่พระเจดีย์ก็สามารถนั่งได้ตลอดทั้งคืน แต่ควรเตรียมเสื้อกันหนาว, กันลม, ผ้าห่ม, ผ้าพันคอ และเบาะรองนั่ง เนื่องจากบริเวณพื้นที่นั้นมีความเย็นมาก เวลาเช้าสำหรับผู้ที่ต้องการใส่บาตรพระธาตุอินทร์แขวน สามารถหาซื้อได้โดยจะมีร้านค้าจำหน่าย
* 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ที่ชาวพม่าให้ความเคารพบูชา ถือว่าในชีวิตนี้ต้องมาสักการะให้ครบทั้ง 5 แห่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda)
* หมายเหตุ กรุณาเตรียมกระเป๋าสัมภาระขนาดเล็กสำหรับ 1 คืน เพื่อนำติดตัวขึ้นไปบนพระธาตุอินทร์แขวน เนื่องจากอาจจะต้องจ้างลูกหาบแบกสัมภาระซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายตามขนาดกระเป๋า เริ่มต้นที่ 1,000 จ๊าด ประมาณ 30 บาท) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าในการใช้บริการ

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม / KYAIKHTO HOTEL (วันที่1)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
รับประทานอาหารค่ำแบบท้องถิ่น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
KYAIKHTO HOTEL
นำคณะเข้าสู่ที่พัก KYAIKHTO HOTEL (โรงแรมไจ้โท) หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
KYAIKHTO HOTEL

วันที่ 2
ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / ตักบาตร ณ พระธาตุอินทร์แขวน / วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery) / พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) / วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha) (วันที่2)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ตักบาตร ณ พระธาตุอินทร์แขวน
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า ให้ท่านได้อิสระตามอัธยาศัย สำหรับผู้ที่ต้องการใส่บาตรยามเช้าสามารถซื้อได้ โดยบริเวณรอบๆ พระธาตุอินทร์แขวนจะมีชาวบ้านมาขายเป็นชุด ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000 จ๊าด ดอกไม้ธูป-เทียน ประมาณ 300-500 จ๊าด สามารถซื้อทำบุญได้ตามอัธยาศัย
วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery) นำท่านตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป วัดไจ้คะวายไม่ใช่วัดที่มีชื่อในเรื่องของเจดีย์หรือพระพุทธรูปองค์โตสูงใหญ่ แต่มีชื่อเสียงเพราะเป็นโรงเรียนที่สอนพระพุทธศาสนา เปรียญธรรมชั้นตรี โท เอก และศึกษาพระไตรปิฎกที่มีชื่อเสียงของพม่า จึงมีคนส่งลูกหลานมาบวชเรียนศึกษาธรรมะที่นี่เป็นจำนวนกว่า 1,000 รูป เป็นวัดที่มีคนนิยมทำบุญใส่บาตรพระ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารพระเพลเป็นประจำ
* ท่านสามารถนำข้าวสาร อาหารแห้ง หรือสมุด ปากกา ดินสอ และอุปกรณ์การเรียน มาบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้
วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery)
พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda)
จากนั้นนำท่าเดินทางสู่ พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) กล่าวกันว่าเจดีย์ชเวมอดอร์เป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในพม่าต้องแหงนหน้าขึ้นมองจนจมูกถูกแสงแดดร้อนแผดเผาจึงจะเห็นยอดเจดีย์ เป็นเหตุให้เรียกชื่อเป็นภาษามอญว่ามุเตา ที่แปลว่าจมูกร้อน มีความโดดเด่นคือ เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะแบบมอญ แตกต่างจากเจดีย์ชเวดากองที่เป็นเจดีย์แบบพม่า มีฉัตรแบบเรียบๆ และองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรียว ภายนอกหุ้มด้วยทองจังโก้ ภายในเป็นอิฐกลวง พระเจดีย์สูง 377 ฟุต ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า สถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณเพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ ในรัชกาลต่อมาคือพระเจ้าบุเรงนองได้มีการสร้างฉัตรถวายเพิ่มเติมอีกหลายชั้น กล่าวกันว่าก่อนที่พระองค์จะออกทำศึกคราใด จะทรงมานมัสการพระเจดีย์นี้ก่อนทุกครั้ง และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทย ก็เคยมาสักการะพระเจดีย์องค์นี้เช่นกัน ที่เจดีย์แห่งนี้มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์มากอยู่ตรงบริเวณยอดเจดีย์ที่หักตกลงมา เมื่อปี ค.ศ. 1930 ด้วยน้ำหนักที่มหาศาลตกลงมายังพื้นล่างแต่ยอดฉัตรกลับยังคงสภาพเดิม และไม่แตกกระจายออกไปเป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์โดยแท้ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมา เพื่อความเป็นสิริมงคลซึ่งเปรียบเหมือนดั่งการค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
* 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ที่ชาวพม่าให้ความเคารพบูชา ถือว่าในชีวิตนี้ต้องมาสักการะให้ครบทั้ง 5 แห่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda)
วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha) พาท่านกราบนมัสการพระพุทธไสยาสน์ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวมีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน ค.ศ. 994 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ พระพุทธไสยาสน์มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี ค.ศ. 1881 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า และได้มีการขุดพบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี ค.ศ. 1948 หลังจากที่พม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบัน
วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda) / เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi) / เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe) / พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) (วันที่2)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
รับประทานอาหารกลางวันแบบท้องถิ่น ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* พิเศษเมนู กุ้งเผา
เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda) ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000 นาย เจดีย์โบตะทาวน์เป็นเจดีย์ที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่จะนำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมภายในบริเวณรอบๆเจดีย์คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี ค.ศ. 1885 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในประเทศอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพัธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1945 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบร์ต และด้านซ้ายมือจะเป็นรูปปั้น นัตโบโบยี หรือเทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ
เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda)
เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi)
จากนั้นนำท่านสักการะ เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi) เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย เป็นเทพผู้ปกปักรักษาและบันดาลโชค วิธีการสักการะเทพทันใจ สิ่งที่ต้องเตรียมไปคือ กล้วย ดอกไม้ และมะพร้าวอ่อน จากนั้นเตรียมธนบัตร 2 ใบ (จะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้) ม้วนเป็นรูปกรวย นำไปใส่ไว้ในมือของเทพทันใจ จากนั้นใช้หน้าผากของเราแตะกับนิ้วของเทพทันใจที่ชี้อยู่ ให้ตั้งจิตอธิษฐานด้วยความสงบนิ่ง ขอได้แค่ 1 อย่างเท่านั้น แล้วดึงธนบัตรที่ม้วนไว้คืนกลับมา 1 ใบ เพื่อเก็บไว้เป็นเงินขวัญถุง หลังจากนั้นเดินวนรอบตัวท่าน นำผ้าไปคลุมไหล่ และอ้อมไปจับไม้เท้าของท่าน ยกมือไหว้ขอบคุณ เป็นอันเสร็จพิธี
เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi)
เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe)
จากนั้นนำท่านสักการะ เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe) ข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนน ตรงข้ามกับเจดีย์โบตาทาวน์ เพื่อสักการะเทพกระซิบ ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารักษาศีลไม่ยอมกินเนื้อสัตว์ จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การขอพรเทพกระซิบ ต้องไปกระซิบที่ข้างหูเบาๆ ห้ามให้คนอื่นได้ยิน จากนั้นก็นำน้ำนมไปจ่อไว้ที่ปาก แล้วบูชาด้วยข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้
เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe)
พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยปี เดิมเป็นดินแดนของมอญมีชื่อเดิมว่าดากอง หรือตะเกิง ก่อนจะถูกพม่ายึดครองไปแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นย่างกุ้ง ชเวดากอง จึงแปลว่า เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง ซึ่งเป็นมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า พระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาล โดยเฉพาะมีโบราณราชประเพณีที่กษัตริย์จะขึ้นครองราชบัลลังก์ จะต้องถวายทองคำหนักเท่ากับน้ำหนักของพระองค์เอง องค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดมีน้ำหนัก 23 ตัน ภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น และเครื่องอัฐะบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้ง 3 พระองค์ คือ พระกกุสันธะพุทธเจ้า, พระโกนาคมนะพุทธเจ้า และพระกัสสปะพุทธเจ้า บนยอดประดับด้วยเพชรพลอย และอัญมณีต่างๆ จำนวนมาก และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอด บริเวณรอบเจดีย์ท่านจะได้ชมความงามของวิหาร 4 ทิศ ซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้นๆ งานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้น สถานที่แห่งนี้มี ลานอธิฐาน จุดที่พระเจ้าบุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและเป็นสิริมงคล นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมี พระประจำวันเกิด ประดิษฐานทั้ง 8 ทิศ รวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดของตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต การบูชาคือท่านเกิดวันใด ก็ให้ไปบูชาและสรงน้ำที่บริเวณนั้นๆ ตามตำแหน่งทั้ง 4 คือ 1) ที่องค์พระ, 2) ที่องค์เทวดา, 3) ที่เสา, 4) ที่สัตว์สัญลักษณ์ ในเวลาพลบค่ำสามารถชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรได้ โดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเขียว, สีเหลือง, สีแดง เป็นต้น
* 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ที่ชาวพม่าให้ความเคารพบูชา ถือว่าในชีวิตนี้ต้องมาสักการะให้ครบทั้ง 5 แห่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรมเมนู บุฟเฟ่ต์นานาชาติซีฟู๊ด / CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5* (วันที่2)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรมเมนู บุฟเฟ่ต์นานาชาติซีฟู๊ด
นำท่านรับประทานอาหารค่ำณ ห้องอาหารโรงแรม เต็มอิ่มกับเมนูสุดพิเศษ บุฟเฟ่ต์นานาชาติซีฟู๊ดอาหารทะเลสดเติมไม่อั้นเชิญท่านอิ่มอร่อยกับอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติไม่จำกัดเวลาและพักผ่อนตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรมเมนู บุฟเฟ่ต์นานาชาติซีฟู๊ด
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5*
นำท่านเข้าสู่ที่พัก CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5* หรือเทียบเท่า
CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5*

วันที่ 3
ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / เมืองสิเรียม / พระเจดีย์เยเลพญา หรือเจดีย์กลางน้ำ / วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple) / ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market) (วันที่3)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองสิเรียม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสิเรียม (Syriem) อยู่ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เมืองสิเรียมเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำหงสาและแม่น้ำย่างกุ้ง ซึ่งในอดีตเมืองนี้เป็นเมืองท่าสำคัญในการเดินเรือของชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเมืองสิเรียมเป็นเมืองอุตสาหกรรม ชาวเมืองส่วนใหญ่ทำงานในโรงกลั่นน้ำมัน หรือไม่ก็เป็นลูกจ้างในโรงเบียร์ ประชากรส่วนมากเป็นชาวพม่าเชื้อชายอินเดีย เพราะในสมัยที่พม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ สิเรียมเป็นศูนย์กลางของเมืองท่า และยังเป็นแหล่งผลิตอาหารส่งสู่กรุงย่างกุ้ง และอังกฤษต้องเกณฑ์แรงงานอินดียมาทำนา แล้วพากันมาปักหลักทำมาหากินกันจนถึงปัจจุบันนี้
เมืองสิเรียม
พระเจดีย์เยเลพญา หรือเจดีย์กลางน้ำ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระเจดีย์เยเลพญา (Yele Pagoda) หรือเจดีย์กลางน้ำ ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำอายุนับพันปี เป็นที่สักการะของชาวสิเรียม การเดินทางจะต้องลงเรือไปอย่างเดียว ไม่มีสะพานให้รถหรือคนเดินข้ามไปได้ ตามตำนานเล่าว่า เจดีย์แห่งนี้สร้างในสมัยมอญเรืองอำนาจ เมื่อราวพันกว่าปีก่อน โดยคหบดีชาวมอญเป็นผู้สร้าง แล้วได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ 3 ข้อ คือ ​1) ถ้าน้ำท่วม ก็อย่าให้ท่วมถึงองค์พระเจดีย์ ​2) ถ้ามีผู้คนมากราบไหว้บูชาเป็นจำนวนมากเพียงใด ขอให้พื้นที่ไม่มีวันเต็ม รองรับผู้คนจำนวนมากเท่าใดก็ได้ตลอดเวลา 3) เมื่อมาอธิษฐานขออะไรที่สมเหตุสมผล ก็ขอให้ได้สมความปรารถนาทุกคน ​เจดีย์องค์ประธานภายในเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และมี พระง้าซัดพญา เป็นพระพุทธรูปหินอ่อนทรงเครื่องกษัตริย์ องค์พระสามารถถอดแยกออกจากกันได้ 5 ชิ้น เจดีย์แห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องไหว้พระขอพรด้านธุรกิจการค้า บริเวณท่าน้ำท่านสามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวขนาดใหญ่นับร้อยๆ ตัว แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ที่ต้องสักการะให้ได้บนเกาะเจดีย์เยเลพญาแห่งนี้คือ พระอุปคุต โดยวิหารของพระอุปคุต ได้ถูกสร้างยื่นออกมาจากเกาะเล็กน้อย เพื่อให้อยู่ใจกลางน้ำจริงๆ
พระเจดีย์เยเลพญา หรือเจดีย์กลางน้ำ
วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple) นำท่านสักการะพระนอนที่มีความสวยงายที่สุดและดวงตาสวยที่สุดของประเทศพม่า ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด ประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักรข้างละองค์ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วยรูปอัฎจุตรสตกมงคล 108 ประการ พระบาทมีลักษณะซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย
วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple)
ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market) เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวพม่า สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงินที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่า, ภาพวาด, งานแกะสลักจากไม้, อัญมณี, หยก, ผ้าทอ, เสื้อผ้าสำเร็จรูป, แป้งทานาคา เป็นต้น
* หากซื้อสิ้นค้า หรืออัญมณีที่มีราคาสูง ควรขอใบเสร็จรับเงินด้วยทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ
ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda) / ปางช้างเผือกหลวง (Royal White Elephant Garden) (วันที่3)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
รับประทานอาหารกลางวันแบบท้องถิ่น ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* เมนูพิเศษสลัดกุ้งมังกร+เป็ดปักกิ่ง
วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda)
จากนั้นนำท่าเดินทางสู่ วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda) เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปทำจากหินอ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษณะมันวาว สีขาวสะอาดและไม่มีตำหนิ สูง 37 ฟุต กว้าง 24 ฟุต อยู่ในห้องกระจกแก้วเพื่อเป็นการควบคุมอุณหภูมิป้องกันการเสียหายของหินอ่อนจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยหินอ่อนที่ใช้ในการแกะองค์พระนี้ นำมาจากภูเขาสกายน์ เมืองมัณฑะเลย์ ล่องมาทางแม่น้ำอิรวดีแล้วนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป โดยช่างจากมัณฑะเลย์ที่ได้ชื่อว่ามีฝีมือดีที่สุดในพม่า เป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง ปางห้ามญาติ ยกพระหัตถ์ขึ้นหันออกจากองค์ หมายถึงการไล่ศัตรูและประทานความเจริญรุ่งเรือง บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่พระหัตถ์ขวา ส่วนหินที่เหลือนำมาสลักเป็นพระสาวกซึ่งตั้งอยู่ 4 ทิศ หันเข้าหาพระประธาน และยังสลักเป็นพระพุทธบาทซ้าย-ขวา ประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหลังพระพุทธรูปอีกด้วย
วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda)
ปางช้างเผือกหลวง (Royal White Elephant Garden)
นำท่านเดินทางสู่ ปางช้างเผือกหลวง (Royal White Elephant Garden) ชมช้างเผือกที่เป็นช้างคู่บ้านคู่เมืองของพม่า มีคชลักษณะของช้างเผือกที่ถูกต้องตามตำราโบราณทุกประการ ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน ที่ปางช้างแห่งนี้มีช้างเผือกอยู่ด้วยกันจำนวน 3 ช้าง ควานช้างจะเก็บขนหางช้างเผือกที่ถูกสลัดทิ้งไว้ขายให้นักท่องเที่ยวได้บูชา ขนหางช้างเผือกถือว่าเป็นเครื่องรางของคลังชนิดหนึ่งที่สามารถป้องกันคุณไสย เสนียดจัญไร แก่ผู้ที่มีไว้ครอบครองได้ จึงนิยมนำมาทำเป็นแหวน กำไร ใส่ไว้ติดตัว
 ปางช้างเผือกหลวง (Royal White Elephant Garden)

ช่วงค่ำ: ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง / ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (วันที่3)
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง (19:00 )
ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย พร้อมความประทับใจมิรู้ลืมกับบริการของทีมงาน ชิล สแควร์ ทราเวล
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
* เดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ SL207 สายการบิน THAI LION AIR (SL)
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (20:50 )
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

ราคานี้รวม

  1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง – กรุงเทพฯ โดยสารการบิน ไลอ้อนแอร์ LION AIR (SL)
  2. ค่าภาษีสนามบินพม่า และ ค่าภาษีสนามบินไทย
  3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  4. ค่าที่พัก CHATRIUM LAKE HOTEL ระดับ 5 ดาวหรือเทียวเท่า 1 คืน และ 3 ดาว 1 คืน (โรงแรมที่พระธาตุอินทร์แขวนมีแค่ ระดับ 3 ดาว Local เท่านั้น)
  5. ค่าระวางน้ำหนัก 20 กิโลกรัม
  6. ค่ารถขึ้นพระธาตุอินแขวน
  7. ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง
  8. ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ระบุไว้ในรายการ
  9. อัตราค่าเข้าชมสถานที่ที่ระบุไว้ในรายการ
  10. ประกันภัยในการเดินทาง ในกรณีที่ เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ จะคุ้มครองเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000  บาท (คุ้มครอง ผู้เอาประกันภัย อายุระหว่าง 6-75 ปี ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยอายุต่ำกว่า 6 ปี หรือ ระหว่าง 75-85 ปี คุ้มครอง 50 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์ / ส่วนในกรณี ผู้เอาประกันภัยอายุสูงกว่า 85 ปี ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคุ้มครอง) วงเงินคุ้มครองอาหารเป็นพิษ (โดยแพทย์จะต้องระบุในใบรับรองแพทย์ว่า **อาหารเป็นพิษเท่านั้น**)


ราคานี้ไม่รวม

  1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  2. ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ เช่น ค่าซักรีด โทรศัพท์  ค่ามินิบาร์ ฯลฯ
  3. ค่าบริการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ระบุไว้ในรายการ 
  4. ทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น/คนขับรถ/หัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย 600 บาทต่อลูกทัวร์ 1 ท่านต่อทริป
  5. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือ ค่าใช้จ่ายอื่น ที่ไม่ได้ระบุไว้ในโปรแกรม
  6. ค่าทำวีซ่าในกรณีเร่งด่วน / ค่าทำหนังสือเดินทางไทย / ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ  
  7. ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ 
  8.  ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา


เงื่อนไขการจองทัวร์

  1. กรุณาวางเงินมัดจำ ท่านละ 5,000 บาท หลังจากที่ได้ทำการจอง และที่นั่งจะถูกยืนยันเมื่อได้รับค่ามัดจำแล้วเท่านั้น
  2. ชำระค่าทัวร์ทั้งหมด 30 วันก่อนการเดินทาง 


กรณียกเลิกการเดินทาง

  1. กรณีทำการยกเลิกหลังจากทำการมัดจำทัวร์มาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนมัดจำทั้งหมด เนื่องจากบริษัทได้ดำเนินการชำระเงินค่าตั๋วเครื่องบินเต็มจำนวนให้กับทางสายการบินเป็นที่เรียบร้อย พร้อมทั้งได้มัดจำค่าห้องพักเป็นจำนวนเงิน 50 % ของราคาห้องพัก
  2. ยกเลิกหลังจากจ่ายเงินเต็มจำนวน บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมดในทุกกรณี
  3. ยกเลิกก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน ทางบริษัทฯยินดีคืนเงินเต็มจำนวนที่ได้ชำระมา

MY84 ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง นั่งกระเช้าพระธาตุอินทร์แขวน พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระธาตุมุเตา เทพทันใจ เทพกระซิบ 3 วัน 2 คืน โดยสายการบิน THAI LION AIR (SL)
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง นั่งกระเช้าพระธาตุอินทร์แขวน พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระธาตุมุเตา เทพทันใจ เทพกระซิบ 3 วัน 2 คืน โดยสายการบิน THAI LION AIR (SL)
อิ่มบุญ กินหรู อยู่ดี พัก 5 ดาว
เริ่มต้น: ช่วง 15 ธ.ค. 61-24 มี.ค. 62 (20 ช่วง)
(มีวันเด็กแห่งชาติ)
12,900 บ.
นมัสการ 3 ใน 5 มหาบูชาสถานอันศักดิ์สิทธ์ของชาวพม่า พระธาตุอินทร์แขวน พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระธาตุมุเตา ขอพรให้การค้าการขายเจริญรุ่งเรือง ณ เจดีย์กลางน้ำเมืองสิเรียมร่วมทำบุญตักบาตรถวายข้าวสารแด่ พระสงฆ์กว่า 500 รูป ณ วัดไจ้คะวาย พิเศษ!!! นั่งกระเช้าขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน พักโรงแรม 5 ดาวสุดหรู ของคนไทย CHATRIUM LAKE HOTEL อร่อยกับเมนู BUFFET SEAFOOD นานาชาติในโรงแรม CHATRIUM พร้อมทั้งเมนู กุ้งเผา+เป็ดปักกิ่ง+สลัดกุ้งมังกร

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง / ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง / เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) / พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace) / แม่น้ำสะโตง / คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp) / กระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน / พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม / KYAIKHTO HOTEL
วันที่ 2: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / ตักบาตร ณ พระธาตุอินทร์แขวน / วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery) / พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) / วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda) / เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi) / เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe) / พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรมเมนู บุฟเฟ่ต์นานาชาติซีฟู๊ด / CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5*
วันที่ 3: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / เมืองสิเรียม / พระเจดีย์เยเลพญา หรือเจดีย์กลางน้ำ / วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple) / ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda) / ปางช้างเผือกหลวง (Royal White Elephant Garden) / ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง / ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง
7 มื้อ 2 คืน

มีการเข้าชมทั้งหมด: 69 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 1 คน          

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
พักเดี่ยวชำระเพิ่มท่านละ 3,900 บาท

Lion Air (SL)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 06 ธ.ค.61)
15-17 ธ.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
28-30 ธ.ค. 14,900.- Lion Air ว่าง
04-06 ม.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
05-07 ม.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
11-13 ม.ค.
(วันเด็กแห่งชาติ)
12,900.- Lion Air ว่าง
12-14 ม.ค.
(วันเด็กแห่งชาติ)
12,900.- Lion Air ว่าง
25-27 ม.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
01-03 ก.พ. 12,900.- Lion Air ว่าง
02-04 ก.พ. 12,900.- Lion Air ว่าง
08-10 ก.พ. 14,500.- Lion Air ว่าง
09-11 ก.พ. 13,900.- Lion Air ว่าง
15-17 ก.พ. 12,900.- Lion Air ว่าง
22-24 ก.พ. 12,900.- Lion Air ว่าง
23-25 ก.พ. 12,900.- Lion Air ว่าง
01-03 มี.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
02-04 มี.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
08-10 มี.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
09-11 มี.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
15-17 มี.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง
22-24 มี.ค. 12,900.- Lion Air ว่าง

ตารางบิน
Lion Air (SL) เวลาบินขาไป 07:10 - 08:00 DMK - RGN SL200
เวลาบินขากลับ 19:00 - 20:50 RGN - DMK SL207

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

 
ช่วงเช้า: ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง / ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง / เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) (วันที่1)
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (04:00 )
ทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานดอนเมืองที่จุดนัดหมายก่อนเวลาเดินทาง (ตามตารางบิน) โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าเตอร์ใด เวลาใด)
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง
* 07.10 น.ออกเดินทางสู่ เมืองย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่ SL200 สายการบิน THAI LION AIR (SL)
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง (08:00 )
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงย่างกุ้ง ในอดีตนั้นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญมาก่อนตั้งแต่ยุคกษัตริย์บินยาอู เมื่อประมาณ ค.ศ. 1365 จนกระทั่งเมืองหลวงของมอญแห่งนี้เริ่มหมดความสำคัญลงหลังจากย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อังวะ
เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) / พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace) / แม่น้ำสะโตง / คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp) / กระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน / พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda) (วันที่1)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
รับประทานอาหารกลางวันแบบท้องถิ่น ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* พิเศษเมนู กุ้งเผา
วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) ชมเจดีย์ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ที่มีความงดงามเป็นเอกของศิลปะแบบมอญ แทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ ประกอบ ด้วยพระสมณะโคดม (ทิศเหนือ), พระโกนาคม (ทิศใต้), พระกกุสันโธ (ทิศตะวันออก) และพระมหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) ตำนานเล่าว่า พระราชธิดาทั้งสี่องค์ของกษัตริย์มอญที่อุทิศตนแด่พุทธศาสนา จึงสร้างพระพุทธรูปแทนตนเองและได้สาบานไว้ว่าจะไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ต่อมาน้องสาวคนสุดท้อง กลับพบรักกับชายหนุ่มและแต่งงานกัน จึงเกิดอาเพศฟ้าผ่าพระพุทธรูปที่แทนตัวของน้องสาวคนสุดท้องพังทลายลงมา จนต้องมีการสร้างขึ้นมาใหม่ตามที่เห็นในปัจจุบัน โดยพระพุทธรูปองค์นี้จะมีลักษณะแตกต่างจากองค์อื่นๆ คือจะเป็นศิลปะแบบพม่า
วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda)
พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace) เป็นที่ประทับของพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ทรงโปรดให้ใช้ชื่อประตูต่างๆ ทั้งหมด 20 ประตู ตามชื่อของแรงงานประเทศราชที่สร้าง เช่น ประตูทางตอนเหนือปรากฏชื่อ ประตูโยเดีย (อยุธยา) ประตูตอนใต้ชื่อ ประตูเชียงใหม่ อีกทั้งยังมีพระตำหนักของพระสุพรรณกัลยา องค์ประกันที่ตกเป็นเชลย และกลายเป็นมเหสีองค์หนึ่งของพระองค์ และที่นี่ยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรครั้งเมื่อทรงโดนจับเป็นองค์ประกันที่พม่าด้วยเช่นกัน พระราชวังบุเรงนองถูกเผาจนเหลือแต่เพียงซาก หลังจากการสวรรคตของพระเจ้าบุเรงนอง ด้วยกบฏยะไข่ พร้อมๆ กับอาณาจักรตองอูที่เคยเรืองอำนาจกลับเสื่อมลง ในปี ค.ศ. 1990 รัฐบาลพม่าได้ขุดค้นพบซากของพระราชวังที่เหลือเพียงแค่ตอไม้ที่โผล่พ้นดินออกมา และได้มีการสร้างพระราชวังจำลององค์ใหม่ขึ้นมา ฉาบด้วยสีทองทั้งหลัง มีซากไม้ที่ใช้สร้างพระราชวังแต่ครั้งอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ถูกจัดแสดง ซึ่งไม้แต่ละท่อนมีตัวอักษรจารึกอยู่ว่าเป็นผลงานของเมืองใด ตัวพระราชวังสร้างใหม่มี 2 ส่วน ส่วนแรกเรียกว่า กามโบสะตาหริ หรือ กัมโพชธานี เป็นส่วนที่เอาไว้ว่าราชการ และส่วนที่ 2 คือ บัลลังก์ผึ้ง เป็นส่วนที่ใช้บรรทม
พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace)
แม่น้ำสะโตง
จากนั้นนำท่านผ่านชม แม่น้ำสะโตง Sittaung River เป็นแม่น้ำในประเทศพม่ามีความยาว 420 กิโลเมตร เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเขตหงสาวดีกับรัฐมอญ และเป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จหลบหนีกองทัพพม่าของพระมหาอุปราชมังสามเกียด พระองค์ได้หลบหนีข้ามพ้นมา และได้แสดงวีรกรรมยิงพระแสงปืนข้ามลำน้ำสะโตง คือ ยิงปืนคาบศิลาจากอีกฝั่งของแม่น้ำถูกแม่ทัพพม่าชื่อ สุรกรรมา เสียชีวิตคาคอช้าง เมื่อปี ค.ศ. 1584 ซึ่งต่อมาพระแสงปืนกระบอกนี้ได้ถูกขนามนามว่า พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง
แม่น้ำสะโตง
คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาไจ้ก์ทิโย นำท่านขึ้นรถบรรทุกหกล้อท้องถิ่นขนาดเล็ก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45น. (หากโปรแกรมทัวร์มีนั่งกระเช้า จะนั่งรถบรรทุกขึ้นไปประมาณ 20 นาทีเพื่อเปลี่ยนไปขึ้นกระเช้า) ใช้เวลาเดินทางสักพักเพื่อเดินทางสู่ยอดเขาไจ้ก์ทิโย
คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp)
กระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
นั่งกระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนเพื่อให้ลูกค้าได้ชมทัศนียภาพความสวยงามต่างๆจากมุมสูง กระเช้าไฟฟ้าขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน รัฐมอญ ซึ่งใช้งบประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดสั่งนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อบริการนักท่องเที่ยวขึ้นไปไหว้พระธาตุสะดวกสบายขึ้น ใช้เวลาเพียง 10 นาที จากสถานีเขาฤษีขึ้นไปถึงสถานีองค์พระธาตุ
กระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
* **หมายเหตุ กรณีที่กระเช้าปิดทำการเนื่องจากสภาพอากาศ หรือเหตุอื่นใดก็ตามที่ทางบริษัทไม่สามารถควบคุมได้ ขอสงวนสิทธิ์ในการเดินทางขึ้นสู่พระธาตุฯโดยรถหกล้อแทน และขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี
พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda) ในภาษามอญ หมายความว่าหินรูปหัวฤๅษี ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้โท อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญ บนยอดเขาพวงลวง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร มีลักษณะเป็นเจดีย์องค์เล็กๆ สูงเพียง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนหินกลมๆ สีทอง ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างหมิ่นเหม่ แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตก เพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์ ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุล ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนา พระธาตุอินทร์แขวนนี้ถือเป็นพระธาตุปีเกิดของปีจอ แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ บนเส้นทางก่อนขึ้นไปถึงองค์พระธาตุ มีอาคารสร้างเป็นศาลาให้เข้าไปไหว้สองจุด คืออาคารทางด้านซ้าย คือรูปปั้นพระนางชเวนันจิน ซึ่งนางเป็นส่วนหนึ่งในตำนานของพระธาตุอินทร์แขวน มีตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่าก่อนที่พระนางจะเสียชีวิต ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าจะขอดูแลปกปักรักษารอบองค์พระธาตุ และผู้คนที่เดินทางขึ้นมาสักการะองค์พระธาตุให้ปลอดภัยจากอันตรายและโรคภัยต่างๆ จึงมีความเชื่อว่าหากเจ็บป่วยตรงส่วนไหนของร่างกาย เวลาไหว้พระนางให้จับ บีบ นวดรูปปั้นของพระนางตรงส่วนที่เจ็บป่วยนั้น แล้วให้ตั้งจิตอธิษฐาน มาจับร่างกายของเราตรงที่มีอาการเจ็บป่วยก็จะหายได้ ส่วนอาคารทางด้านขวามีภาพเล่าเรื่องประวัติของพระธาตุอินทร์แขวน เเละมีรอยพระพุทธบาทจำลอง มีผู้คนนิยมเอาธนบัตรมาลอยน้ำเเล้วอธิษฐาน ว่ากันว่าถ้าขอบธนบัตรม้วนงอเข้าหากัน แสดงว่าคำอธิษฐานนั้นใกล้ประสบความสำเร็จ ท่านสามารถซื้อแผ่นทองคำเพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวน (เข้าไปปิดทองได้เฉพาะสุภาพบุรุษ ส่วนสุภาพสตรีสามารถอธิฐาน แล้วฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้ แต่ประตูเหล็กจะเปิดถึงเวลา 22.00 น. เท่านั้น) บริเวณรั้วรอบองค์พระธาตุอินทร์แขวน ก็มักจะมีผู้คนนำระฆังมาแขวน ตามความเชื่อเพื่อให้เกิดความสำเร็จและความมีชื่อเสียง หรือหากต้องการนั่งสมาธิที่พระเจดีย์ก็สามารถนั่งได้ตลอดทั้งคืน แต่ควรเตรียมเสื้อกันหนาว, กันลม, ผ้าห่ม, ผ้าพันคอ และเบาะรองนั่ง เนื่องจากบริเวณพื้นที่นั้นมีความเย็นมาก เวลาเช้าสำหรับผู้ที่ต้องการใส่บาตรพระธาตุอินทร์แขวน สามารถหาซื้อได้โดยจะมีร้านค้าจำหน่าย
* 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ที่ชาวพม่าให้ความเคารพบูชา ถือว่าในชีวิตนี้ต้องมาสักการะให้ครบทั้ง 5 แห่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda)
* หมายเหตุ กรุณาเตรียมกระเป๋าสัมภาระขนาดเล็กสำหรับ 1 คืน เพื่อนำติดตัวขึ้นไปบนพระธาตุอินทร์แขวน เนื่องจากอาจจะต้องจ้างลูกหาบแบกสัมภาระซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายตามขนาดกระเป๋า เริ่มต้นที่ 1,000 จ๊าด ประมาณ 30 บาท) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าในการใช้บริการ

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม / KYAIKHTO HOTEL (วันที่1)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
รับประทานอาหารค่ำแบบท้องถิ่น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
KYAIKHTO HOTEL
นำคณะเข้าสู่ที่พัก KYAIKHTO HOTEL (โรงแรมไจ้โท) หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
KYAIKHTO HOTEL

ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / ตักบาตร ณ พระธาตุอินทร์แขวน / วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery) / พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) / วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha) (วันที่2)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ตักบาตร ณ พระธาตุอินทร์แขวน
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า ให้ท่านได้อิสระตามอัธยาศัย สำหรับผู้ที่ต้องการใส่บาตรยามเช้าสามารถซื้อได้ โดยบริเวณรอบๆ พระธาตุอินทร์แขวนจะมีชาวบ้านมาขายเป็นชุด ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000 จ๊าด ดอกไม้ธูป-เทียน ประมาณ 300-500 จ๊าด สามารถซื้อทำบุญได้ตามอัธยาศัย
วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery) นำท่านตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป วัดไจ้คะวายไม่ใช่วัดที่มีชื่อในเรื่องของเจดีย์หรือพระพุทธรูปองค์โตสูงใหญ่ แต่มีชื่อเสียงเพราะเป็นโรงเรียนที่สอนพระพุทธศาสนา เปรียญธรรมชั้นตรี โท เอก และศึกษาพระไตรปิฎกที่มีชื่อเสียงของพม่า จึงมีคนส่งลูกหลานมาบวชเรียนศึกษาธรรมะที่นี่เป็นจำนวนกว่า 1,000 รูป เป็นวัดที่มีคนนิยมทำบุญใส่บาตรพระ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารพระเพลเป็นประจำ
* ท่านสามารถนำข้าวสาร อาหารแห้ง หรือสมุด ปากกา ดินสอ และอุปกรณ์การเรียน มาบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้
วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery)
พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda)
จากนั้นนำท่าเดินทางสู่ พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) กล่าวกันว่าเจดีย์ชเวมอดอร์เป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในพม่าต้องแหงนหน้าขึ้นมองจนจมูกถูกแสงแดดร้อนแผดเผาจึงจะเห็นยอดเจดีย์ เป็นเหตุให้เรียกชื่อเป็นภาษามอญว่ามุเตา ที่แปลว่าจมูกร้อน มีความโดดเด่นคือ เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะแบบมอญ แตกต่างจากเจดีย์ชเวดากองที่เป็นเจดีย์แบบพม่า มีฉัตรแบบเรียบๆ และองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรียว ภายนอกหุ้มด้วยทองจังโก้ ภายในเป็นอิฐกลวง พระเจดีย์สูง 377 ฟุต ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า สถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณเพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ ในรัชกาลต่อมาคือพระเจ้าบุเรงนองได้มีการสร้างฉัตรถวายเพิ่มเติมอีกหลายชั้น กล่าวกันว่าก่อนที่พระองค์จะออกทำศึกคราใด จะทรงมานมัสการพระเจดีย์นี้ก่อนทุกครั้ง และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทย ก็เคยมาสักการะพระเจดีย์องค์นี้เช่นกัน ที่เจดีย์แห่งนี้มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์มากอยู่ตรงบริเวณยอดเจดีย์ที่หักตกลงมา เมื่อปี ค.ศ. 1930 ด้วยน้ำหนักที่มหาศาลตกลงมายังพื้นล่างแต่ยอดฉัตรกลับยังคงสภาพเดิม และไม่แตกกระจายออกไปเป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์โดยแท้ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมา เพื่อความเป็นสิริมงคลซึ่งเปรียบเหมือนดั่งการค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
* 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ที่ชาวพม่าให้ความเคารพบูชา ถือว่าในชีวิตนี้ต้องมาสักการะให้ครบทั้ง 5 แห่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda)
วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha) พาท่านกราบนมัสการพระพุทธไสยาสน์ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวมีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน ค.ศ. 994 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ พระพุทธไสยาสน์มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี ค.ศ. 1881 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า และได้มีการขุดพบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี ค.ศ. 1948 หลังจากที่พม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบัน
วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda) / เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi) / เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe) / พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) (วันที่2)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
รับประทานอาหารกลางวันแบบท้องถิ่น ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* พิเศษเมนู กุ้งเผา
เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda) ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000 นาย เจดีย์โบตะทาวน์เป็นเจดีย์ที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่จะนำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมภายในบริเวณรอบๆเจดีย์คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี ค.ศ. 1885 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในประเทศอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพัธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1945 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบร์ต และด้านซ้ายมือจะเป็นรูปปั้น นัตโบโบยี หรือเทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ
เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda)
เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi)
จากนั้นนำท่านสักการะ เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi) เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย เป็นเทพผู้ปกปักรักษาและบันดาลโชค วิธีการสักการะเทพทันใจ สิ่งที่ต้องเตรียมไปคือ กล้วย ดอกไม้ และมะพร้าวอ่อน จากนั้นเตรียมธนบัตร 2 ใบ (จะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้) ม้วนเป็นรูปกรวย นำไปใส่ไว้ในมือของเทพทันใจ จากนั้นใช้หน้าผากของเราแตะกับนิ้วของเทพทันใจที่ชี้อยู่ ให้ตั้งจิตอธิษฐานด้วยความสงบนิ่ง ขอได้แค่ 1 อย่างเท่านั้น แล้วดึงธนบัตรที่ม้วนไว้คืนกลับมา 1 ใบ เพื่อเก็บไว้เป็นเงินขวัญถุง หลังจากนั้นเดินวนรอบตัวท่าน นำผ้าไปคลุมไหล่ และอ้อมไปจับไม้เท้าของท่าน ยกมือไหว้ขอบคุณ เป็นอันเสร็จพิธี
เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi)
เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe)
จากนั้นนำท่านสักการะ เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe) ข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนน ตรงข้ามกับเจดีย์โบตาทาวน์ เพื่อสักการะเทพกระซิบ ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารักษาศีลไม่ยอมกินเนื้อสัตว์ จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การขอพรเทพกระซิบ ต้องไปกระซิบที่ข้างหูเบาๆ ห้ามให้คนอื่นได้ยิน จากนั้นก็นำน้ำนมไปจ่อไว้ที่ปาก แล้วบูชาด้วยข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้
เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe)
พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยปี เดิมเป็นดินแดนของมอญมีชื่อเดิมว่าดากอง หรือตะเกิง ก่อนจะถูกพม่ายึดครองไปแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นย่างกุ้ง ชเวดากอง จึงแปลว่า เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง ซึ่งเป็นมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า พระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาล โดยเฉพาะมีโบราณราชประเพณีที่กษัตริย์จะขึ้นครองราชบัลลังก์ จะต้องถวายทองคำหนักเท่ากับน้ำหนักของพระองค์เอง องค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดมีน้ำหนัก 23 ตัน ภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น และเครื่องอัฐะบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้ง 3 พระองค์ คือ พระกกุสันธะพุทธเจ้า, พระโกนาคมนะพุทธเจ้า และพระกัสสปะพุทธเจ้า บนยอดประดับด้วยเพชรพลอย และอัญมณีต่างๆ จำนวนมาก และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอด บริเวณรอบเจดีย์ท่านจะได้ชมความงามของวิหาร 4 ทิศ ซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้นๆ งานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้น สถานที่แห่งนี้มี ลานอธิฐาน จุดที่พระเจ้าบุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและเป็นสิริมงคล นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมี พระประจำวันเกิด ประดิษฐานทั้ง 8 ทิศ รวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดของตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต การบูชาคือท่านเกิดวันใด ก็ให้ไปบูชาและสรงน้ำที่บริเวณนั้นๆ ตามตำแหน่งทั้ง 4 คือ 1) ที่องค์พระ, 2) ที่องค์เทวดา, 3) ที่เสา, 4) ที่สัตว์สัญลักษณ์ ในเวลาพลบค่ำสามารถชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรได้ โดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเขียว, สีเหลือง, สีแดง เป็นต้น
* 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ที่ชาวพม่าให้ความเคารพบูชา ถือว่าในชีวิตนี้ต้องมาสักการะให้ครบทั้ง 5 แห่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรมเมนู บุฟเฟ่ต์นานาชาติซีฟู๊ด / CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5* (วันที่2)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรมเมนู บุฟเฟ่ต์นานาชาติซีฟู๊ด
นำท่านรับประทานอาหารค่ำณ ห้องอาหารโรงแรม เต็มอิ่มกับเมนูสุดพิเศษ บุฟเฟ่ต์นานาชาติซีฟู๊ดอาหารทะเลสดเติมไม่อั้นเชิญท่านอิ่มอร่อยกับอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติไม่จำกัดเวลาและพักผ่อนตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรมเมนู บุฟเฟ่ต์นานาชาติซีฟู๊ด
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5*
นำท่านเข้าสู่ที่พัก CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5* หรือเทียบเท่า
CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5*

ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / เมืองสิเรียม / พระเจดีย์เยเลพญา หรือเจดีย์กลางน้ำ / วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple) / ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market) (วันที่3)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองสิเรียม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสิเรียม (Syriem) อยู่ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เมืองสิเรียมเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำหงสาและแม่น้ำย่างกุ้ง ซึ่งในอดีตเมืองนี้เป็นเมืองท่าสำคัญในการเดินเรือของชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเมืองสิเรียมเป็นเมืองอุตสาหกรรม ชาวเมืองส่วนใหญ่ทำงานในโรงกลั่นน้ำมัน หรือไม่ก็เป็นลูกจ้างในโรงเบียร์ ประชากรส่วนมากเป็นชาวพม่าเชื้อชายอินเดีย เพราะในสมัยที่พม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ สิเรียมเป็นศูนย์กลางของเมืองท่า และยังเป็นแหล่งผลิตอาหารส่งสู่กรุงย่างกุ้ง และอังกฤษต้องเกณฑ์แรงงานอินดียมาทำนา แล้วพากันมาปักหลักทำมาหากินกันจนถึงปัจจุบันนี้
เมืองสิเรียม
พระเจดีย์เยเลพญา หรือเจดีย์กลางน้ำ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระเจดีย์เยเลพญา (Yele Pagoda) หรือเจดีย์กลางน้ำ ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำอายุนับพันปี เป็นที่สักการะของชาวสิเรียม การเดินทางจะต้องลงเรือไปอย่างเดียว ไม่มีสะพานให้รถหรือคนเดินข้ามไปได้ ตามตำนานเล่าว่า เจดีย์แห่งนี้สร้างในสมัยมอญเรืองอำนาจ เมื่อราวพันกว่าปีก่อน โดยคหบดีชาวมอญเป็นผู้สร้าง แล้วได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ 3 ข้อ คือ ​1) ถ้าน้ำท่วม ก็อย่าให้ท่วมถึงองค์พระเจดีย์ ​2) ถ้ามีผู้คนมากราบไหว้บูชาเป็นจำนวนมากเพียงใด ขอให้พื้นที่ไม่มีวันเต็ม รองรับผู้คนจำนวนมากเท่าใดก็ได้ตลอดเวลา 3) เมื่อมาอธิษฐานขออะไรที่สมเหตุสมผล ก็ขอให้ได้สมความปรารถนาทุกคน ​เจดีย์องค์ประธานภายในเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และมี พระง้าซัดพญา เป็นพระพุทธรูปหินอ่อนทรงเครื่องกษัตริย์ องค์พระสามารถถอดแยกออกจากกันได้ 5 ชิ้น เจดีย์แห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องไหว้พระขอพรด้านธุรกิจการค้า บริเวณท่าน้ำท่านสามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวขนาดใหญ่นับร้อยๆ ตัว แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ที่ต้องสักการะให้ได้บนเกาะเจดีย์เยเลพญาแห่งนี้คือ พระอุปคุต โดยวิหารของพระอุปคุต ได้ถูกสร้างยื่นออกมาจากเกาะเล็กน้อย เพื่อให้อยู่ใจกลางน้ำจริงๆ
พระเจดีย์เยเลพญา หรือเจดีย์กลางน้ำ
วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple) นำท่านสักการะพระนอนที่มีความสวยงายที่สุดและดวงตาสวยที่สุดของประเทศพม่า ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด ประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักรข้างละองค์ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วยรูปอัฎจุตรสตกมงคล 108 ประการ พระบาทมีลักษณะซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย
วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple)
ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market) เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวพม่า สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงินที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่า, ภาพวาด, งานแกะสลักจากไม้, อัญมณี, หยก, ผ้าทอ, เสื้อผ้าสำเร็จรูป, แป้งทานาคา เป็นต้น
* หากซื้อสิ้นค้า หรืออัญมณีที่มีราคาสูง ควรขอใบเสร็จรับเงินด้วยทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ
ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda) / ปางช้างเผือกหลวง (Royal White Elephant Garden) (วันที่3)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
รับประทานอาหารกลางวันแบบท้องถิ่น ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* เมนูพิเศษสลัดกุ้งมังกร+เป็ดปักกิ่ง
วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda)
จากนั้นนำท่าเดินทางสู่ วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda) เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปทำจากหินอ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษณะมันวาว สีขาวสะอาดและไม่มีตำหนิ สูง 37 ฟุต กว้าง 24 ฟุต อยู่ในห้องกระจกแก้วเพื่อเป็นการควบคุมอุณหภูมิป้องกันการเสียหายของหินอ่อนจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยหินอ่อนที่ใช้ในการแกะองค์พระนี้ นำมาจากภูเขาสกายน์ เมืองมัณฑะเลย์ ล่องมาทางแม่น้ำอิรวดีแล้วนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป โดยช่างจากมัณฑะเลย์ที่ได้ชื่อว่ามีฝีมือดีที่สุดในพม่า เป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง ปางห้ามญาติ ยกพระหัตถ์ขึ้นหันออกจากองค์ หมายถึงการไล่ศัตรูและประทานความเจริญรุ่งเรือง บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่พระหัตถ์ขวา ส่วนหินที่เหลือนำมาสลักเป็นพระสาวกซึ่งตั้งอยู่ 4 ทิศ หันเข้าหาพระประธาน และยังสลักเป็นพระพุทธบาทซ้าย-ขวา ประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหลังพระพุทธรูปอีกด้วย
วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda)
ปางช้างเผือกหลวง (Royal White Elephant Garden)
นำท่านเดินทางสู่ ปางช้างเผือกหลวง (Royal White Elephant Garden) ชมช้างเผือกที่เป็นช้างคู่บ้านคู่เมืองของพม่า มีคชลักษณะของช้างเผือกที่ถูกต้องตามตำราโบราณทุกประการ ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน ที่ปางช้างแห่งนี้มีช้างเผือกอยู่ด้วยกันจำนวน 3 ช้าง ควานช้างจะเก็บขนหางช้างเผือกที่ถูกสลัดทิ้งไว้ขายให้นักท่องเที่ยวได้บูชา ขนหางช้างเผือกถือว่าเป็นเครื่องรางของคลังชนิดหนึ่งที่สามารถป้องกันคุณไสย เสนียดจัญไร แก่ผู้ที่มีไว้ครอบครองได้ จึงนิยมนำมาทำเป็นแหวน กำไร ใส่ไว้ติดตัว
 ปางช้างเผือกหลวง (Royal White Elephant Garden)

ช่วงค่ำ: ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง / ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (วันที่3)
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง (19:00 )
ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย พร้อมความประทับใจมิรู้ลืมกับบริการของทีมงาน ชิล สแควร์ ทราเวล
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
* เดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ SL207 สายการบิน THAI LION AIR (SL)
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (20:50 )
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

ราคานี้รวม

  1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง – กรุงเทพฯ โดยสารการบิน ไลอ้อนแอร์ LION AIR (SL)
  2. ค่าภาษีสนามบินพม่า และ ค่าภาษีสนามบินไทย
  3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  4. ค่าที่พัก CHATRIUM LAKE HOTEL ระดับ 5 ดาวหรือเทียวเท่า 1 คืน และ 3 ดาว 1 คืน (โรงแรมที่พระธาตุอินทร์แขวนมีแค่ ระดับ 3 ดาว Local เท่านั้น)
  5. ค่าระวางน้ำหนัก 20 กิโลกรัม
  6. ค่ารถขึ้นพระธาตุอินแขวน
  7. ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง
  8. ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ระบุไว้ในรายการ
  9. อัตราค่าเข้าชมสถานที่ที่ระบุไว้ในรายการ
  10. ประกันภัยในการเดินทาง ในกรณีที่ เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ จะคุ้มครองเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000  บาท (คุ้มครอง ผู้เอาประกันภัย อายุระหว่าง 6-75 ปี ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยอายุต่ำกว่า 6 ปี หรือ ระหว่าง 75-85 ปี คุ้มครอง 50 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์ / ส่วนในกรณี ผู้เอาประกันภัยอายุสูงกว่า 85 ปี ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคุ้มครอง) วงเงินคุ้มครองอาหารเป็นพิษ (โดยแพทย์จะต้องระบุในใบรับรองแพทย์ว่า **อาหารเป็นพิษเท่านั้น**)


ราคานี้ไม่รวม

  1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  2. ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ เช่น ค่าซักรีด โทรศัพท์  ค่ามินิบาร์ ฯลฯ
  3. ค่าบริการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ระบุไว้ในรายการ 
  4. ทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น/คนขับรถ/หัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย 600 บาทต่อลูกทัวร์ 1 ท่านต่อทริป
  5. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือ ค่าใช้จ่ายอื่น ที่ไม่ได้ระบุไว้ในโปรแกรม
  6. ค่าทำวีซ่าในกรณีเร่งด่วน / ค่าทำหนังสือเดินทางไทย / ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ  
  7. ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ 
  8.  ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา


เงื่อนไขการจองทัวร์

  1. กรุณาวางเงินมัดจำ ท่านละ 5,000 บาท หลังจากที่ได้ทำการจอง และที่นั่งจะถูกยืนยันเมื่อได้รับค่ามัดจำแล้วเท่านั้น
  2. ชำระค่าทัวร์ทั้งหมด 30 วันก่อนการเดินทาง 


กรณียกเลิกการเดินทาง

  1. กรณีทำการยกเลิกหลังจากทำการมัดจำทัวร์มาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนมัดจำทั้งหมด เนื่องจากบริษัทได้ดำเนินการชำระเงินค่าตั๋วเครื่องบินเต็มจำนวนให้กับทางสายการบินเป็นที่เรียบร้อย พร้อมทั้งได้มัดจำค่าห้องพักเป็นจำนวนเงิน 50 % ของราคาห้องพัก
  2. ยกเลิกหลังจากจ่ายเงินเต็มจำนวน บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมดในทุกกรณี
  3. ยกเลิกก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน ทางบริษัทฯยินดีคืนเงินเต็มจำนวนที่ได้ชำระมา

"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2018 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th