แชร์ LINE
โหลด PDF
จองทัวร์นี้ !
MY102 ทัวร์พม่า พระธาตุมุเตา พระธาตุอินทร์แขวน พักบนพระธาตุอินทร์แขวน พระราชวังบุเรงนอง สวดมนต์นั่งมาธิอย่างเต็มอิ่ม 2 วัน 1 คืนโดยสายการบิน MYANMAR AIRWAYS (8M)
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
ทัวร์พม่า พระธาตุมุเตา พระธาตุอินทร์แขวน พักบนพระธาตุอินทร์แขวน พระราชวังบุเรงนอง สวดมนต์นั่งมาธิอย่างเต็มอิ่ม 2 วัน 1 คืนโดยสายการบิน MYANMAR AIRWAYS (8M)
เมนูพิเศษ !! กุ้งเผาหงสา
เที่ยวพม่า ย่างกุ้ง หงสาวดี เมืองพะโค ชมเจดีย์ชเว-มอเตอร์ พระธาตุมุเตา ชมพระราชวังบุเรงนอง เที่ยวรัฐมอญ คิ้มปูนแค้มป์ ชมเจดีย์ไจ้ทีโย พระธาตุอินทร์แขวน นมัสการวัดพระไฝเลื่อน ทำบุญวัดไจ้ทะวาย นมัสการพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเดียว นมัสการพระพุทธรูปไจ้ปุ่น

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) / ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง / เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) / พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) / พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace) / รัฐมอญ / เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) / คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp) / กระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน / พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม / KYAIKHTO HOTEL
วันที่ 2: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp) / วัดพระไฝเลื่อน หรือ วัดไจ๋ป๋อรอ (Kyaik Paw Law) / เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) / วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery) / รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (เมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำเผา) / วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha) / วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) / ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) / ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
3 มื้อ 1 คืน

มีการเข้าชมทั้งหมด: 4,082 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 1 คน          

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
พักเดี่ยวชำระเพิ่มท่านละ 1,900 บาท

Myanmar Airways (8M)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มี.ค.62)
ส.  10-11 ส.ค.
8,499.- Myanmar Airways ว่าง
อา.  11-12 ส.ค.
(วันแม่แห่งชาติ)
8,499.- Myanmar Airways ว่าง

ตารางบิน
Myanmar Airways (8M) เวลาบินขาไป 10:15 - 11:00 BKK - RGN 8M336
เวลาบินขากลับ 16:30 - 18:15 RGN - BKK 8M331

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
วันที่ 1
ช่วงเช้า
(07:00) ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
* 10.15 น. ออกเดินทางสู่ เมืองย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่ 8M336 สายการบิน เมียนมาร์ แอร์เวย์ (8M)
ช่วงบ่าย
(11:00) ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
* (เวลาท้องถิ่นที่เมียนม่าร์ ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงย่างกุ้ง ในอดีตนั้นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญมาก่อนตั้งแต่ยุคกษัตริย์บินยาอู เมื่อประมาณ ค.ศ. 1365 จนกระทั่งเมืองหลวงของมอญแห่งนี้เริ่มหมดความสำคัญลงหลังจากย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อังวะ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงย่างกุ้ง ในอดีตนั้นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญมาก่อนตั้งแต่ยุคกษัตริย์บินยาอู เมื่อประมาณ ค.ศ. 1365 จนกระทั่งเมืองหลวงของมอญแห่งนี้เริ่มหมดความสำคัญลงหลังจากย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อังวะ
เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago)
พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda)
จากนั้นนำท่าเดินทางสู่ พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) กล่าวกันว่าเจดีย์ชเวมอดอร์เป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในพม่าต้องแหงนหน้าขึ้นมองจนจมูกถูกแสงแดดร้อนแผดเผาจึงจะเห็นยอดเจดีย์ เป็นเหตุให้เรียกชื่อเป็นภาษามอญว่ามุเตา ที่แปลว่าจมูกร้อน มีความโดดเด่นคือ เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะแบบมอญ แตกต่างจากเจดีย์ชเวดากองที่เป็นเจดีย์แบบพม่า มีฉัตรแบบเรียบๆ และองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรีย (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่าเดินทางสู่ พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) กล่าวกันว่าเจดีย์ชเวมอดอร์เป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในพม่าต้องแหงนหน้าขึ้นมองจนจมูกถูกแสงแดดร้อนแผดเผาจึงจะเห็นยอดเจดีย์ เป็นเหตุให้เรียกชื่อเป็นภาษามอญว่ามุเตา ที่แปลว่าจมูกร้อน มีความโดดเด่นคือ เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะแบบมอญ แตกต่างจากเจดีย์ชเวดากองที่เป็นเจดีย์แบบพม่า มีฉัตรแบบเรียบๆ และองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรียว ภายนอกหุ้มด้วยทองจังโก้ ภายในเป็นอิฐกลวง พระเจดีย์สูง 377 ฟุต ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า สถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณเพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ ในรัชกาลต่อมาคือพระเจ้าบุเรงนองได้มีการสร้างฉัตรถวายเพิ่มเติมอีกหลายชั้น กล่าวกันว่าก่อนที่พระองค์จะออกทำศึกคราใด จะทรงมานมัสการพระเจดีย์นี้ก่อนทุกครั้ง และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทย ก็เคยมาสักการะพระเจดีย์องค์นี้เช่นกัน ที่เจดีย์แห่งนี้มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์มากอยู่ตรงบริเวณยอดเจดีย์ที่หักตกลงมา เมื่อปี ค.ศ. 1930 ด้วยน้ำหนักที่มหาศาลตกลงมายังพื้นล่างแต่ยอดฉัตรกลับยังคงสภาพเดิม และไม่แตกกระจายออกไปเป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์โดยแท้ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมา เพื่อความเป็นสิริมงคลซึ่งเปรียบเหมือนดั่งการค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda)
* 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ที่ชาวพม่าให้ความเคารพบูชา ถือว่าในชีวิตนี้ต้องมาสักการะให้ครบทั้ง 5 แห่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace) เป็นที่ประทับของพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ทรงโปรดให้ใช้ชื่อประตูต่างๆ ทั้งหมด 20 ประตู ตามชื่อของแรงงานประเทศราชที่สร้าง เช่น ประตูทางตอนเหนือปรากฏชื่อ ประตูโยเดีย (อยุธยา) ประตูตอนใต้ชื่อ ประตูเชียงใหม่ อีกทั้งยังมีพระตำหนักของพระสุพรรณกัลยา องค์ประกันที่ตกเป็นเชลย และกลายเป็นมเหสีองค์หนึ่งข (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace) เป็นที่ประทับของพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ทรงโปรดให้ใช้ชื่อประตูต่างๆ ทั้งหมด 20 ประตู ตามชื่อของแรงงานประเทศราชที่สร้าง เช่น ประตูทางตอนเหนือปรากฏชื่อ ประตูโยเดีย (อยุธยา) ประตูตอนใต้ชื่อ ประตูเชียงใหม่ อีกทั้งยังมีพระตำหนักของพระสุพรรณกัลยา องค์ประกันที่ตกเป็นเชลย และกลายเป็นมเหสีองค์หนึ่งของพระองค์ และที่นี่ยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรครั้งเมื่อทรงโดนจับเป็นองค์ประกันที่พม่าด้วยเช่นกัน พระราชวังบุเรงนองถูกเผาจนเหลือแต่เพียงซาก หลังจากการสวรรคตของพระเจ้าบุเรงนอง ด้วยกบฏยะไข่ พร้อมๆ กับอาณาจักรตองอูที่เคยเรืองอำนาจกลับเสื่อมลง ในปี ค.ศ. 1990 รัฐบาลพม่าได้ขุดค้นพบซากของพระราชวังที่เหลือเพียงแค่ตอไม้ที่โผล่พ้นดินออกมา และได้มีการสร้างพระราชวังจำลององค์ใหม่ขึ้นมา ฉาบด้วยสีทองทั้งหลัง มีซากไม้ที่ใช้สร้างพระราชวังแต่ครั้งอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ถูกจัดแสดง ซึ่งไม้แต่ละท่อนมีตัวอักษรจารึกอยู่ว่าเป็นผลงานของเมืองใด ตัวพระราชวังสร้างใหม่มี 2 ส่วน ส่วนแรกเรียกว่า กามโบสะตาหริ หรือ กัมโพชธานี เป็นส่วนที่เอาไว้ว่าราชการ และส่วนที่ 2 คือ บัลลังก์ผึ้ง เป็นส่วนที่ใช้บรรทม
พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace)
รัฐมอญ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ รัฐมอญ ซึ่งเป็นที่ตั้งขอเมืองไจโท้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. โดยผ่าน เมืองหงสาวดีหรือ เมืองพะโค (Bago) ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุด ของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่และอายุมากกว่า 400 ปี ระหว่างทางท่านจะข้ามผ่านชม แม่น้ำสะโตง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ซึ่งในอดีตขณะที่สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยาได้ถูกทหารพม่าไล่ตามหลังมาซึ่งนำทัพโดยสุรกรรมาเป็นทัพหน้า พ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ รัฐมอญ ซึ่งเป็นที่ตั้งขอเมืองไจโท้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. โดยผ่าน เมืองหงสาวดีหรือ เมืองพะโค (Bago) ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุด ของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่และอายุมากกว่า 400 ปี ระหว่างทางท่านจะข้ามผ่านชม แม่น้ำสะโตง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ซึ่งในอดีตขณะที่สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยาได้ถูกทหารพม่าไล่ตามหลังมาซึ่งนำทัพโดยสุรกรรมาเป็นทัพหน้า พระมหาอุปราชาเป็นทัพหลวง สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนต้นคาบชุดยาวเก้าคืบยิงถูกสุรกรรมาแม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นเช่นนั้นจึงขวัญเสียและถอยทัพกลับกรุงหงสาวดี
เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงย่างกุ้ง ในอดีตนั้นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญมาก่อนตั้งแต่ยุคกษัตริย์บินยาอู เมื่อประมาณ ค.ศ. 1365 จนกระทั่งเมืองหลวงของมอญแห่งนี้เริ่มหมดความสำคัญลงหลังจากย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อังวะ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงย่างกุ้ง ในอดีตนั้นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญมาก่อนตั้งแต่ยุคกษัตริย์บินยาอู เมื่อประมาณ ค.ศ. 1365 จนกระทั่งเมืองหลวงของมอญแห่งนี้เริ่มหมดความสำคัญลงหลังจากย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อังวะ
เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago)
คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาไจ้ก์ทิโย นำท่านขึ้นรถบรรทุกหกล้อท้องถิ่นขนาดเล็ก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45น. (หากโปรแกรมทัวร์มีนั่งกระเช้า จะนั่งรถบรรทุกขึ้นไปประมาณ 20 นาทีเพื่อเปลี่ยนไปขึ้นกระเช้า) ใช้เวลาเดินทางสักพักเพื่อเดินทางสู่ยอดเขาไจ้ก์ทิโย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาไจ้ก์ทิโย นำท่านขึ้นรถบรรทุกหกล้อท้องถิ่นขนาดเล็ก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45น. (หากโปรแกรมทัวร์มีนั่งกระเช้า จะนั่งรถบรรทุกขึ้นไปประมาณ 20 นาทีเพื่อเปลี่ยนไปขึ้นกระเช้า) ใช้เวลาเดินทางสักพักเพื่อเดินทางสู่ยอดเขาไจ้ก์ทิโย
คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp)
กระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
นั่งกระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนเพื่อให้ลูกค้าได้ชมทัศนียภาพความสวยงามต่างๆจากมุมสูง กระเช้าไฟฟ้าขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน รัฐมอญ ซึ่งใช้งบประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดสั่งนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อบริการนักท่องเที่ยวขึ้นไปไหว้พระธาตุสะดวกสบายขึ้น ใช้เวลาเพียง 10 นาที จากสถานีเขาฤษีขึ้นไปถึงสถานีองค์พระธาตุ
นั่งกระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนเพื่อให้ลูกค้าได้ชมทัศนียภาพความสวยงามต่างๆจากมุมสูง กระเช้าไฟฟ้าขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน รัฐมอญ ซึ่งใช้งบประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดสั่งนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อบริการนักท่องเที่ยวขึ้นไปไหว้พระธาตุสะดวกสบายขึ้น ใช้เวลาเพียง 10 นาที จากสถานีเขาฤษีขึ้นไปถึงสถานีองค์พระธาตุ
กระเช้าชมวิวขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน
* **หมายเหตุ กรณีที่กระเช้าปิดทำการเนื่องจากสภาพอากาศ หรือเหตุอื่นใดก็ตามที่ทางบริษัทไม่สามารถควบคุมได้ ขอสงวนสิทธิ์ในการเดินทางขึ้นสู่พระธาตุฯโดยรถหกล้อแทน และขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี
พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda) ในภาษามอญ หมายความว่าหินรูปหัวฤๅษี ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้โท อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญ บนยอดเขาพวงลวง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร มีลักษณะเป็นเจดีย์องค์เล็กๆ สูงเพียง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนหินกลมๆ สีทอง ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างหมิ่นเหม่ แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตก เพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพร (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda) ในภาษามอญ หมายความว่าหินรูปหัวฤๅษี ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้โท อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญ บนยอดเขาพวงลวง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร มีลักษณะเป็นเจดีย์องค์เล็กๆ สูงเพียง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนหินกลมๆ สีทอง ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างหมิ่นเหม่ แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตก เพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์ ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุล ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนา พระธาตุอินทร์แขวนนี้ถือเป็นพระธาตุปีเกิดของปีจอ แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ บนเส้นทางก่อนขึ้นไปถึงองค์พระธาตุ มีอาคารสร้างเป็นศาลาให้เข้าไปไหว้สองจุด คืออาคารทางด้านซ้าย คือรูปปั้นพระนางชเวนันจิน ซึ่งนางเป็นส่วนหนึ่งในตำนานของพระธาตุอินทร์แขวน มีตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่าก่อนที่พระนางจะเสียชีวิต ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าจะขอดูแลปกปักรักษารอบองค์พระธาตุ และผู้คนที่เดินทางขึ้นมาสักการะองค์พระธาตุให้ปลอดภัยจากอันตรายและโรคภัยต่างๆ จึงมีความเชื่อว่าหากเจ็บป่วยตรงส่วนไหนของร่างกาย เวลาไหว้พระนางให้จับ บีบ นวดรูปปั้นของพระนางตรงส่วนที่เจ็บป่วยนั้น แล้วให้ตั้งจิตอธิษฐาน มาจับร่างกายของเราตรงที่มีอาการเจ็บป่วยก็จะหายได้ ส่วนอาคารทางด้านขวามีภาพเล่าเรื่องประวัติของพระธาตุอินทร์แขวน เเละมีรอยพระพุทธบาทจำลอง มีผู้คนนิยมเอาธนบัตรมาลอยน้ำเเล้วอธิษฐาน ว่ากันว่าถ้าขอบธนบัตรม้วนงอเข้าหากัน แสดงว่าคำอธิษฐานนั้นใกล้ประสบความสำเร็จ ท่านสามารถซื้อแผ่นทองคำเพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวน (เข้าไปปิดทองได้เฉพาะสุภาพบุรุษ ส่วนสุภาพสตรีสามารถอธิฐาน แล้วฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้ แต่ประตูเหล็กจะเปิดถึงเวลา 22.00 น. เท่านั้น) บริเวณรั้วรอบองค์พระธาตุอินทร์แขวน ก็มักจะมีผู้คนนำระฆังมาแขวน ตามความเชื่อเพื่อให้เกิดความสำเร็จและความมีชื่อเสียง หรือหากต้องการนั่งสมาธิที่พระเจดีย์ก็สามารถนั่งได้ตลอดทั้งคืน แต่ควรเตรียมเสื้อกันหนาว, กันลม, ผ้าห่ม, ผ้าพันคอ และเบาะรองนั่ง เนื่องจากบริเวณพื้นที่นั้นมีความเย็นมาก เวลาเช้าสำหรับผู้ที่ต้องการใส่บาตรพระธาตุอินทร์แขวน สามารถหาซื้อได้โดยจะมีร้านค้าจำหน่าย
พระธาตุอินทร์แขวน หรือ เจดีย์ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo Pagoda)
* 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ที่ชาวพม่าให้ความเคารพบูชา ถือว่าในชีวิตนี้ต้องมาสักการะให้ครบทั้ง 5 แห่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
* ให้ท่านอิสระตามพักผ่อนตามอัธยาศัย
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
รับประทานอาหารค่ำแบบท้องถิ่น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
รับประทานอาหารค่ำแบบท้องถิ่น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
KYAIKHTO HOTEL
นำคณะเข้าสู่ที่พัก KYAIKHTO HOTEL (โรงแรมไจ้โท) หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
นำคณะเข้าสู่ที่พัก KYAIKHTO HOTEL (โรงแรมไจ้โท) หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
KYAIKHTO HOTEL
วันที่ 2
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้
อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาไจ้ก์ทิโย นำท่านขึ้นรถบรรทุกหกล้อท้องถิ่นขนาดเล็ก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45น. (หากโปรแกรมทัวร์มีนั่งกระเช้า จะนั่งรถบรรทุกขึ้นไปประมาณ 20 นาทีเพื่อเปลี่ยนไปขึ้นกระเช้า) ใช้เวลาเดินทางสักพักเพื่อเดินทางสู่ยอดเขาไจ้ก์ทิโย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาไจ้ก์ทิโย นำท่านขึ้นรถบรรทุกหกล้อท้องถิ่นขนาดเล็ก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45น. (หากโปรแกรมทัวร์มีนั่งกระเช้า จะนั่งรถบรรทุกขึ้นไปประมาณ 20 นาทีเพื่อเปลี่ยนไปขึ้นกระเช้า) ใช้เวลาเดินทางสักพักเพื่อเดินทางสู่ยอดเขาไจ้ก์ทิโย
คิมปูนแค้มป์ (Kinpun Camp)
วัดพระไฝเลื่อน หรือ วัดไจ๋ป๋อรอ (Kyaik Paw Law)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระไฝเลื่อน หรือ วัดไจ๋ป๋อรอ (Kyaik Paw Law) ​พระไฝเลื่อนเป็นพระพุทธรูปที่มีอายุมากกว่า 2,000 ปี โดยมีเรื่องเล่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมาติดอยู่ใกล้ๆวัด จากนั้นชาวพม่าได้เอาพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้ที่วัดแล้วปิดทององค์พระทั้งองค์ ต่อมาในตำแหน่งขมับขวาได้มีจุดเหมือนไฝเกิดขึ้น จะปิดทองกี่ครั้งก็ยังเกิดเป็นจุดดำๆโผล่ขึ้นมาอยู่ตลอด จึงเรียกพระองค์นี้กันว่าพระไฝเลื่อน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระไฝเลื่อน หรือ วัดไจ๋ป๋อรอ (Kyaik Paw Law) ​พระไฝเลื่อนเป็นพระพุทธรูปที่มีอายุมากกว่า 2,000 ปี โดยมีเรื่องเล่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมาติดอยู่ใกล้ๆวัด จากนั้นชาวพม่าได้เอาพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้ที่วัดแล้วปิดทององค์พระทั้งองค์ ต่อมาในตำแหน่งขมับขวาได้มีจุดเหมือนไฝเกิดขึ้น จะปิดทองกี่ครั้งก็ยังเกิดเป็นจุดดำๆโผล่ขึ้นมาอยู่ตลอด จึงเรียกพระองค์นี้กันว่าพระไฝเลื่อน
วัดพระไฝเลื่อน หรือ วัดไจ๋ป๋อรอ (Kyaik Paw Law)
เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงย่างกุ้ง ในอดีตนั้นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญมาก่อนตั้งแต่ยุคกษัตริย์บินยาอู เมื่อประมาณ ค.ศ. 1365 จนกระทั่งเมืองหลวงของมอญแห่งนี้เริ่มหมดความสำคัญลงหลังจากย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อังวะ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงย่างกุ้ง ในอดีตนั้นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญมาก่อนตั้งแต่ยุคกษัตริย์บินยาอู เมื่อประมาณ ค.ศ. 1365 จนกระทั่งเมืองหลวงของมอญแห่งนี้เริ่มหมดความสำคัญลงหลังจากย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อังวะ
เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago)
วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery) นำท่านตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป วัดไจ้คะวายไม่ใช่วัดที่มีชื่อในเรื่องของเจดีย์หรือพระพุทธรูปองค์โตสูงใหญ่ แต่มีชื่อเสียงเพราะเป็นโรงเรียนที่สอนพระพุทธศาสนา เปรียญธรรมชั้นตรี โท เอก และศึกษาพระไตรปิฎกที่มีชื่อเสียงของพม่า จึงมีคนส่งลูกหลานมาบวชเรียนศึกษาธรรมะที่นี่เป็นจำนวนกว่า 1,000 รูป เป็นวัดที่มีคนนิยมทำบุญใส่บาตรพระ เป็นเจ้าภาพเ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery) นำท่านตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป วัดไจ้คะวายไม่ใช่วัดที่มีชื่อในเรื่องของเจดีย์หรือพระพุทธรูปองค์โตสูงใหญ่ แต่มีชื่อเสียงเพราะเป็นโรงเรียนที่สอนพระพุทธศาสนา เปรียญธรรมชั้นตรี โท เอก และศึกษาพระไตรปิฎกที่มีชื่อเสียงของพม่า จึงมีคนส่งลูกหลานมาบวชเรียนศึกษาธรรมะที่นี่เป็นจำนวนกว่า 1,000 รูป เป็นวัดที่มีคนนิยมทำบุญใส่บาตรพระ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารพระเพลเป็นประจำ
วัดไจ้คะวาย (Kyat Khat Wine Monastery)
* ท่านสามารถนำข้าวสาร อาหารแห้ง หรือสมุด ปากกา ดินสอ และอุปกรณ์การเรียน มาบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้
* (หมายเหตุ: ท่านสามารถนำสมุด ปากกา ดินสอไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้ หากท่านใดไม่สะดวกสามารถถวายเป็นปัจจัยได้เช่นกัน)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (เมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำเผา)
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร บริการท่านด้วยเมนูอาหารพื้นเมือง และเมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำย่าง
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร บริการท่านด้วยเมนูอาหารพื้นเมือง และเมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำย่าง
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (เมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำเผา)
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha) พาท่านกราบนมัสการพระพุทธไสยาสน์ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวมีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน ค.ศ. 994 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ พระพุทธไสยาสน์มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มี (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha) พาท่านกราบนมัสการพระพุทธไสยาสน์ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวมีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน ค.ศ. 994 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ พระพุทธไสยาสน์มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี ค.ศ. 1881 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า และได้มีการขุดพบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี ค.ศ. 1948 หลังจากที่พม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบัน
วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha)
วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) ชมเจดีย์ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ที่มีความงดงามเป็นเอกของศิลปะแบบมอญ แทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ ประกอบ ด้วยพระสมณะโคดม (ทิศเหนือ), พระโกนาคม (ทิศใต้), พระกกุสันโธ (ทิศตะวันออก) และพระมหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) ตำนานเล่าว่า พระรา (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) ชมเจดีย์ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ที่มีความงดงามเป็นเอกของศิลปะแบบมอญ แทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ ประกอบ ด้วยพระสมณะโคดม (ทิศเหนือ), พระโกนาคม (ทิศใต้), พระกกุสันโธ (ทิศตะวันออก) และพระมหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) ตำนานเล่าว่า พระราชธิดาทั้งสี่องค์ของกษัตริย์มอญที่อุทิศตนแด่พุทธศาสนา จึงสร้างพระพุทธรูปแทนตนเองและได้สาบานไว้ว่าจะไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ต่อมาน้องสาวคนสุดท้อง กลับพบรักกับชายหนุ่มและแต่งงานกัน จึงเกิดอาเพศฟ้าผ่าพระพุทธรูปที่แทนตัวของน้องสาวคนสุดท้องพังทลายลงมา จนต้องมีการสร้างขึ้นมาใหม่ตามที่เห็นในปัจจุบัน โดยพระพุทธรูปองค์นี้จะมีลักษณะแตกต่างจากองค์อื่นๆ คือจะเป็นศิลปะแบบพม่า
วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda)
ช่วงค่ำ
(18:15) ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
(16:30) ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย พร้อมความประทับใจมิรู้ลืมกับบริการของทีมงาน ชิล สแควร์ ทราเวล
ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย พร้อมความประทับใจมิรู้ลืมกับบริการของทีมงาน ชิล สแควร์ ทราเวล
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
* เดินทางกลับ กรุงเทพฯโดยเที่ยวบินที่ 8M331
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง – กรุงเทพฯ โดยสารการบิน เมียร์มาร์ แอร์เวย์ (8M)
  • ค่าภาษีสนามบินพม่า และ ค่าภาษีสนามบินไทย
  • ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  • ค่าที่พักระดับ 5 ดาว Vintage Luxury Hotel 1 คืน และ 3 ดาว 1 คืน
    (โรงแรมที่พระธาตุอินทร์แขวนมีแค่ ระดับ 3 ดาว Local เท่านั้น)
  • ค่าระวางน้ำหนัก 20 กิโลกรัม
  • ค่ารถขึ้นพระธาตุอินแขวน
  • ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ระบุไว้ในรายการ
  • อัตราค่าเข้าชมสถานที่ที่ระบุไว้ในรายการ
  • ประกันภัยในการเดินทาง ในกรณีที่ เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ จะคุ้มครองเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000  บาท (คุ้มครอง ผู้เอาประกันภัย อายุระหว่าง 6-75 ปี ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยอายุต่ำกว่า 6 ปี หรือ ระหว่าง 75-85 ปี คุ้มครอง 50 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์ / ส่วนในกรณี ผู้เอาประกันภัยอายุสูงกว่า 85 ปี ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคุ้มครอง) วงเงินคุ้มครองอาหารเป็นพิษ (โดยแพทย์จะต้องระบุในใบรับรองแพทย์ว่า **อาหารเป็นพิษเท่านั้น**)

อัตรานี้ไม่รวม

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ เช่น ค่าซักรีด โทรศัพท์  ค่ามินิบาร์ ฯลฯ
  • ค่าบริการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ระบุไว้ในรายการ
  • ทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น/คนขับรถ/หัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย 1,500 บาทต่อลูกทัวร์ 1 ท่านต่อทริป(ชำระที่สนามบินก่อนการเดินทาง)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือ ค่าใช้จ่ายอื่น ที่ไม่ได้ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่าในกรณีเร่งด่วน / ค่าทำหนังสือเดินทางไทย / ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ  
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา

เงื่อนไขการจองทัวร์

  • รายการทัวร์นี้ขอสงวนสิทธิ์ในการ
  • ชำระค่ามัดจำท่านละ 5,000 บาท ภายใน 3 วันหลังจากได้ทำการจอง
  • ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือภายใน 15 วัน ก่อนการเดินทาง มิฉะนั้นถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
  • หมายเหตุ ถ้าทำการจองก่อนการเดินทาง 15 วัน สงวนสิทธิ์ชำระค่าทัวร์เต็มจำนวน ภายใน 3 วันหลังจากได้ทำการจอง

กรณียกเลิก

  • ยกเลิกหลังจากวางเงินมัดจำ บริษัทฯจะคิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ณ วันนั้น ที่ไม่สามารถ คืนเงินได้ (ตัวอย่างเช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าวีซ่า, ค่ามัดจำห้องพัก เป็นต้น)
  • ยกเลิกหลังจากจ่ายเงินเต็มจำนวน บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมดในทุกกรณี
  • กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทจะทำเรื่อง ยื่นเอกสารไปยังสายการบิน , โรงแรม และในทุกๆการให้บริการ เพื่อให้พิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ซึ่งไม่สามารถแจ้งได้ว่าจะสามารถคืนเงินได้ทั้งหมด หรือ บางส่วน เพราะ จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาและตัดสินใจ ของ สายการบิน , โรงแรม และในทุกๆการให้บริการอื่นๆ เป็นสำคัญ

หมายเหตุ

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ
  • เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  • เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆ
  • กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือผลประโยชน์ ตลอดจนความปลอดภัยของคณะผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่ท่านถูกปฏิเสธเข้าเมือง โดยด่านตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทยและพม่า
  • สำหรับ ผู้โดยสาร ที่ไม่ได้ถือ PASSPORT ไทย หรือ PASSPORT ต่างด้าว ผู้โดยสารต้องรับผิดชอบเรื่องเอกสาร (VISA) หรือ การแจ้งเข้าแจ้งออกประเทศไทยเอง ทางบริษัทฯ ทัวร์ จะไม่รับผิดชอบในกรณี ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยปฏิเสธในการเข้าและออกจากประเทศ
  • ขอสงวนสิทธิ ราคาพิเศษ สำหรับ จำนวนผู้เดินทาง 15 ท่านขึ้นไป ออกเดินทางได้แน่นอน ถ้าจำนวนผู้เดินทาง 10-15 ท่าน ทางบริษัทฯ ออกเดินทาง แต่จะไม่มีหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทยไปกับกรุ๊ปด้วยแต่จะมี ไกด์ท้องถิ่น ที่พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี คอยรับที่สนามบินพม่า และ จะคอยบริการทุกท่าน ตลอดการเดินทางที่ประเทศพม่าเป็นอย่างดี แต่ถ้าต่ำกว่า 10 ท่าน ทางบริษัท ของสงวนสิทธิไม่ออกเดินทางในกรุ๊ปนั้น

"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2019 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th