(ปิดการขาย) MMG1055 บินตรงเชียงใหม่ ไหว้สา 5 มหาบูชาสถาน ย่างกุ้ง หงสาวดี พระธาตุอินทร์แขวน พุกาม มัณฑะเลย์ มิงกุน (นั่งเครื่องภายใน) 5วัน 4คืน โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
บินตรงเชียงใหม่ ไหว้สา 5 มหาบูชาสถาน  ย่างกุ้ง หงสาวดี พระธาตุอินทร์แขวน พุกาม มัณฑะเลย์ มิงกุน (นั่งเครื่องภายใน) 5วัน 4คืน โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์
• สักการะพระธาตอินทร์แขวน ชมวิวแบบพาโนรามา (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) • สักการะเจดีย์ชเวมอดอว์ ณ เมืองหงสาวดี (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) • สักการะเจดีย์ชเวดากอง ณ เมืองย่างกุ้ง (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) • สักการะเจดีย์ชเวสิกอง (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) • ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ ล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) • สักการะพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว • ขอพรธุระกิจค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง พระสุริยัน-จันทรา • ขอพรเทพทันใจและเทพกระซิบ ที่เจดีย์โบตะทาวน์ • ชมความงดงามของพระตำหนักไม้สักทอง แห่งเดียวในพม่า ที่พระตำหนักชเวนันดอว์ • ล่องเรือข้ามแม่น้ำอิรวดี ชมมหาเจดีย์ยักษ์ มิงกุน • พิเศษสุดถึงขีดสุด!! นั่งรถม้าชมโบราณเมืองพุกาม • นั่งกระเช้า สู่ พระธาตอินทร์แขวน ยอดเขาไจก์ทีโย ชมวิวแบบพาโนรามา • รับเทพทันใจ ท่านละ 1 องค์ , รับผ้าเช็ดพระพักตร์ พระมหามัยมุนี ท่านละ 1 ผืน • พักโรงแรมดี 4 ดาว , อาหารดี
สรุปการท่องเที่ยว:
วันที่ 1: เชียงใหม่ - ย่างกุ้ง - หงสาวดี - พระราชวังบุเรงนอง - พระธาตุอินทร์แขวน
วันที่ 2: อินทร์แขวน - เจดีย์ชเวมอว์ดอว์ - เจดีย์ไจ๊ปุ่น - พระนอนชเวตาเลียว - ย่างกุ้ง - เจดีย์โบตะทาวน์ - พระมหาเจดีย์ชเวดากอง - พระสุริยัน จันทรา
วันที่ 3: ย่างกุ้ง - พุกาม - นั่งรถม้าชมเมืองเก่า - จุดชมวิว - วัดอนันดา - วัดติโลมินโล - วัดสัพพัญญู - วิหารมนูหะ - วัดกุบยางกี - เจดีย์ชเวสิกอง - วิหารธรรมยังยี
วันที่ 4: พุกาม - มัณฑะเลย์ - สะพานไม้อูเบ็ง - โรงทอผ้าลุนตยา - วัดกุโสดอ - เขามัณฑะเลย์ฮิลล์
วันที่ 5: ร่วมพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี - ล่องเรือแม่น้ำอิรวดี - มิงกุน - ระฆังยักษ์มิงกุน - เจดีย์พญาเธียรดาน - พระราชวังมัณฑะเลย์ - พระตำหนักไม้สักชเวนันดอว์ - เชียงใหม่
มีการเข้าชมทั้งหมด: 3,983 ครั้ง ผู้ชมขณะนี้: 1 คน

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข


(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 43)
ตารางบิน
Bangkok Airways (PG)
(ขาไป)
11:40 - 12:35 CNX - RGN PG723
Bangkok Airways (PG)
(ขากลับ)
18:00 - 19:55 MDL - CNX PG726

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

 
วันที่ 1
เชียงใหม่ - ย่างกุ้ง - หงสาวดี - พระราชวังบุเรงนอง - พระธาตุอินทร์แขวน
10.00 น.
พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น1 เคาน์เตอร์สายการบินบางกอกแอร์เวย์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับอำนวยความสะดวกจัดเตรียมเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน
12.05 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง โดยสายการบินกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG723 (มีบริการอาหารและน้ำดื่มบนเครื่อง)
12.55 น.
เดินทางถึง ท่าอากาศยานมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
บ่าย
เดินทางถึง เมืองหงสาดี นำทุกท่านชม พระราชวังบุเรงนอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ปี พ.ศ. 2142 ในสมัยพระเจ้านันทบุเรง ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกัน มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ในดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่ โดยถอดแบบจากของเดิม
นำท่านออกเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (เชิงเขาไจ้ก์โถ่) โดยรถบรรทุก 6 ล้อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างทางท่านจะเห็นแม่น้ำสะโตง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความสัมพันธ์กับพระนเรศวรมหาราช พระองค์สามารถยิงพระแสงปืนข้ามแม่น้ำที่กว้างใหญ่นี้ไปต้องแม่ทัพพม่าจนได้รับชัยชนะ ถึงคิมปูนแค้มป์ หยุดพักเปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุกหกล้อขึ้นบนภูเขาไจ้ก์โถ่
จนถึงสถานีกระเช้าไฟฟ้า นำทุกท่าน นั่งกระเช้า ขึ้นสู่พระธาตุอินทร์แขวนเพื่อให้ลูกค้าได้ชมทัศนียภาพความสวยงามจากมุมสูงแบบพาโนรามา ใช้เวลาประมาณ 10 นาที (รวมค่ากระเช้าขาขึ้นแล้ว) **หมายเหตุ ในกรณีกระเช้าปิดหรือสภาวะอากาศ รวมถึงเหตุสุดวิสัยต่างๆ ที่ไม่สามารถควบคุมและคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ทางบริษัทฯจะเปลี่ยนเป็นขึ้นรถบรรทุกแทนโดยสงวนสิทธิ์การคืนเงินทุกกรณี**
ถึงปลายทางของสถานี นำทุกท่านเดินเท้าประมาณ 10 นาที ไปยังพระธาตุ เชิญชมทัศนียภาพงดงาม ตื่นตาตื่นใจกับ พระธาตุอินทร์แขวน (ซึ่งอยู่ใกล้ที่พักมากใช้เวลาเดินเพียง 10 นาที) พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้โท อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า อยู่บนยอดเขา เหนือระดับน้ำทะเล 3,615 ฟุต มีลักษณะเด่นเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมา นับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักการะครั้งหนึ่งในชีวิต
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเย็นเชิญท่านไปสักการะพระธาตุ ตามอัธยาศัย นมัสการ เทพทันใจพระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งเป็น นักพรตที่มีความศักดิ์สิทธ์อีกแห่งหนึ่ง ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน ถ้าจะสักการะกลางแจ้งเป็นเวลานานบริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ้โท ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หรือกันลม หรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเพราะพื้นที่นั่งมีความเย็นมาก พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืน (แต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับบุรุษที่เข้าไปปิดทององค์เจดีย์เปิดถึงเวลา 22.00น.)พระธาตุอินทร์แขวนนี้ เป็นที่มาและแรงบันดาลใจของกวีซีไรส์ ปี พุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรม เรื่อง “เจ้าจันท์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน”
ที่พัก
โรงแรม : KYAIK HTO HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 2
อินทร์แขวน - เจดีย์ชเวมอว์ดอว์ - เจดีย์ไจ๊ปุ่น - พระนอนชเวตาเลียว - ย่างกุ้ง - เจดีย์โบตะทาวน์ - พระมหาเจดีย์ชเวดากอง - พระสุริยัน จันทรา
เช้าตรู่
เชิญท่านสักการะ พระธาตุอินทร์แขวน หรือถวายอาหารพระธาตุอินทร์แขวน ท่านจะพบกับบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น ทิวทัศน์งดงาม ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายภาพและชมทัศนียภาพรอบ ๆ พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมาการที่ก้อนหินสีทองวางหมิ่นเหม่บนหน้าผามานานนับพันปี โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปก็ดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผา ราวกับพระอินทร์นำไปแขวนไว้กลางอากาศนับเป็นอัศจรรย์เจดีย์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พัก
เก็บสัมภาระพร้อมออกเดินทางกลับสู่ หงสาวดี ตามเส้นทางเดิม โดยรถบรรทุก 6 ล้อ
นำท่านสักการะ พระเจดีย์ชเวมอดอว์ เจดีย์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์แห่งหงสาวดี และนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า คนไทยนิยมเรียกว่า “พระธาตุมุเตา” ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งครั้งก่อนเป็นสถานที่ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ก่อนออกศึกของบูรพกษัตริย์ ในสมัยโบราณกาล ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์มอญหรือพม่า รวมทั้งพระเจ้าบุเรงนองด้วย และเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระนางสุพรรณกัลยา ทรงประทับอยู่ในหงสาวดี ก็เคยเสด็จมานมัสการพระเจดีย์องค์นี้ ยังเคยผ่านการพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง ทำให้ปลียอดของเจดีย์องค์นี้หักพังลงมา แต่ด้วยความศรัทธาที่ชาวเมืองมีต่อเจดีย์องค์นี้ จึงได้ทำการสร้างเจดีย์ชเวมอดอว์ขึ้นมาใหม่ในปีพ.ศ.2497 ด้วยความสูงถึง 374 ฟุต (ตอนแรกที่สร้างสูง 70 ฟุต) นับเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า ส่วนปลียอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน ท่านจะได้นมัสการ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน พ.ศ. 1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาทต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงได้พบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 หลังพม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเลือกซื้อของฝาก อาทิ ไม้แกะสลัก ไม้จันทร์หอม ผ้าปักพื้นเมือง ผ้าพิมพ์เป็นรูปต่างๆ
จากนั้นนำท่านชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะแบบมอญ ประกอบ ด้วยพระสมณะโคดม (ทิศเหนือ), พระโกนาคม (ทิศใต้), พระกกุสันโธ (ทิศตะวันออก)และพระมหากัสสปะ (ทิศตะวันตก)สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ซึ่งมีพระพุทธรูปองค์หนึ่งได้เกิดพังทลายและได้มีการบูรณะใหม่ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะสวยงามแตกต่างไปจากองค์อื่นๆ
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (กุ้งแม่น้ำย่างคนละ 1 ตัว)
จากนั้นเดินทางกลับสู่ เมืองย่างกุ้ง
นำท่านนมัสการ เจดีย์โบตะทาวน์ ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1,000 นาย ได้สร้างเจดีย์โบตะทาวน์นี้และทรงนำพระธาตุ ไว้ 1 เส้น ก่อนที่จะนำไปบรรจุที่เจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด
สักการะขอพร พระพุธรูปทองเหลือง ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต
จากนั้นนำทุกท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ
สักการะ เทพกระซิบ อะมาดอว์เมี๊ยะ ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การบูชานั้นจะต้องกระซิบขอพรที่ข้างหูเบาๆ และ
จากนั้นนำท่านสักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า เป็นเจดีย์ทองคำที่งดงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูง 109 เมตร ประดับด้วยเพชร 544 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่น้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่าจะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบ ว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้างและซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก รอบๆฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ นับร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และยังเป็น 1ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า
คำไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
วันทามิ อุตตมะ ชมพู วระฐาเน สิงกุตตะเร มะโนลัมเม สัตตัง สะรัตนะ ปฐมัง กกุสันธัง สุวรรณะ ตันตัง ธาตุโย ธัสสะติ ทุติยัง โกนาคะมะนัง ธัมมะ การะนัง ธาตุโย ธัสสะติ ตติยัง กัสสปัง พุทธจีวะรัง ธาตุโย ธัสสะติ จตุกัง โคตะมัง อัตถะเกศา ธาตุโย ธัสสะติ อหัง วันทามิ ตุระโต อหัง วันทามิ ธาตุโย อหัง วันทามิ สัพพะทา อหัง วันทามิ สิระสา
ก่อนถึงจุดอธิษฐาน ขอพรพระมหาเจดีย์ชเวดากอง นำทุกท่านเข้าสักการะ พระสุริยัน จันทรา เป็นศาลเล็กๆ ลักษณะโดดเด่นที่จั่วหลังคามีรูปนกยูงและกระต่าย ชาวพม่ามากราบไหว้ขอพรเกี่ยวกับธุระกิจค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง แม้กระทั่งรายการดังรายการหนึ่งในเมืองไทยเคยมากราบไหว้ขอพร ยังยืนยันด้วยตนเองเลยว่า พระสุริยัน-จันทรา มีความศักดิ์สิทธิ์จริง เป็นอีกสถานที่ ที่ต้องไม่พลาด
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก
โรงแรม : BEST WESTERN GREEN HILL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 3
ย่างกุ้ง - พุกาม - นั่งรถม้าชมเมืองเก่า - จุดชมวิว - วัดอนันดา - วัดติโลมินโล - วัดสัพพัญญู - วิหารมนูหะ - วัดกุบยางกี - เจดีย์ชเวสิกอง - วิหารธรรมยังยี
เช้า
รับประทานอาหารเช้า แบบกล่อง
ออกเดินทางสู่ เมืองพุกาม โดยสายการบิน........ เที่ยวบินที่........
นำทุกท่านชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่โดเด่น เก่าแก่และงดงามที่สุดในพุกาม ณ วัดกุบยางกี สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ
สักการะ เจดีย์ชเวสิกอง ชเวสิกอง มีความหมายว่า “เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ” สร้างโดย พระเจ้าอโนรธา มหาราชองค์แรก ผู้รวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่น ทรงส่งราชสาส์นไปขอพระไตรปิฎก 30 คัมภีร์จากเมืองสะเทิมของพวกมอญ แต่พระเจ้ามอญพระนามว่ามนุหาไม่ทรงยินยอม เป็นเหตุให้พระเจ้าอโนรธา ยกกองทัพไปรบตีชนะเมืองมอญ ทรงอัญเชิญพระไตรปิฎกมายังเมืองพุกาม และได้กวาดต้อนชาวบ้านรวมทั้งกษัตริย์มอญให้มาเป็นเชลยศึกที่พุกาม เจดีย์ชเวสิกองสร้างแล้วเสร็จในรัชสมัยของพระเจ้าจันสิทธา เมื่อปี พ.ศ. 1656 ลักษณะของเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบมอญ ประดับลายงดงามด้วยเฟื่องอุบะและแถบคาดรอบองค์ระฆังที่เรียกว่า “รัดอก” แซมลวดลายประดับทั้งขอบล่างและขอบบน องค์เจดีย์หุ้มด้วยแผ่นทอง
นำท่านชม วิหารธรรมยังยี สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายได้เล่าต่อกันมา
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำทุกท่านชม วิหารมนูหะ หรือวิหารพระอึดอัด สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามนุหา กษัตริย์ของชาวมอญ เมื่อพระองค์ตกเป็นเชลยของพระเจ้าอโนรธา เมื่อครั้งที่เข้าตีเมืองสุธรรมวดี หรือเมืองสะเทิม แล้วกวาดต้อนผู้คนมาที่พุกาม พระเจ้ามนุหาและพระอัครมเหสีถูกคุมขังไว้ที่ มยินกาบา ทางใต้ของพุกามและ ณ ที่นั้น ในปี พ.ศ. 1602 พระเจ้าอโนรธาทรงมีพระราชานุญาติให้พระเจ้ามนุหา สร้างวัดมนุหาขึ้นเพื่อทรงใช้เป็นที่บำเพ็ญพระราชกุศล กษัตริย์มอญทรงระบายความรู้สึกอึดอัดคับแค้นใจในพระราชหฤทัยของพระองค์ ในระหว่างที่ทรงถูกคุมขังด้วยการให้สร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดใหญ่โตมากจนคับวิหาร ขนาบข้างด้วยพุทธสาวก และถูกเรียกขานว่า "พระอึดอัด" มาจนถึงทุกวันนี้
ชมวัดสัพพัญญู เป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในเมืองพุกามความสูงทั้งสิ้นประมาณ 61 เมตร สร้างขึ้นตามศิลปะแบบปาละของอินเดีย ก่อสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ.1687 โดย กษัตริย์อลองสิตธู ซึ่งเป็นทั้งวิหารและเจดีย์ ถือเป็นเจตีวิหารสองชั้นแห่งแรกในศิลปะพุกาม โดยปรากฏกการซ้อนกันของเรือนธาตุชั้นล่างกับชั้นบน ชั้นล่างเป็นแกนกลางขนาดใหญ่รับน้ำหนักเจตียวิหารในผังแบบครรถคฤหะ-มณฑปด้านบน เจดีย์วิหารสองชั้นนี้จะได้รับความนิยมต่อมาในศิลปะพุกามตอนปลาย โดยเจดีย์สำคัญที่ใช้เจดีย์สัพพัญญูเป็นต้นแบบ ได้แก่เจดีย์สูลามณีและเจดีย์ติโลมินโล
ถึงเมืองพุกาม ดินแดนแห่งเจดีย์หมื่นองค์ ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี ของกษัตริย์อนิรุทมหาราช แห่งอาณาจักรพุกาม สัมผัสแหล่งโบราณสถานและประวัติศาสตร์ของอาณาจักรพุกาม นำท่านนั่งรถม้า สัมผัสแหล่งโบราณสถานและประวัติศาสตร์ของอาณาจักรพุกาม เมืองทะเลเจดีย์ที่สวยงาม และหมู่บ้านเก่าแก่ของเมืองพุกามที่ยังคงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย นำทุกท่านชมพระอาทิตย์อัสดง ณ จุดชมวิว
ค่ำ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ที่พัก
โรงแรม : YI LINK HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 4
พุกาม - มัณฑะเลย์ - สะพานไม้อูเบ็ง - โรงทอผ้าลุนตยา - วัดกุโสดอ - เขามัณฑะเลย์ฮิลล์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
ออกเดินทางสู่ เมืองมัณฑะเลย์ โดยสายการบิน........ เที่ยวบินที่........
เดินทางถึง เมืองมัณฑะเลย์ จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง ชม สะพานไม้อูเบ็ง สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปีทอดข้าม ทะเลสาบคองตามัน สะพานสร้างจากไม้สักที่เหลือจากการรื้อพระราชวังเก่ากรุงอังวะ เมื่อครั้งย้ายเมืองหลวงจากอังวะ มายังอมรปุระ ชื่ออูเบ็งนั้นเป็นชื่อของขุนนางที่มีนามว่า “อูเบียน” ซึ่งพระเจ้าปดุงโปรดฯให้มาทำหน้าที่เป็นแม่กองงานสร้าง สะพานถูกใช้เป็นทางผ่านสำคัญสำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมเป็นช่วงที่น้ำในทะเลสาบมีระดับสูงสุด
นำทุกท่านชมโรงทอผ้าถุงลุนตยา เป็นสินค้าขายดีประจำเมือง ซึ่งสมัยก่อนตอนที่เมืองมัณฑะเลย์ เป็นราชธานีผ้าถุงลุนตยา เป็นผ้าถุงที่ผู้สูงศักดิ์เท่านั้นที่สามารถใส่ได้ และใช้สวมใส่เฉพาะคนในราชสำนักเท่านั้น ช่างทอก็เป็นช่างที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น โรงทอผ้าส่วนใหญ่ประกอบกิจการขนาดเล็ก ดูแลกันภายในครอบครัว ผ้าโสร่งหรือผ้าถุง ที่ทอจากฝ้าย ราคาผืนละ 300-1,500 บาท หรือประมาณ 9,000-46,000 จ๊าต ส่วนผ้าทอด้วยไหมระดับพรีเมียมนั้น บางผืนราคาเรือนหมื่นบาทก็มี ครอบครัวไหนที่มีฐานะมักนิยมซื้อไปใส่ในวันงานประเพณีสำคัญทางศาสนา
นำท่านชม วัดกุโสดอ พระเจ้ามินดงโปรดให้จัดการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้น ณ เมืองมัณฑะเลย์ ครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ หลังจากนั้นโปรดให้สลักพระไตรปิฎกลงบนแผ่นหินแล้วสร้างเจดีย์ทรงปราสาทสำหรับประดิษฐานแผ่นจารึกแต่ละแผ่น วัดกุโสดอจึงถือเป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่สุดในโลก ลักษณะทางศิลปกรรม วัดกุโสดอ ประกอบด้วยเจดีย์ประธานซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวสิกองเมืองพุกาม แวดล้อมไปด้วยเจดีย์ทรงปราสาทขนาดเล็กซึ่งประดิษฐานแผ่นจารึกพระไตรปิฎก เจดีย์เหล่านี้มีการแบ่งกลุ่มตามหมวดของพระไตรปิฎกตั้งแต่พระวินัย พระสูตรและพระอภิธรรม
เดินทางถึงมัณฑะเลย์ นำทุกท่านชมวิวของเมืองมัณฑะเลย์ ณ เขามัณฑะเลย์ฮิลล์ ตั้งอยู่ทาง ตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง เขาลูกนี้สูง 240 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่บนยอดเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง ทุกท่านจะได้ชมพระอาทิตย์อัสดงอันงดงาม อีกแห่งหนึ่งของพม่า
ค่ำ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ที่พัก
โรงแรม : SU TINE SAN HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 5
ร่วมพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี - ล่องเรือแม่น้ำอิรวดี - มิงกุน - ระฆังยักษ์มิงกุน - เจดีย์พญาเธียรดาน - พระราชวังมัณฑะเลย์ - พระตำหนักไม้สักชเวนันดอว์ - เชียงใหม่
เช้าตรู่
นำท่านร่วมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมล้าง พระพักตร์พระมหามัยมุนี ซึ่งถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาด ใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่าโดยรอบๆระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 *รับผ้าเช็ดพระพักตร์ ในพิธีล้างพระ ท่านละ 1 ผืน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
ออกเดินทางสู่ ท่าเรือริมแม่น้ำอิรวดี นำทุกท่านล่องเรือข้ามฟาก สู่ ราชธานีเก่าของพระเจ้าปดุง เมืองมิงกุน
จากนั้น ชมมหาเจดีย์ยักษ์ มิงกุน ถึงท่าเรือนั่งรถชมซากเจดีย์ขนาดใหญ่ ร่องรอยแห่งความทะเยอทยานของพระเจ้าปดุง ที่ใช้แรงงานทาส และนักโทษนับพันคนในการก่อสร้าง โดยตั้งพระทัยว่าจะสร้างให้สูงใหญ่กว่าพระปฐมเจดีย์แห่งสยาม และให้พระองค์สามารถทอดพระเนตร ได้จากเมืองอังวะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำอิรวดี แต่ด้วยงบประมาณที่บานปลาย ประกอบกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน จำทำให้การก่อสร้างล่าช้า และในที่สุดพระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ในปี พ.ศ. 2363 หลังพ่ายแพ้ไทยในสงคราม 9 ทัพ เจดีย์องค์นี้ จึงสร้างได้แค่ฐาน หลังจากนั้นองค์เจดีย์ก็ถูกทิ้งร้างเรื่อยมา แต่เพียงฐานก็นับว่าใหญ่โตมาก หากสร้างเสร็จจะมีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในโลก
นำทุกท่านชม ระฆังยักษ์มิงกุน สร้างเมื่อ พ.ศ.2351 โดยพระเจ้าปดุง สร้างถวายแด่เจดีย์มิงกุน มีน้ำหนัก 90 ตัน สูง 4 เมตร ปากระฆังกว้าง 5 เมตร ในอดีตระฆังองค์นี้ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากระฆังแห่งพระราชวังแครมลิน ในกรุงมอสโคว ประเทศรัสเซีย แต่ระฆังเครมลินแตกไปแล้ว
หลังจากนั้นชมเจดีย์สีขาวบริสุทธิ์ ที่สร้างบนฐาน 7 ชั้น รูปเกลียวคลื่นงดงาม เจดีย์พญาเธียรดาน สร้างขึ้นเมืองปี พ.ศ. 2329 เพื่อให้เปรียบเสมือนเจดีย์จุฬามณี ที่ตั้งอยู่เหนือเขาพระสุเมรุ ตามความเชื่อในไตรภูมิพุทธศาสนาที่ว่า คือแกนกลางจักรวาล ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยสัตตบริพันธ์ และมหานทีสีทันดรทั้ง 7 ชั้น พระเจดีย์แห่งนี้ยังถูกสร้างให้เป็นสักขีพยานรักของราชนิกุลอังวะ โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่มีต่อพระมเหสีชินพิวเม ที่สิ้นพระชนม์ไปก่อนที่พระเจ้าบากะยีดอว์จะขึ้นครองราชย์ แม้จะไม่ใช่หินอ่อนเหมือนทัชมาฮาล แต่ก็ได้รับสมญานามว่า ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังมัณฑะเลย์ พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงาม ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่า ด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่น พระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้ เผาราบเป็นหน้ากลอง หลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูน้ำรอบพระราชวัง ที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ ปัจจุบันพระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของ พระราชวังของเก่าขึ้นมา
นำท่านชม พระตำหนักไม้สักชเวนันดอว์ พระตำหนักนี้สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะ สลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา,บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติ และทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อ เป็นพระตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกพระตำหนักนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาว มัณฑะเลย์อย่างแท้จริง
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานมัณฑะเลย์
18.00 น.
ออกเดินทางกลับเชียงใหม่ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG726 (บริการอาหาร พร้อมเครื่องดื่มบนเครื่อง)
19.55 น.
คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

เงื่อนไข

หมายเหตุ : สำหรับผู้เดินทางที่อายุไม่ถึง 18 ปี และไม่ได้เดินทางกับบิดา มารดา ต้องมีจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศจากบิดาหรือมารดาแนบมาด้วย

เงื่อนไขการให้บริการ :
1.บริษัทฯสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหายไม่ว่ากรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของไทยไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง
2.บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทาง บริษัทฯไม่สามารถควบคุมได้เช่นการนัดหยุดงาน,จลาจล,การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน
3.บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า (โปรแกรมและรายละเอียดของการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะอากาศ และเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงผลประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสำคัญ)
4.บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
5.กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน10ท่านทางบริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทางโดยทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าอย่างน้อย7 วันก่อนการเดินทาง
6.เมื่อท่านทำการซื้อโปรแกรมทัวร์ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านรับทราบและยอมรับเงื่อนไขของหมายเหตุทุกข้อแล้ว
7.ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะไม่ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
8.บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพระสงฆ์เดินทางท่องเที่ยวเพียงลำพังโดยไม่มีฆราวาสติดตามไปด้วย

เงื่อนไขการจอง :
1.ชำระเงินมัดจำท่านละ 10,000 บาท ภายใน 48 ชั่วโมงหลังการจอง โดยโอนเข้าบัญชีและส่งหลักฐานการโอนเงินให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเส้นทาง ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับ เงินมัดจำแล้วเท่านั้น
2.ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน
3.หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง
4.หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
5.หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

การชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทางบริษัทฯจะเรียกเก็บก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วันท่านควรจัดเตรียมค่าทัวร์ให้เรียบร้อยก่อนกำหนดเนื่องจากทางบริษัทต้องสำรองค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินมิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

กรณียกเลิกการเดินทาง :
1.แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง 45 วัน คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
2.แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง 21-44 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 10,000 บาท
3.แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 20 วันก่อนเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
4.สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการยกเลิกการเดินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
5.บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ (10ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
6.กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรองบริษัทฯจะพิจารณาเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าห้อง ค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกิดขึ้นตามจริง ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้
7.กรณีที่ท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว และทางบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องคืนค่าทัวร์หรือมัดจำให้กับลูกค้า (ตามเงื่อนไข ข้อ1-ข้อ3) ทั้งนี้ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้ว กับท่านเป็นกรณีไป (อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางต่างประเทศ เช่น โรงแรม ฯลฯ ไปแล้ว) โดยใช้เวลาดำเนินการในการคืนเงิน 7-14 วัน ทำการ นับจากวันที่ได้รับเรื่อง
8.กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
9.กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่า หรือไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
10.กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็ตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่นั่งบนเครื่องบิน :
1.ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกัน หากต้องการเคลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบิน และบริษัททัวร์เรียกเก็บและการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณียกเลิกการเดินทาง และได้ดำเนินการ ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว (กรณีตั๋ว REFUNDได้) ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น
2.ทางบริษัทได้สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว หากท่านยกเลิกทัวร์ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์การเรียกเก็บค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท แล้วแต่สายการบินและช่วงเวลาเดินทาง
3.หากตั๋วเครื่องบินทำการออกแล้ว แต่ท่านไม่สารถออกเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และรอ Refund จากทางสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
4.นั่งที่ Long Leg โดยปกติอยู่บริเวณทางออกประตูฉุกเฉิน และผู้ที่จะนั่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สายการบิน กำหนด เช่น ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เครื่องบินมีปัญหา เช่น สามารถเปิดประตูฉุกเฉินได้ (น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม) ไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและร่างกาย และอำนาจในการให้ที่นั่ง Long leg ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่เช็คอินสายการบิน ตอนเวลาที่เช็คอินเท่านั้น

เอกสารการขอวีซ่าพม่า (สำหรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ไม่ได้รับการยกเว้น)
โปรดส่งเอกสารก่อนการเดินทางอย่างน้อย 10 วันทำการ
1.หนังสือเดินทาง (Passport)
-ต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทาง
-หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 4 หน้า
2.รูปถ่าย
-รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด2 นิ้ว จำนวน 3 ใบ (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน , สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้)และกรุณาเขียนเบอร์ติดต่อ-อาชีพไว้ด้านหลังรูป
3.ใบตรวจคนเข้าเมืองขาออกจากประเทศไทย
-พาสสปอร์ตต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องมีใบตรวจคนเข้าออกเมืองของไทยที่มีตราประทับให้แนบมาในเล่มพาสปอร์ตด้วย
**ในกรณีที่มีพาสปอร์ตเล่มเก่าและซอง(ปก)ไม่ต้องแนบมาเพื่อป้องกันการสูญหาย หากแนบมาแล้วเกิดการสูญหายทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบในทุกกรณี **

ข้อความซึ่งถือเป็นสาระสำหรับท่านผู้มีเกียรติซึ่งร่วมเดินทาง
ทางบริษัทฯ เป็นตัวแทนในการจัดนำสัมมนา และการเดินทางที่มีความชำนาญ โดยจัดหาโรงแรมที่พัก อาหาร ยานพาหนะ และสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมทั้งการสัมมนา ดูงาน เพื่อความสะดวกสบาย และเกิดประโยชน์สูงสุดในการเดินทาง ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบในอุบัติเหตุหรือความเสียหายที่เกิดจากโรงแรมที่พัก ยานพาหนะ, อันเนื่องจากอุบัติเหตุรวมถึงภัยธรรมชาติ, โจรกรรม, วินาศกรรม, อัคคีภัย, การผละงาน, การจลาจล, สงครามการเมือง, การผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ, การนัดหยุดงาน, ความล่าช้าของเที่ยวบิน, สายการเดินเรือ, รถไฟ, พาหนะท้องถิ่น, ตลอดจนการถูกปฏิเสธออกวีซ่าจากกงสุล และ / หรือ ส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับสถานเอกอัครราชทูต รวมถึงผู้มีอำนาจทำการแทนประจำประเทศไทย (โดยไม่จำต้องแสดงเหตุผล เนื่องจากเป็นสิทธิพิเศษทางการทูต) ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ หมายรวมถึงในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวทั้งใน หรือ ต่างประเทศ แต่ทางบริษัทฯ มีความคุ้มครอง และประกันอุบัติเหตุ ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ ที่รับประกันในกรณีที่ผู้ร่วมเดินทางถูกปฏิเสธโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย และ/หรือ ต่างประเทศ มิให้เดินทางออก หรือ เข้าประเทศ เนื่องมาจากความประพฤติ พฤติกรรมของผู้เดินทาง ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการความคุมโรคติดต่อเฉพาะพื้นที่มีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อการเดินทาง รวมถึงมีสิ่งผิดกฎหมาย บริษัทฯ จะไม่คืนค่าใช้จ่ายใดๆ รายละเอียดด้านการเดินทาง อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความจำเป็น หรือเพื่อความเหมาะสมทั้งปวง โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้การขอสงวนสิทธิดังกล่าว บริษัท จะยึดถือและคำนึงถึงผลประโยชน์ตลอดจนความปลอดภัยของท่านผู้มีเกียรติ ซึ่งร่วมเดินทางเป็นสำคัญ


อัตรานี้รวม

1.ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นนักท่องเที่ยว ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไป-กลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อจะต้องไม่เกินจำนวนวัน, จำนวนคนและมีค่าใช้จ่ายตามที่ทางสายการบินกำหนด)
2.ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3.ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางท่านละไม่เกิน 20 กก.
4.ค่าอาหารบนเครื่อง ทั้งไปและกลับ
5.ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง
6.ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
7.ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
8.ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
9.ค่ารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
10.รวมค่ากระเช้าขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
11.ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมค่าทิป)
12.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3%
13.ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ค่า รักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 200,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
** กรณีที่ต้องการซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ **
14.เบี้ยประกันเริ่มต้น 370 บาท [ระยะเวลา 5-7 วัน]
15.เบี้ยประกันเริ่มต้น 430 บาท [ระยะเวลา 8-10 วัน]
16.ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุมากกว่า 16 หรือน้อยกว่า 75 ปี
17.[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, รักษาต่อเนื่อง 2 แสน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 3 ล้านบาท]
18.ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุน้อยกว่า 16 หรือมากกว่า 75 ปี
19.[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, รักษาต่อเนื่อง 2 แสน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]


อัตรานี้ไม่รวม

1.ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT)
2.ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิเช่นค่าอาหาร, ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ(มินิบาร์, น้ำดื่ม, บุหรี่, เหล้า, เบียร์ ฯลฯ), ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่ากำหนด, ค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทางเป็นต้น
3.ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศพม่าสำหรับหนังสือเดินทางต่างชาติและผู้ถือเอกสารต่างด้าวต้องยื่นวีซ่าเข้าประเทศพม่ามีค่าธรรมเนียม 1,600 บาทต่อท่าน และค่าบริการยื่นวีซ่า 500 บาทต่อท่าน ใช้ระยะเวลาในการยื่นวีซ่า 5-7 วันทำการ ยกเว้น หนังสือเดินทางไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ไม่ต้องยื่นวีซ่า
4.ค่าห้องพักเดี่ยวตามอัตราที่ระบุไว้ข้างต้น
5.ค่านำกล้องถ่ายรูป และกล้องวีดีโอเข้าวัด
6.ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
7.ค่าเด็กหาบกระเป๋าระหว่างนั่งรถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
8.ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
9.ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและทิปพนักงานขับรถ ส่วนกรุ๊ปวันเดินทางอื่นๆ 600 บาท/ท่าน/ทริป
10.ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ (ตามความพึงพอใจในการบริการ)


(ปิดการขาย) MMG1055 บินตรงเชียงใหม่ ไหว้สา 5 มหาบูชาสถาน ย่างกุ้ง หงสาวดี พระธาตุอินทร์แขวน พุกาม มัณฑะเลย์ มิงกุน (นั่งเครื่องภายใน) 5วัน 4คืน โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
บินตรงเชียงใหม่ ไหว้สา 5 มหาบูชาสถาน  ย่างกุ้ง หงสาวดี พระธาตุอินทร์แขวน พุกาม มัณฑะเลย์ มิงกุน (นั่งเครื่องภายใน) 5วัน 4คืน โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์
เริ่มต้น: ช่วง - 43 (0 ช่วง)
0 บ.
• สักการะพระธาตอินทร์แขวน ชมวิวแบบพาโนรามา (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) • สักการะเจดีย์ชเวมอดอว์ ณ เมืองหงสาวดี (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) • สักการะเจดีย์ชเวดากอง ณ เมืองย่างกุ้ง (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) • สักการะเจดีย์ชเวสิกอง (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) • ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ ล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) • สักการะพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว • ขอพรธุระกิจค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง พระสุริยัน-จันทรา • ขอพรเทพทันใจและเทพกระซิบ ที่เจดีย์โบตะทาวน์ • ชมความงดงามของพระตำหนักไม้สักทอง แห่งเดียวในพม่า ที่พระตำหนักชเวนันดอว์ • ล่องเรือข้ามแม่น้ำอิรวดี ชมมหาเจดีย์ยักษ์ มิงกุน • พิเศษสุดถึงขีดสุด!! นั่งรถม้าชมโบราณเมืองพุกาม • นั่งกระเช้า สู่ พระธาตอินทร์แขวน ยอดเขาไจก์ทีโย ชมวิวแบบพาโนรามา • รับเทพทันใจ ท่านละ 1 องค์ , รับผ้าเช็ดพระพักตร์ พระมหามัยมุนี ท่านละ 1 ผืน • พักโรงแรมดี 4 ดาว , อาหารดี

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: เชียงใหม่ - ย่างกุ้ง - หงสาวดี - พระราชวังบุเรงนอง - พระธาตุอินทร์แขวน
วันที่ 2: อินทร์แขวน - เจดีย์ชเวมอว์ดอว์ - เจดีย์ไจ๊ปุ่น - พระนอนชเวตาเลียว - ย่างกุ้ง - เจดีย์โบตะทาวน์ - พระมหาเจดีย์ชเวดากอง - พระสุริยัน จันทรา
วันที่ 3: ย่างกุ้ง - พุกาม - นั่งรถม้าชมเมืองเก่า - จุดชมวิว - วัดอนันดา - วัดติโลมินโล - วัดสัพพัญญู - วิหารมนูหะ - วัดกุบยางกี - เจดีย์ชเวสิกอง - วิหารธรรมยังยี
วันที่ 4: พุกาม - มัณฑะเลย์ - สะพานไม้อูเบ็ง - โรงทอผ้าลุนตยา - วัดกุโสดอ - เขามัณฑะเลย์ฮิลล์
วันที่ 5: ร่วมพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี - ล่องเรือแม่น้ำอิรวดี - มิงกุน - ระฆังยักษ์มิงกุน - เจดีย์พญาเธียรดาน - พระราชวังมัณฑะเลย์ - พระตำหนักไม้สักชเวนันดอว์ - เชียงใหม่

มีการเข้าชมทั้งหมด: 3,984 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 1 คน          

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 43)

ตารางบิน
Bangkok Airways (PG)
(ขาไป)
11:40 - 12:35 CNX - RGN PG723
Bangkok Airways (PG)
(ขากลับ)
18:00 - 19:55 MDL - CNX PG726

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

 
วันที่ 1
เชียงใหม่ - ย่างกุ้ง - หงสาวดี - พระราชวังบุเรงนอง - พระธาตุอินทร์แขวน
10.00 น.
พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น1 เคาน์เตอร์สายการบินบางกอกแอร์เวย์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับอำนวยความสะดวกจัดเตรียมเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน
12.05 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง โดยสายการบินกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG723 (มีบริการอาหารและน้ำดื่มบนเครื่อง)
12.55 น.
เดินทางถึง ท่าอากาศยานมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
บ่าย
เดินทางถึง เมืองหงสาดี นำทุกท่านชม พระราชวังบุเรงนอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ปี พ.ศ. 2142 ในสมัยพระเจ้านันทบุเรง ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกัน มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ในดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่ โดยถอดแบบจากของเดิม
นำท่านออกเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (เชิงเขาไจ้ก์โถ่) โดยรถบรรทุก 6 ล้อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างทางท่านจะเห็นแม่น้ำสะโตง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความสัมพันธ์กับพระนเรศวรมหาราช พระองค์สามารถยิงพระแสงปืนข้ามแม่น้ำที่กว้างใหญ่นี้ไปต้องแม่ทัพพม่าจนได้รับชัยชนะ ถึงคิมปูนแค้มป์ หยุดพักเปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุกหกล้อขึ้นบนภูเขาไจ้ก์โถ่
จนถึงสถานีกระเช้าไฟฟ้า นำทุกท่าน นั่งกระเช้า ขึ้นสู่พระธาตุอินทร์แขวนเพื่อให้ลูกค้าได้ชมทัศนียภาพความสวยงามจากมุมสูงแบบพาโนรามา ใช้เวลาประมาณ 10 นาที (รวมค่ากระเช้าขาขึ้นแล้ว) **หมายเหตุ ในกรณีกระเช้าปิดหรือสภาวะอากาศ รวมถึงเหตุสุดวิสัยต่างๆ ที่ไม่สามารถควบคุมและคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ทางบริษัทฯจะเปลี่ยนเป็นขึ้นรถบรรทุกแทนโดยสงวนสิทธิ์การคืนเงินทุกกรณี**
ถึงปลายทางของสถานี นำทุกท่านเดินเท้าประมาณ 10 นาที ไปยังพระธาตุ เชิญชมทัศนียภาพงดงาม ตื่นตาตื่นใจกับ พระธาตุอินทร์แขวน (ซึ่งอยู่ใกล้ที่พักมากใช้เวลาเดินเพียง 10 นาที) พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้โท อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า อยู่บนยอดเขา เหนือระดับน้ำทะเล 3,615 ฟุต มีลักษณะเด่นเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมา นับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักการะครั้งหนึ่งในชีวิต
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเย็นเชิญท่านไปสักการะพระธาตุ ตามอัธยาศัย นมัสการ เทพทันใจพระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งเป็น นักพรตที่มีความศักดิ์สิทธ์อีกแห่งหนึ่ง ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน ถ้าจะสักการะกลางแจ้งเป็นเวลานานบริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ้โท ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หรือกันลม หรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเพราะพื้นที่นั่งมีความเย็นมาก พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืน (แต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับบุรุษที่เข้าไปปิดทององค์เจดีย์เปิดถึงเวลา 22.00น.)พระธาตุอินทร์แขวนนี้ เป็นที่มาและแรงบันดาลใจของกวีซีไรส์ ปี พุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรม เรื่อง “เจ้าจันท์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน”
ที่พัก
โรงแรม : KYAIK HTO HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 2
อินทร์แขวน - เจดีย์ชเวมอว์ดอว์ - เจดีย์ไจ๊ปุ่น - พระนอนชเวตาเลียว - ย่างกุ้ง - เจดีย์โบตะทาวน์ - พระมหาเจดีย์ชเวดากอง - พระสุริยัน จันทรา
เช้าตรู่
เชิญท่านสักการะ พระธาตุอินทร์แขวน หรือถวายอาหารพระธาตุอินทร์แขวน ท่านจะพบกับบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น ทิวทัศน์งดงาม ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายภาพและชมทัศนียภาพรอบ ๆ พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมาการที่ก้อนหินสีทองวางหมิ่นเหม่บนหน้าผามานานนับพันปี โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปก็ดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผา ราวกับพระอินทร์นำไปแขวนไว้กลางอากาศนับเป็นอัศจรรย์เจดีย์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พัก
เก็บสัมภาระพร้อมออกเดินทางกลับสู่ หงสาวดี ตามเส้นทางเดิม โดยรถบรรทุก 6 ล้อ
นำท่านสักการะ พระเจดีย์ชเวมอดอว์ เจดีย์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์แห่งหงสาวดี และนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า คนไทยนิยมเรียกว่า “พระธาตุมุเตา” ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งครั้งก่อนเป็นสถานที่ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ก่อนออกศึกของบูรพกษัตริย์ ในสมัยโบราณกาล ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์มอญหรือพม่า รวมทั้งพระเจ้าบุเรงนองด้วย และเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระนางสุพรรณกัลยา ทรงประทับอยู่ในหงสาวดี ก็เคยเสด็จมานมัสการพระเจดีย์องค์นี้ ยังเคยผ่านการพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง ทำให้ปลียอดของเจดีย์องค์นี้หักพังลงมา แต่ด้วยความศรัทธาที่ชาวเมืองมีต่อเจดีย์องค์นี้ จึงได้ทำการสร้างเจดีย์ชเวมอดอว์ขึ้นมาใหม่ในปีพ.ศ.2497 ด้วยความสูงถึง 374 ฟุต (ตอนแรกที่สร้างสูง 70 ฟุต) นับเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า ส่วนปลียอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน ท่านจะได้นมัสการ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน พ.ศ. 1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาทต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงได้พบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 หลังพม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเลือกซื้อของฝาก อาทิ ไม้แกะสลัก ไม้จันทร์หอม ผ้าปักพื้นเมือง ผ้าพิมพ์เป็นรูปต่างๆ
จากนั้นนำท่านชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะแบบมอญ ประกอบ ด้วยพระสมณะโคดม (ทิศเหนือ), พระโกนาคม (ทิศใต้), พระกกุสันโธ (ทิศตะวันออก)และพระมหากัสสปะ (ทิศตะวันตก)สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ซึ่งมีพระพุทธรูปองค์หนึ่งได้เกิดพังทลายและได้มีการบูรณะใหม่ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะสวยงามแตกต่างไปจากองค์อื่นๆ
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (กุ้งแม่น้ำย่างคนละ 1 ตัว)
จากนั้นเดินทางกลับสู่ เมืองย่างกุ้ง
นำท่านนมัสการ เจดีย์โบตะทาวน์ ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1,000 นาย ได้สร้างเจดีย์โบตะทาวน์นี้และทรงนำพระธาตุ ไว้ 1 เส้น ก่อนที่จะนำไปบรรจุที่เจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด
สักการะขอพร พระพุธรูปทองเหลือง ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต
จากนั้นนำทุกท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ
สักการะ เทพกระซิบ อะมาดอว์เมี๊ยะ ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การบูชานั้นจะต้องกระซิบขอพรที่ข้างหูเบาๆ และ
จากนั้นนำท่านสักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า เป็นเจดีย์ทองคำที่งดงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูง 109 เมตร ประดับด้วยเพชร 544 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่น้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่าจะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบ ว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้างและซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก รอบๆฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ นับร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และยังเป็น 1ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า
คำไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
วันทามิ อุตตมะ ชมพู วระฐาเน สิงกุตตะเร มะโนลัมเม สัตตัง สะรัตนะ ปฐมัง กกุสันธัง สุวรรณะ ตันตัง ธาตุโย ธัสสะติ ทุติยัง โกนาคะมะนัง ธัมมะ การะนัง ธาตุโย ธัสสะติ ตติยัง กัสสปัง พุทธจีวะรัง ธาตุโย ธัสสะติ จตุกัง โคตะมัง อัตถะเกศา ธาตุโย ธัสสะติ อหัง วันทามิ ตุระโต อหัง วันทามิ ธาตุโย อหัง วันทามิ สัพพะทา อหัง วันทามิ สิระสา
ก่อนถึงจุดอธิษฐาน ขอพรพระมหาเจดีย์ชเวดากอง นำทุกท่านเข้าสักการะ พระสุริยัน จันทรา เป็นศาลเล็กๆ ลักษณะโดดเด่นที่จั่วหลังคามีรูปนกยูงและกระต่าย ชาวพม่ามากราบไหว้ขอพรเกี่ยวกับธุระกิจค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง แม้กระทั่งรายการดังรายการหนึ่งในเมืองไทยเคยมากราบไหว้ขอพร ยังยืนยันด้วยตนเองเลยว่า พระสุริยัน-จันทรา มีความศักดิ์สิทธิ์จริง เป็นอีกสถานที่ ที่ต้องไม่พลาด
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก
โรงแรม : BEST WESTERN GREEN HILL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 3
ย่างกุ้ง - พุกาม - นั่งรถม้าชมเมืองเก่า - จุดชมวิว - วัดอนันดา - วัดติโลมินโล - วัดสัพพัญญู - วิหารมนูหะ - วัดกุบยางกี - เจดีย์ชเวสิกอง - วิหารธรรมยังยี
เช้า
รับประทานอาหารเช้า แบบกล่อง
ออกเดินทางสู่ เมืองพุกาม โดยสายการบิน........ เที่ยวบินที่........
นำทุกท่านชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่โดเด่น เก่าแก่และงดงามที่สุดในพุกาม ณ วัดกุบยางกี สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ
สักการะ เจดีย์ชเวสิกอง ชเวสิกอง มีความหมายว่า “เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ” สร้างโดย พระเจ้าอโนรธา มหาราชองค์แรก ผู้รวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่น ทรงส่งราชสาส์นไปขอพระไตรปิฎก 30 คัมภีร์จากเมืองสะเทิมของพวกมอญ แต่พระเจ้ามอญพระนามว่ามนุหาไม่ทรงยินยอม เป็นเหตุให้พระเจ้าอโนรธา ยกกองทัพไปรบตีชนะเมืองมอญ ทรงอัญเชิญพระไตรปิฎกมายังเมืองพุกาม และได้กวาดต้อนชาวบ้านรวมทั้งกษัตริย์มอญให้มาเป็นเชลยศึกที่พุกาม เจดีย์ชเวสิกองสร้างแล้วเสร็จในรัชสมัยของพระเจ้าจันสิทธา เมื่อปี พ.ศ. 1656 ลักษณะของเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบมอญ ประดับลายงดงามด้วยเฟื่องอุบะและแถบคาดรอบองค์ระฆังที่เรียกว่า “รัดอก” แซมลวดลายประดับทั้งขอบล่างและขอบบน องค์เจดีย์หุ้มด้วยแผ่นทอง
นำท่านชม วิหารธรรมยังยี สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายได้เล่าต่อกันมา
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำทุกท่านชม วิหารมนูหะ หรือวิหารพระอึดอัด สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามนุหา กษัตริย์ของชาวมอญ เมื่อพระองค์ตกเป็นเชลยของพระเจ้าอโนรธา เมื่อครั้งที่เข้าตีเมืองสุธรรมวดี หรือเมืองสะเทิม แล้วกวาดต้อนผู้คนมาที่พุกาม พระเจ้ามนุหาและพระอัครมเหสีถูกคุมขังไว้ที่ มยินกาบา ทางใต้ของพุกามและ ณ ที่นั้น ในปี พ.ศ. 1602 พระเจ้าอโนรธาทรงมีพระราชานุญาติให้พระเจ้ามนุหา สร้างวัดมนุหาขึ้นเพื่อทรงใช้เป็นที่บำเพ็ญพระราชกุศล กษัตริย์มอญทรงระบายความรู้สึกอึดอัดคับแค้นใจในพระราชหฤทัยของพระองค์ ในระหว่างที่ทรงถูกคุมขังด้วยการให้สร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดใหญ่โตมากจนคับวิหาร ขนาบข้างด้วยพุทธสาวก และถูกเรียกขานว่า "พระอึดอัด" มาจนถึงทุกวันนี้
ชมวัดสัพพัญญู เป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในเมืองพุกามความสูงทั้งสิ้นประมาณ 61 เมตร สร้างขึ้นตามศิลปะแบบปาละของอินเดีย ก่อสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ.1687 โดย กษัตริย์อลองสิตธู ซึ่งเป็นทั้งวิหารและเจดีย์ ถือเป็นเจตีวิหารสองชั้นแห่งแรกในศิลปะพุกาม โดยปรากฏกการซ้อนกันของเรือนธาตุชั้นล่างกับชั้นบน ชั้นล่างเป็นแกนกลางขนาดใหญ่รับน้ำหนักเจตียวิหารในผังแบบครรถคฤหะ-มณฑปด้านบน เจดีย์วิหารสองชั้นนี้จะได้รับความนิยมต่อมาในศิลปะพุกามตอนปลาย โดยเจดีย์สำคัญที่ใช้เจดีย์สัพพัญญูเป็นต้นแบบ ได้แก่เจดีย์สูลามณีและเจดีย์ติโลมินโล
ถึงเมืองพุกาม ดินแดนแห่งเจดีย์หมื่นองค์ ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี ของกษัตริย์อนิรุทมหาราช แห่งอาณาจักรพุกาม สัมผัสแหล่งโบราณสถานและประวัติศาสตร์ของอาณาจักรพุกาม นำท่านนั่งรถม้า สัมผัสแหล่งโบราณสถานและประวัติศาสตร์ของอาณาจักรพุกาม เมืองทะเลเจดีย์ที่สวยงาม และหมู่บ้านเก่าแก่ของเมืองพุกามที่ยังคงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย นำทุกท่านชมพระอาทิตย์อัสดง ณ จุดชมวิว
ค่ำ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ที่พัก
โรงแรม : YI LINK HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 4
พุกาม - มัณฑะเลย์ - สะพานไม้อูเบ็ง - โรงทอผ้าลุนตยา - วัดกุโสดอ - เขามัณฑะเลย์ฮิลล์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
ออกเดินทางสู่ เมืองมัณฑะเลย์ โดยสายการบิน........ เที่ยวบินที่........
เดินทางถึง เมืองมัณฑะเลย์ จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง ชม สะพานไม้อูเบ็ง สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปีทอดข้าม ทะเลสาบคองตามัน สะพานสร้างจากไม้สักที่เหลือจากการรื้อพระราชวังเก่ากรุงอังวะ เมื่อครั้งย้ายเมืองหลวงจากอังวะ มายังอมรปุระ ชื่ออูเบ็งนั้นเป็นชื่อของขุนนางที่มีนามว่า “อูเบียน” ซึ่งพระเจ้าปดุงโปรดฯให้มาทำหน้าที่เป็นแม่กองงานสร้าง สะพานถูกใช้เป็นทางผ่านสำคัญสำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมเป็นช่วงที่น้ำในทะเลสาบมีระดับสูงสุด
นำทุกท่านชมโรงทอผ้าถุงลุนตยา เป็นสินค้าขายดีประจำเมือง ซึ่งสมัยก่อนตอนที่เมืองมัณฑะเลย์ เป็นราชธานีผ้าถุงลุนตยา เป็นผ้าถุงที่ผู้สูงศักดิ์เท่านั้นที่สามารถใส่ได้ และใช้สวมใส่เฉพาะคนในราชสำนักเท่านั้น ช่างทอก็เป็นช่างที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น โรงทอผ้าส่วนใหญ่ประกอบกิจการขนาดเล็ก ดูแลกันภายในครอบครัว ผ้าโสร่งหรือผ้าถุง ที่ทอจากฝ้าย ราคาผืนละ 300-1,500 บาท หรือประมาณ 9,000-46,000 จ๊าต ส่วนผ้าทอด้วยไหมระดับพรีเมียมนั้น บางผืนราคาเรือนหมื่นบาทก็มี ครอบครัวไหนที่มีฐานะมักนิยมซื้อไปใส่ในวันงานประเพณีสำคัญทางศาสนา
นำท่านชม วัดกุโสดอ พระเจ้ามินดงโปรดให้จัดการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้น ณ เมืองมัณฑะเลย์ ครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ หลังจากนั้นโปรดให้สลักพระไตรปิฎกลงบนแผ่นหินแล้วสร้างเจดีย์ทรงปราสาทสำหรับประดิษฐานแผ่นจารึกแต่ละแผ่น วัดกุโสดอจึงถือเป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่สุดในโลก ลักษณะทางศิลปกรรม วัดกุโสดอ ประกอบด้วยเจดีย์ประธานซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวสิกองเมืองพุกาม แวดล้อมไปด้วยเจดีย์ทรงปราสาทขนาดเล็กซึ่งประดิษฐานแผ่นจารึกพระไตรปิฎก เจดีย์เหล่านี้มีการแบ่งกลุ่มตามหมวดของพระไตรปิฎกตั้งแต่พระวินัย พระสูตรและพระอภิธรรม
เดินทางถึงมัณฑะเลย์ นำทุกท่านชมวิวของเมืองมัณฑะเลย์ ณ เขามัณฑะเลย์ฮิลล์ ตั้งอยู่ทาง ตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง เขาลูกนี้สูง 240 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่บนยอดเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง ทุกท่านจะได้ชมพระอาทิตย์อัสดงอันงดงาม อีกแห่งหนึ่งของพม่า
ค่ำ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ที่พัก
โรงแรม : SU TINE SAN HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 5
ร่วมพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี - ล่องเรือแม่น้ำอิรวดี - มิงกุน - ระฆังยักษ์มิงกุน - เจดีย์พญาเธียรดาน - พระราชวังมัณฑะเลย์ - พระตำหนักไม้สักชเวนันดอว์ - เชียงใหม่
เช้าตรู่
นำท่านร่วมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมล้าง พระพักตร์พระมหามัยมุนี ซึ่งถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาด ใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่าโดยรอบๆระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 *รับผ้าเช็ดพระพักตร์ ในพิธีล้างพระ ท่านละ 1 ผืน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
ออกเดินทางสู่ ท่าเรือริมแม่น้ำอิรวดี นำทุกท่านล่องเรือข้ามฟาก สู่ ราชธานีเก่าของพระเจ้าปดุง เมืองมิงกุน
จากนั้น ชมมหาเจดีย์ยักษ์ มิงกุน ถึงท่าเรือนั่งรถชมซากเจดีย์ขนาดใหญ่ ร่องรอยแห่งความทะเยอทยานของพระเจ้าปดุง ที่ใช้แรงงานทาส และนักโทษนับพันคนในการก่อสร้าง โดยตั้งพระทัยว่าจะสร้างให้สูงใหญ่กว่าพระปฐมเจดีย์แห่งสยาม และให้พระองค์สามารถทอดพระเนตร ได้จากเมืองอังวะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำอิรวดี แต่ด้วยงบประมาณที่บานปลาย ประกอบกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน จำทำให้การก่อสร้างล่าช้า และในที่สุดพระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ในปี พ.ศ. 2363 หลังพ่ายแพ้ไทยในสงคราม 9 ทัพ เจดีย์องค์นี้ จึงสร้างได้แค่ฐาน หลังจากนั้นองค์เจดีย์ก็ถูกทิ้งร้างเรื่อยมา แต่เพียงฐานก็นับว่าใหญ่โตมาก หากสร้างเสร็จจะมีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในโลก
นำทุกท่านชม ระฆังยักษ์มิงกุน สร้างเมื่อ พ.ศ.2351 โดยพระเจ้าปดุง สร้างถวายแด่เจดีย์มิงกุน มีน้ำหนัก 90 ตัน สูง 4 เมตร ปากระฆังกว้าง 5 เมตร ในอดีตระฆังองค์นี้ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากระฆังแห่งพระราชวังแครมลิน ในกรุงมอสโคว ประเทศรัสเซีย แต่ระฆังเครมลินแตกไปแล้ว
หลังจากนั้นชมเจดีย์สีขาวบริสุทธิ์ ที่สร้างบนฐาน 7 ชั้น รูปเกลียวคลื่นงดงาม เจดีย์พญาเธียรดาน สร้างขึ้นเมืองปี พ.ศ. 2329 เพื่อให้เปรียบเสมือนเจดีย์จุฬามณี ที่ตั้งอยู่เหนือเขาพระสุเมรุ ตามความเชื่อในไตรภูมิพุทธศาสนาที่ว่า คือแกนกลางจักรวาล ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยสัตตบริพันธ์ และมหานทีสีทันดรทั้ง 7 ชั้น พระเจดีย์แห่งนี้ยังถูกสร้างให้เป็นสักขีพยานรักของราชนิกุลอังวะ โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่มีต่อพระมเหสีชินพิวเม ที่สิ้นพระชนม์ไปก่อนที่พระเจ้าบากะยีดอว์จะขึ้นครองราชย์ แม้จะไม่ใช่หินอ่อนเหมือนทัชมาฮาล แต่ก็ได้รับสมญานามว่า ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังมัณฑะเลย์ พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงาม ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่า ด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่น พระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้ เผาราบเป็นหน้ากลอง หลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูน้ำรอบพระราชวัง ที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ ปัจจุบันพระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของ พระราชวังของเก่าขึ้นมา
นำท่านชม พระตำหนักไม้สักชเวนันดอว์ พระตำหนักนี้สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะ สลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา,บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติ และทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อ เป็นพระตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกพระตำหนักนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาว มัณฑะเลย์อย่างแท้จริง
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานมัณฑะเลย์
18.00 น.
ออกเดินทางกลับเชียงใหม่ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG726 (บริการอาหาร พร้อมเครื่องดื่มบนเครื่อง)
19.55 น.
คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

เงื่อนไข

หมายเหตุ : สำหรับผู้เดินทางที่อายุไม่ถึง 18 ปี และไม่ได้เดินทางกับบิดา มารดา ต้องมีจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศจากบิดาหรือมารดาแนบมาด้วย

เงื่อนไขการให้บริการ :
1.บริษัทฯสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหายไม่ว่ากรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของไทยไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง
2.บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทาง บริษัทฯไม่สามารถควบคุมได้เช่นการนัดหยุดงาน,จลาจล,การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน
3.บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า (โปรแกรมและรายละเอียดของการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะอากาศ และเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงผลประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสำคัญ)
4.บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
5.กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน10ท่านทางบริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทางโดยทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าอย่างน้อย7 วันก่อนการเดินทาง
6.เมื่อท่านทำการซื้อโปรแกรมทัวร์ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านรับทราบและยอมรับเงื่อนไขของหมายเหตุทุกข้อแล้ว
7.ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะไม่ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
8.บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพระสงฆ์เดินทางท่องเที่ยวเพียงลำพังโดยไม่มีฆราวาสติดตามไปด้วย

เงื่อนไขการจอง :
1.ชำระเงินมัดจำท่านละ 10,000 บาท ภายใน 48 ชั่วโมงหลังการจอง โดยโอนเข้าบัญชีและส่งหลักฐานการโอนเงินให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเส้นทาง ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับ เงินมัดจำแล้วเท่านั้น
2.ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน
3.หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง
4.หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
5.หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

การชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทางบริษัทฯจะเรียกเก็บก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วันท่านควรจัดเตรียมค่าทัวร์ให้เรียบร้อยก่อนกำหนดเนื่องจากทางบริษัทต้องสำรองค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินมิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

กรณียกเลิกการเดินทาง :
1.แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง 45 วัน คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
2.แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง 21-44 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 10,000 บาท
3.แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 20 วันก่อนเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
4.สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการยกเลิกการเดินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
5.บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ (10ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
6.กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรองบริษัทฯจะพิจารณาเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าห้อง ค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกิดขึ้นตามจริง ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้
7.กรณีที่ท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว และทางบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องคืนค่าทัวร์หรือมัดจำให้กับลูกค้า (ตามเงื่อนไข ข้อ1-ข้อ3) ทั้งนี้ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้ว กับท่านเป็นกรณีไป (อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางต่างประเทศ เช่น โรงแรม ฯลฯ ไปแล้ว) โดยใช้เวลาดำเนินการในการคืนเงิน 7-14 วัน ทำการ นับจากวันที่ได้รับเรื่อง
8.กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
9.กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่า หรือไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
10.กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็ตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่นั่งบนเครื่องบิน :
1.ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกัน หากต้องการเคลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบิน และบริษัททัวร์เรียกเก็บและการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณียกเลิกการเดินทาง และได้ดำเนินการ ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว (กรณีตั๋ว REFUNDได้) ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น
2.ทางบริษัทได้สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว หากท่านยกเลิกทัวร์ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์การเรียกเก็บค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท แล้วแต่สายการบินและช่วงเวลาเดินทาง
3.หากตั๋วเครื่องบินทำการออกแล้ว แต่ท่านไม่สารถออกเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และรอ Refund จากทางสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
4.นั่งที่ Long Leg โดยปกติอยู่บริเวณทางออกประตูฉุกเฉิน และผู้ที่จะนั่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สายการบิน กำหนด เช่น ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เครื่องบินมีปัญหา เช่น สามารถเปิดประตูฉุกเฉินได้ (น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม) ไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและร่างกาย และอำนาจในการให้ที่นั่ง Long leg ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่เช็คอินสายการบิน ตอนเวลาที่เช็คอินเท่านั้น

เอกสารการขอวีซ่าพม่า (สำหรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ไม่ได้รับการยกเว้น)
โปรดส่งเอกสารก่อนการเดินทางอย่างน้อย 10 วันทำการ
1.หนังสือเดินทาง (Passport)
-ต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทาง
-หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 4 หน้า
2.รูปถ่าย
-รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด2 นิ้ว จำนวน 3 ใบ (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน , สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้)และกรุณาเขียนเบอร์ติดต่อ-อาชีพไว้ด้านหลังรูป
3.ใบตรวจคนเข้าเมืองขาออกจากประเทศไทย
-พาสสปอร์ตต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องมีใบตรวจคนเข้าออกเมืองของไทยที่มีตราประทับให้แนบมาในเล่มพาสปอร์ตด้วย
**ในกรณีที่มีพาสปอร์ตเล่มเก่าและซอง(ปก)ไม่ต้องแนบมาเพื่อป้องกันการสูญหาย หากแนบมาแล้วเกิดการสูญหายทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบในทุกกรณี **

ข้อความซึ่งถือเป็นสาระสำหรับท่านผู้มีเกียรติซึ่งร่วมเดินทาง
ทางบริษัทฯ เป็นตัวแทนในการจัดนำสัมมนา และการเดินทางที่มีความชำนาญ โดยจัดหาโรงแรมที่พัก อาหาร ยานพาหนะ และสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมทั้งการสัมมนา ดูงาน เพื่อความสะดวกสบาย และเกิดประโยชน์สูงสุดในการเดินทาง ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบในอุบัติเหตุหรือความเสียหายที่เกิดจากโรงแรมที่พัก ยานพาหนะ, อันเนื่องจากอุบัติเหตุรวมถึงภัยธรรมชาติ, โจรกรรม, วินาศกรรม, อัคคีภัย, การผละงาน, การจลาจล, สงครามการเมือง, การผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ, การนัดหยุดงาน, ความล่าช้าของเที่ยวบิน, สายการเดินเรือ, รถไฟ, พาหนะท้องถิ่น, ตลอดจนการถูกปฏิเสธออกวีซ่าจากกงสุล และ / หรือ ส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับสถานเอกอัครราชทูต รวมถึงผู้มีอำนาจทำการแทนประจำประเทศไทย (โดยไม่จำต้องแสดงเหตุผล เนื่องจากเป็นสิทธิพิเศษทางการทูต) ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ หมายรวมถึงในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวทั้งใน หรือ ต่างประเทศ แต่ทางบริษัทฯ มีความคุ้มครอง และประกันอุบัติเหตุ ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ ที่รับประกันในกรณีที่ผู้ร่วมเดินทางถูกปฏิเสธโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย และ/หรือ ต่างประเทศ มิให้เดินทางออก หรือ เข้าประเทศ เนื่องมาจากความประพฤติ พฤติกรรมของผู้เดินทาง ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการความคุมโรคติดต่อเฉพาะพื้นที่มีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อการเดินทาง รวมถึงมีสิ่งผิดกฎหมาย บริษัทฯ จะไม่คืนค่าใช้จ่ายใดๆ รายละเอียดด้านการเดินทาง อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความจำเป็น หรือเพื่อความเหมาะสมทั้งปวง โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้การขอสงวนสิทธิดังกล่าว บริษัท จะยึดถือและคำนึงถึงผลประโยชน์ตลอดจนความปลอดภัยของท่านผู้มีเกียรติ ซึ่งร่วมเดินทางเป็นสำคัญ


อัตรานี้รวม

1.ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นนักท่องเที่ยว ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไป-กลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อจะต้องไม่เกินจำนวนวัน, จำนวนคนและมีค่าใช้จ่ายตามที่ทางสายการบินกำหนด)
2.ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3.ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางท่านละไม่เกิน 20 กก.
4.ค่าอาหารบนเครื่อง ทั้งไปและกลับ
5.ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง
6.ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
7.ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
8.ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
9.ค่ารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
10.รวมค่ากระเช้าขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
11.ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมค่าทิป)
12.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3%
13.ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ค่า รักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 200,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
** กรณีที่ต้องการซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ **
14.เบี้ยประกันเริ่มต้น 370 บาท [ระยะเวลา 5-7 วัน]
15.เบี้ยประกันเริ่มต้น 430 บาท [ระยะเวลา 8-10 วัน]
16.ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุมากกว่า 16 หรือน้อยกว่า 75 ปี
17.[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, รักษาต่อเนื่อง 2 แสน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 3 ล้านบาท]
18.ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุน้อยกว่า 16 หรือมากกว่า 75 ปี
19.[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, รักษาต่อเนื่อง 2 แสน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]


อัตรานี้ไม่รวม

1.ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT)
2.ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิเช่นค่าอาหาร, ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ(มินิบาร์, น้ำดื่ม, บุหรี่, เหล้า, เบียร์ ฯลฯ), ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่ากำหนด, ค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทางเป็นต้น
3.ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศพม่าสำหรับหนังสือเดินทางต่างชาติและผู้ถือเอกสารต่างด้าวต้องยื่นวีซ่าเข้าประเทศพม่ามีค่าธรรมเนียม 1,600 บาทต่อท่าน และค่าบริการยื่นวีซ่า 500 บาทต่อท่าน ใช้ระยะเวลาในการยื่นวีซ่า 5-7 วันทำการ ยกเว้น หนังสือเดินทางไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ไม่ต้องยื่นวีซ่า
4.ค่าห้องพักเดี่ยวตามอัตราที่ระบุไว้ข้างต้น
5.ค่านำกล้องถ่ายรูป และกล้องวีดีโอเข้าวัด
6.ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
7.ค่าเด็กหาบกระเป๋าระหว่างนั่งรถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
8.ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
9.ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและทิปพนักงานขับรถ ส่วนกรุ๊ปวันเดินทางอื่นๆ 600 บาท/ท่าน/ทริป
10.ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ (ตามความพึงพอใจในการบริการ)


"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2019 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th