ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

(ปิดการขาย) MY130 ทัวร์พม่า มัณฑะเลย์ สกายน์ อังวะ มิงกุน 3วัน 2คืน โดยสายการบิน Thaismile

ชมทัศนียภาพเมืองสกายน์ ลุ่มแม่น้ำอิระวดี ถ่ายรูปกับเจดีย์ทรงคว่ำ วัดเจดีย์นางนม นั่งรถม้าชมเมืองอังวะ ชมอาคารไม้สัก Barayar Monastery ล่องเรือชมวิถีชีวิตหมู่บ้านมิงกุน ชมเจดีย์มิงกุนและระฆังมิงกุน ถ่ายรูปกับเจดีย์สีขาวสะอาดตา เจดีย์ชินพิวมิน (เมียะเต็งดาน)

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) / สนามบินมัณฑะเลย์ / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / เมืองสกายน์ / เจดีย์กวงมูดอร์ หรือเจดีย์นมนาง / เมืองอังวะ / หอคอยเมืองอังวะ / วัดมหาอ่องมเหย่ป่งสั่น / รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร / Hazel Hotel
วันที่ 2: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / หมู่บ้านมิงกุน / มหาเจดีย์ยักษ์มิงกุน / ระฆังยักษ์มิงกุน / เจดีย์ชินพิวมิน หรือเมียะเต็งดาน / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / พระราชวังมัณฑะเลย์ / วัดกุโสดอร์ / วัดชเวอินบิน / ภูเขามัณฑะเลย์ / รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร / Hazel Hotel
วันที่ 3: ร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ล้างพระพักตร์ พระมหามัยมุนี / รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / สนามบินมัณฑะเลย์ / ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
6 มื้อ 2 คืน

มีการเข้าชมทั้งหมด: 4,094 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 1 คน          
** หากท่านที่ต้องออกตั๋วภายใน (เครื่องบิน รถทัวร์ รถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋วเนื่องจาก
สายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ท หรือ เวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า **

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

Thai Smile Airways (WE)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 43)

ตารางบิน
Thai Smile Airways (WE) เวลาบินขาไป 09:55 - 11:20 BKK - MDL WE309
เวลาบินขากลับ 12:05 - 14:35 MDL - BKK WE310

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
วันที่ 1
ช่วงเช้า
(06:55) ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
* 09.55 น. ออกเดินทางสู่กรุงมัณฑะเลย์ โดยสายการบินไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE309
(11:20) สนามบินมัณฑะเลย์
เดินทางถึงสนามบินมัณฑะเลย์ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
เดินทางถึงสนามบินมัณฑะเลย์ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านอิ่มท้องด้วยอาหารมื้อกลางวันแสนอร่อย ณ ภัตตาคาร
พาท่านอิ่มท้องด้วยอาหารมื้อกลางวันแสนอร่อย ณ ภัตตาคาร
เมืองสกายน์
สกายน์ (Sagaing) ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำอิรวดี ตรงข้ามกับเมืองอังวะ เมืองสกายน์มีวัดทางพุทธศาสนาที่สำคัญหลายแห่ง เมืองสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 เพื่อเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรของชาวไทยใหญ่ (ค.ศ. 1315–1364) เคยเป็นเมืองหลวงของพม่าระหว่างปี ค.ศ. 1760 ถึง 1763 ปกครองโดยพระเจ้ามังลอก
สกายน์ (Sagaing) ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำอิรวดี ตรงข้ามกับเมืองอังวะ เมืองสกายน์มีวัดทางพุทธศาสนาที่สำคัญหลายแห่ง เมืองสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 เพื่อเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรของชาวไทยใหญ่ (ค.ศ. 1315–1364) เคยเป็นเมืองหลวงของพม่าระหว่างปี ค.ศ. 1760 ถึง 1763 ปกครองโดยพระเจ้ามังลอก
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เจดีย์กวงมูดอร์ หรือเจดีย์นมนาง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เจดีย์กวงมูดอร์ (Kaunghmudaw Pagoda) หรือเจดีย์นมนาง สร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ. 1636 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุที่ได้มาจากลังกา เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา มีตำนานเล่าว่าองค์ระฆังทรงกลมผ่าครึ่งซีกนี้ ได้ต้นแบบมาจากถันของพระชายาคนโปรดของพระเจ้าต้าหลู่ องค์เจดีย์มีความสูง 46 เมตร เส้นรอบวงวัดได้ 274 เมตร และใช้อิฐในการก่อส (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เจดีย์กวงมูดอร์ (Kaunghmudaw Pagoda) หรือเจดีย์นมนาง สร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ. 1636 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุที่ได้มาจากลังกา เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา มีตำนานเล่าว่าองค์ระฆังทรงกลมผ่าครึ่งซีกนี้ ได้ต้นแบบมาจากถันของพระชายาคนโปรดของพระเจ้าต้าหลู่ องค์เจดีย์มีความสูง 46 เมตร เส้นรอบวงวัดได้ 274 เมตร และใช้อิฐในการก่อสร้างมากถึง 10,126,552 ก้อน
เมืองอังวะ
นำเที่ยวชม เมืองอังวะ ด้วยรถม้า ซึ่งอังวะเป็นราชธานีอีกแห่งหนึ่งของพม่า ชมประตูเมืองทางทิศเหนือที่เรียกว่า คาวเซตั่นคา เป็นประตูที่ปัจจุบันมีความสมบูรณ์ที่สุด และใช้เป็นประตูสำหรับทำพิธีสระผมในเทศกาล  ติ่นจ่าน(สงกราณต์) ของชาวพม่า
นำเที่ยวชม เมืองอังวะ ด้วยรถม้า ซึ่งอังวะเป็นราชธานีอีกแห่งหนึ่งของพม่า ชมประตูเมืองทางทิศเหนือที่เรียกว่า คาวเซตั่นคา เป็นประตูที่ปัจจุบันมีความสมบูรณ์ที่สุด และใช้เป็นประตูสำหรับทำพิธีสระผมในเทศกาล  ติ่นจ่าน(สงกราณต์) ของชาวพม่า
หอคอยเมืองอังวะ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หอคอยเมืองอังวะ (Nanmyin Watch Tower INWA) เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังอังวะ เพื่อใช้สังเกตุการณ์ข้าศึก สูงประมาณ 30 เมตร สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2365 หลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวในปีพ.ศ. 2381 ทำให้หอคอยแห่งนี้เกิดการเอียงตัว ภายหลังได้รับการบูรณะตามแบบโครงสร้างเดิม หลายคนจึงนิยมเรียกว่า ‘หอเอนอังวะ’ นับว่าเป็นหนึ่งในต้นแบบสถาปัตยกรรมพม่าในช่วงต้นศตวรรษที่ 19
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หอคอยเมืองอังวะ (Nanmyin Watch Tower INWA) เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังอังวะ เพื่อใช้สังเกตุการณ์ข้าศึก สูงประมาณ 30 เมตร สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2365 หลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวในปีพ.ศ. 2381 ทำให้หอคอยแห่งนี้เกิดการเอียงตัว ภายหลังได้รับการบูรณะตามแบบโครงสร้างเดิม หลายคนจึงนิยมเรียกว่า ‘หอเอนอังวะ’ นับว่าเป็นหนึ่งในต้นแบบสถาปัตยกรรมพม่าในช่วงต้นศตวรรษที่ 19
วัดมหาอ่องมเหย่ป่งสั่น
ชม วัดมหาอ่องเหม่ บอนซาน สร้างโดยพระนางเมนุมเหสีในพระเจ้าบาจีด่อ  จากนั้นชม Barayar Monastery สร้างโดย พระเจ้าบายีดอ ปี ค.ศ.1834 ไม้สักที่มีขนาดใหญ่ สวยงามได้ซุ้มประตู บานประตูหรือหลังคา ซึ่งอาคารแห่งนี้มีเสาไม้สักรองรับน้ำหนักอยู่ถึง 267 ต้น
ชม วัดมหาอ่องเหม่ บอนซาน สร้างโดยพระนางเมนุมเหสีในพระเจ้าบาจีด่อ  จากนั้นชม Barayar Monastery สร้างโดย พระเจ้าบายีดอ ปี ค.ศ.1834 ไม้สักที่มีขนาดใหญ่ สวยงามได้ซุ้มประตู บานประตูหรือหลังคา ซึ่งอาคารแห่งนี้มีเสาไม้สักรองรับน้ำหนักอยู่ถึง 267 ต้น
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
Hazel Hotel
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
วันที่ 2
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้
อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
หมู่บ้านมิงกุน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านมิงกุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอมรปุระ แต่อยู่บนเกาะกลางลำน้ำอิรวดีและไปได้ด้วยเส้นทางเรือเท่านั้น ทว่ามีอนุสรณ์สถานที่แสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปดุง ระหว่างทางจะได้เห็นหมู่บ้านอิรวดีที่มีลักษณะเป็นกึ่งบ้านกึ่งแพ เนื่องจากระดับน้ำอิรวดีในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะฤดูน้ำหลากระดับน้ำจะขึ้นสูงกว่าฤดูแล้วกว่า 10 เมตร ชาวพม่าจึงนิยมสร้างบ้านกึ่งแพ คือถ้าน้ำขึ้ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านมิงกุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอมรปุระ แต่อยู่บนเกาะกลางลำน้ำอิรวดีและไปได้ด้วยเส้นทางเรือเท่านั้น ทว่ามีอนุสรณ์สถานที่แสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปดุง ระหว่างทางจะได้เห็นหมู่บ้านอิรวดีที่มีลักษณะเป็นกึ่งบ้านกึ่งแพ เนื่องจากระดับน้ำอิรวดีในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะฤดูน้ำหลากระดับน้ำจะขึ้นสูงกว่าฤดูแล้วกว่า 10 เมตร ชาวพม่าจึงนิยมสร้างบ้านกึ่งแพ คือถ้าน้ำขึ้นสูงก็ร่วมแรงกันยกบ้านขึ้นที่ดอนครั้นน้ำลงมากก็ยกบ้านมาตั้งใกล้น้ำเพื่อความสะดวกสบายในการใช้แม่น้ำในชีวิตประจำวัน
มหาเจดีย์ยักษ์มิงกุน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มหาเจดีย์ยักษ์มิงกุน (Mingun Pa Hto Taw Gyi) ร่องรอยแห่งความทะเยอทะยานของพระเจ้าปดุง ด้วยภายหลังทรงเคลื่อนทัพไปตียะไข่ แล้วสามารถชะลอพระมหามัยมุนีมาประดิษฐานที่มัณฑะเลย์เป็นผลสำเร็จ จึงทรงฮึกเหิมที่จะกระทำการใหญ่ขึ้นและยากขึ้น ด้วยการทำสงครามแผ่ขยายไปรอบด้าน พร้อมกับเกณฑ์แรงงานข้าทาสจำนวนมากก่อสร้างเจดีย์มิงกุนหรือเจดีย์จักรพรรดิ เพื่อประดิษฐานพระทันตธาตุที่ได้จากพระเจ้ากรุ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มหาเจดีย์ยักษ์มิงกุน (Mingun Pa Hto Taw Gyi) ร่องรอยแห่งความทะเยอทะยานของพระเจ้าปดุง ด้วยภายหลังทรงเคลื่อนทัพไปตียะไข่ แล้วสามารถชะลอพระมหามัยมุนีมาประดิษฐานที่มัณฑะเลย์เป็นผลสำเร็จ จึงทรงฮึกเหิมที่จะกระทำการใหญ่ขึ้นและยากขึ้น ด้วยการทำสงครามแผ่ขยายไปรอบด้าน พร้อมกับเกณฑ์แรงงานข้าทาสจำนวนมากก่อสร้างเจดีย์มิงกุนหรือเจดีย์จักรพรรดิ เพื่อประดิษฐานพระทันตธาตุที่ได้จากพระเจ้ากรุงจีนโดยทรงมุ่งหวังให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ามหาเจดีย์ในสมัยพุกาม และใหญ่โตโอฬารยิ่งกว่าพระปฐมเจดีย์ในสยาม ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในสุวรรณภูมิ อย่างไรก็ตามงานก่อสร้างเจดีย์มิงกุนดำเนินไปได้เพียง 7 ปี พระเจ้าปดุงก็เสด็จสวรรคต มหาเจดีย์อันยิ่งใหญ่ในพระราชหฤทัยของพระองค์จึงปรากฏเพียงแค่ฐานเท่านั้น ซึ่งหากสร้างเสร็จตามแผนจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดในโลก เพราะสูงถึง 152 เมตร ส่วนรอยแตกร้าวตรงกลางฐานเกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1838 พระเจดีย์พังถล่มลงมา แตกหักเสียหายจนไม่สามารถสร้างต่อได้ เกิดรอยร้าวแยกปริ เป็นแนวยาว คงเหลือไว้แต่เพียกองอิฐขนาดมหึมา โดยส่วนที่เหลือบริเวณฐานเจดีย์นี้ มีความสูงถึง 50 เมตร แต่ละด้านกว้าง 72 เมตร ปัจจุบันชาวพม่า เรียกเจดีย์องค์นี้ว่า ปาโตดอจี แปลว่า เจดีย์ใหญ่ที่สร้างไม่เสร็จ
ระฆังยักษ์มิงกุน
จากนั้นนำท่านชม ระฆังยักษ์มิงกุน (Mingun Bell) อยู่ไม่ไกลจากฐานเจดีย์มิงกุน พระเจ้าปดุงโปรดฯ ให้สร้างขึ้น เพื่ออุทิศถวายแด่มหาเจดีย์มิงกุน จึงต้องมีขนาดใหญ่คู่ควรกัน คือเป็นระฆังยักษ์ที่มีเส้นรอบวงถึง 10 เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก 87 ตัน เล่าขานกันว่าพระเจ้าปดุงทรงไม่ต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบ จึงรับสั่งให้ประหารชีวิตนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ ปัจจุบันถือเป็นระฆังยักษ์ที่มีขนาดเล็กกว่าระฆังแ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านชม ระฆังยักษ์มิงกุน (Mingun Bell) อยู่ไม่ไกลจากฐานเจดีย์มิงกุน พระเจ้าปดุงโปรดฯ ให้สร้างขึ้น เพื่ออุทิศถวายแด่มหาเจดีย์มิงกุน จึงต้องมีขนาดใหญ่คู่ควรกัน คือเป็นระฆังยักษ์ที่มีเส้นรอบวงถึง 10 เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก 87 ตัน เล่าขานกันว่าพระเจ้าปดุงทรงไม่ต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบ จึงรับสั่งให้ประหารชีวิตนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ ปัจจุบันถือเป็นระฆังยักษ์ที่มีขนาดเล็กกว่าระฆังแห่งหนึ่งในพระราชวังเครมลิน, กรุงมอสโก เพียงใบเดียวเท่านั้น ทว่าระฆังเครมลินแตกร้าวไปแล้ว ชาวพม่าจึงภาคภูมิใจว่าระฆังมิงกุนเป็นระฆังยักษ์ที่ยังคงส่งเสียงก้องกังวานได้จนถึงปัจจุบันนี้
เจดีย์ชินพิวมิน หรือเมียะเต็งดาน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เจดีย์ชินพิวมิน (Hsinbyume Paya) หรือเมียะเต็งดาน ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ที่สวยสง่างามมากแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1816 โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาในพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่พระองค์มีต่อพระมหาเทวีชินพิวมิน ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร จึงได้รับสมญานามว่า ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี เจดีย์องค์นี้เป็นพุทธศิลป์ที่สร้างขึ้นด้วยภูมิจักรวาล คือมีองค์เจดีย์สถิต (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เจดีย์ชินพิวมิน (Hsinbyume Paya) หรือเมียะเต็งดาน ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ที่สวยสง่างามมากแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1816 โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาในพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่พระองค์มีต่อพระมหาเทวีชินพิวมิน ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร จึงได้รับสมญานามว่า ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี เจดีย์องค์นี้เป็นพุทธศิลป์ที่สร้างขึ้นด้วยภูมิจักรวาล คือมีองค์เจดีย์สถิตอยู่ตรงกลางยอดเขาพระสุเมรุ อันเชื่อกันว่าเป็นศูนย์กลางโลกและจักรวาลล้อมรอบด้วยขุนเขา และมหาสมุทรตามหลักไตรภูมิ โดยสร้างฐานเจดีย์ลดหลั่นกันไปเจ็ดชั้น ทำให้เหมือนมีระเบียงทางเดินเป็นเกลียวคลื่น
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านอิ่มท้องด้วยอาหารมื้อกลางวันแสนอร่อย ณ ภัตตาคาร
พาท่านอิ่มท้องด้วยอาหารมื้อกลางวันแสนอร่อย ณ ภัตตาคาร
พระราชวังมัณฑะเลย์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace) สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่ย้ายราชธานีมาจากอมรปุระ เป็นพระราชวังขนาดใหญ่มีประตูเข้าถึง 12 ประตู ตัวพระราชวังป็นหมู่อาคารไม้และตึก ประกอบด้วยท้องพระโรง พระที่นั่ง และตำหนักต่างๆ ทั้งหมดถูกไฟไหม้เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันทางการพม่าได้จำลองขึ้นใหม่อีกครั้งบนฐานเดิม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace) สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่ย้ายราชธานีมาจากอมรปุระ เป็นพระราชวังขนาดใหญ่มีประตูเข้าถึง 12 ประตู ตัวพระราชวังป็นหมู่อาคารไม้และตึก ประกอบด้วยท้องพระโรง พระที่นั่ง และตำหนักต่างๆ ทั้งหมดถูกไฟไหม้เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันทางการพม่าได้จำลองขึ้นใหม่อีกครั้งบนฐานเดิม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
วัดกุโสดอร์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดกุโสดอร์ (Kuthodaw Pagoda) เป็นวัดที่พระเจ้ามินดงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 4 และพระองค์ทรงให้จารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ ลงบนหินอ่อน 729 แผ่น ถือเป็นพระไตรปิฎกเล่มใหญ่ที่สุดในโลก และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกพระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลี และได้นำมาประดิษฐานในมณฑป อยู่รอบพระเจดีย์มหาโลกมารชิน สูง 30 เมตร ซึ่งจำลองรูปแบบม (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดกุโสดอร์ (Kuthodaw Pagoda) เป็นวัดที่พระเจ้ามินดงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 4 และพระองค์ทรงให้จารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ ลงบนหินอ่อน 729 แผ่น ถือเป็นพระไตรปิฎกเล่มใหญ่ที่สุดในโลก และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกพระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลี และได้นำมาประดิษฐานในมณฑป อยู่รอบพระเจดีย์มหาโลกมารชิน สูง 30 เมตร ซึ่งจำลองรูปแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม
วัดชเวอินบิน
เป็นวัดที่อยู่ทางตอนใต้ของ แม่น้ำเอยาวดี อยู่ไม่ไกลจากวัดพระมหามัยมุนีมากนัก สร้างเมื่อปี 1895 มีงานแกะสลักไม้สักภาพพุทธประวัติยุคศตวรรษที่ 13 ฝีมือปราณีตอ่อนช้อยมีความงดงามและน่าทึ่งมาก เป็นวัดที่มีพระและเณรเป็นจำนวนมากมาจำพรรษาเพื่อศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎกในวัดนี้
เป็นวัดที่อยู่ทางตอนใต้ของ แม่น้ำเอยาวดี อยู่ไม่ไกลจากวัดพระมหามัยมุนีมากนัก สร้างเมื่อปี 1895 มีงานแกะสลักไม้สักภาพพุทธประวัติยุคศตวรรษที่ 13 ฝีมือปราณีตอ่อนช้อยมีความงดงามและน่าทึ่งมาก เป็นวัดที่มีพระและเณรเป็นจำนวนมากมาจำพรรษาเพื่อศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎกในวัดนี้
ภูเขามัณฑะเลย์
นำท่านเดินทางสู่ ภูเขามัณฑะเลย์ (Mandalay Hill) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง เขาลูกนี้สูง 240 เมตร บันไดทางขึ้นมีรูปปั้นสิงห์สีขาวขนาดมหึมา 2 ตัว นั่งเฝ้าอยู่ ต้องถอดรองเท้าเดินขึ้นไปมีบันไดจำนวน 1,729 ขั้น ระหว่างทางมีปูชนียสถานให้สักการะบูชาเป็นระยะๆ หรือสามารถนั่งรถสองแถวแล้วใช้ลิฟต์ขึ้นไปจนถึงบริเวณยอดเขาก็จะพบวิหาร ซูตองพญา ภายใต้วิหารประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศ คือ พระกกุสันโธ (อ่านต่อ)
นำท่านเดินทางสู่ ภูเขามัณฑะเลย์ (Mandalay Hill) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง เขาลูกนี้สูง 240 เมตร บันไดทางขึ้นมีรูปปั้นสิงห์สีขาวขนาดมหึมา 2 ตัว นั่งเฝ้าอยู่ ต้องถอดรองเท้าเดินขึ้นไปมีบันไดจำนวน 1,729 ขั้น ระหว่างทางมีปูชนียสถานให้สักการะบูชาเป็นระยะๆ หรือสามารถนั่งรถสองแถวแล้วใช้ลิฟต์ขึ้นไปจนถึงบริเวณยอดเขาก็จะพบวิหาร ซูตองพญา ภายใต้วิหารประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศ คือ พระกกุสันโธ, พระโกนาคมน์, พระกัสสปะ, และพระสมณโคดม รอบวิหารมีระเบียงสำหรับชมทัศนียภาพเมืองมัณฑะเลย์ และสามารถมองเห็นแม่น้ำอิรวดี, พระราชวังมัณฑะเลย์, วัดกุโสดอ และชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าอันสวยงามบนยอดเขามัณฑะเลย์แห่งนี้
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
Hazel Hotel
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
วันที่ 3
ช่วงเช้า
ร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ล้างพระพักตร์ พระมหามัยมุนี
นำท่านชมและร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ พิธีล้างพระพักตร์ พระมหามัยมุนี พระมหามัยมุนีนับเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวของพม่า ที่ชาวพม่านับถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่ยังมีลมหายใจหรือยังมีชีวิต จึงได้มีการทำพิธีล้างพระพักตร์ของพระพุทธรูปทุกเช้ามืด จะเห็นได้ว่าไม่ได้มีเพียงการกราบสักการะบูชาด้วยความเคารพและศรัทธาว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่การล้างพระพักตร์ที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านานเปรียบประ (อ่านต่อ)
นำท่านชมและร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ พิธีล้างพระพักตร์ พระมหามัยมุนี พระมหามัยมุนีนับเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวของพม่า ที่ชาวพม่านับถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่ยังมีลมหายใจหรือยังมีชีวิต จึงได้มีการทำพิธีล้างพระพักตร์ของพระพุทธรูปทุกเช้ามืด จะเห็นได้ว่าไม่ได้มีเพียงการกราบสักการะบูชาด้วยความเคารพและศรัทธาว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่การล้างพระพักตร์ที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านานเปรียบประหนึ่งว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ยังมีชีวิต ทุกๆ เช้าตั้งแต่เวลา 04.00 น. เป็นต้นไป จะมีการล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี โดยพระเจ้าอาวาสเป็นผู้ทำพิธีและเจ้าหน้าที่คณะกรรมการคอยช่วยเหลือ มีการเปิดมโหรีขับกล่อมขณะนำน้ำมาล้างพระโอษฐ์ นำแปรงสีฟันมาแปรงพระทนต์ให้ หลังจากนั้นจะนำน้ำหอมทานาคามาเช็ดถูพระพักตร์ แล้วนำผ้าขาวหรือผ้าสะอาดมาเช็ดทานาคาออก (ผ้าสะอาดเป็นของญาติโยมที่เตรียมมาให้เช็ดและนำเก็บกลับไปไว้บูชา) หลังจากพิธีล้างพระพักตร์แล้ว จะนำภัตตาหารมาถวายให้พระมหามัยมุนีฉันท์ จึงเป็นอันเสร็จพิธี จะใช้เวลารวมทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง เสร็จพิธีตอนเวลาตี 05.00 น.
* 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ที่ชาวพม่าให้ความเคารพบูชา ถือว่าในชีวิตนี้ต้องมาสักการะให้ครบทั้ง 5 แห่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้
อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ช่วงบ่าย
สนามบินมัณฑะเลย์
จดจำและอำลาช่วงเวลาแห่งความสุขในประเทศพม่า และเดินทางกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ
จดจำและอำลาช่วงเวลาแห่งความสุขในประเทศพม่า และเดินทางกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ
* 12.05 น. เดินทางกลับสู่ ประเทศไทยเที่ยวบินที่ WE310
(14:35) ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
** หากท่านที่ต้องออกตั๋วภายใน (เครื่องบิน รถทัวร์ รถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋วเนื่องจาก สายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ท หรือ เวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า **

หมายเหตุ :อัตราค่าบริการข้างต้น เป็นราคาตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่น จากสายการบิน ดังนั้นเมื่อท่านตกลงเดินทาง จ่ายค่าจอง ค่าทัวร์แล้ว มิสามารถเปลี่ยนแปลง เลื่อน ยกเลิกการเดินทางได้ บริษัทฯขอสงวนสิทธิในการคืนเงินค่าจอง ค่าทัวร์ ในทุกกรณี และกรณีที่ท่านเดินทางมาจากต่างจังหวัดโดยเครื่องบินภายในประเทศ กรุณาแจ้งบริษัทก่อนทำการจองตั๋วเครื่อง มิฉะนั้นบริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น กรณีกรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้

อัตราค่าบริการรวม:

ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ พร้อมที่พัก 2คืน พักห้องละ  2-3ท่าน  อาหารทัวร์ (เช้า กลางวัน และเย็นหรือค่ำตามรายการ) บัตรท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ค่ารถ ค่าจอดรถ ค่าทางด่วน ค่ามัคคุเทศก์ ค่าน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 20กก. ค่าประกันอุบัติเหตุตามกรมธรรม์วงเงิน1,000,000บาทค่ารักษาพยาบาลโดยความคุ้มครองเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทฯประกันภัยที่บริษัททำไว้(ไม่ครอบคลุมประกันสุขภาพ)**รวมค่าภาษีสนามบินทุกแห่งและค่าภาษีน้ำมันของสายการบินตามรายการ   *ค่าบริการนี้รับเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่านั้น  

ราคาทัวร์ไม่รวม:

ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่ม โทรศัพท์ โทรสาร มินิบาร์ ทีวีช่องพิเศษ ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าซักรีด ค่าสัมภาระที่หนักเกินสายการบินกำหนด (ปกติ 20 กก.) ค่าวีซ่าพาสปอร์ตต่างด้าว  ค่าภาษีการบริการ  3%  ภาษีมูลค่าเพิ่ม  7%, นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ(เก็บเพิ่ม 800บาท) , 

ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น,คนขับรถ 1,000บาท ต่อทริป/ท่าน ,หัวหน้าทัวร์ 300บาท ต่อทริป/ท่าน

 เงื่อนไขในการจอง:

มัดจำท่านละ 5,000 บาทต่อท่าน  และ ชำระส่วนที่เหลือก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วันล่วงหน้า (การไม่ชำระเงินค่ามัดจำ หรือชำระไม่ครบ หรือเช็คธนาคารถูกระงับการจ่ายไม่ว่าด้วยสาเหตุใดใด ผู้จัดมีสิทธิยกเลิกการจองหรือยกเลิกการเดินทาง)

เอกสารที่ประกอบการเดินทาง  
หนังสือเดินทางเหลืออายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน นับจากวันหมดอายุ นับจากวันเดินทางไป-กลับ  **กรุณาตรวจสอบก่อนส่งให้บริษัทมิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบกรณีพาสปอร์ตหมดอายุและด่านตรวจปฏิเสธการออกและเข้าเมืองท่าน*** กรุณาส่งพร้อมพร้อมหลักฐานการโอนเงินมัดจำ หรือส่งพร้อมยอดคงเหลือ

การยกเลิกการจอง:

เนื่องจากเป็นราคาโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบินเป็นราคาแบบซื้อขาด เมื่อท่านตกลงจองทัวร์โดยจ่ายเงินมัดจำ หรือ ค่าทัวร์ทั้งหมดแล้ว ขอสงวนสิทธิในการยกเลิก การเดินทาง หรือ เลื่อนการเดินทาง ขอคืนเงินไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น

หมายเหตุ

กรุณาอ่านศึกษารายละเอียดทั้งหมดก่อนทำการจอง เพื่อความถูกต้องและความเข้าใจตรงกันระหว่างท่านลูกค้าและบริษัทฯ และเมื่อท่านชำระเงินค่าจอง และหรือ ค่าทัวร์แล้ว ถือว่าท่านยอมรับเงื่อนไขของบริษัทแล้ว
 1) ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทางต่ำกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้กับท่านได้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย  7 วันก่อนการเดินทาง

2) ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่สามารถแก้ไขได้
3) ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดจากสายการบิน การนัดหยุดงาน  ภัยธรรมชาติ การก่อจลาจล การปฏิวัติ อุบัติเหตุ และอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางผู้จัด หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่าง ๆ  
4) ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตามสถานการณ์ที่มีการปรับขึ้นจากภาษีเชื้อเพลิงที่ทางสายการบินอาจจะมีการเรียกเก็บเพิ่มเติม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินและตามตารางบินของสายการบิน  
5) หากมีการถอนตัวหรือไม่ได้ใช้บริการตามที่จองระบุเอาไว้หรือก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ผู้จัดถือว่าผู้ท่องเที่ยวสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ได้ชำระไว้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ท่านได้จ่ายให้กับผู้จัด เป็นการชำระแบบยืนยันการใช้บริการแบบผู้จัดเป็นตัวแทนนายหน้า ผู้จัดได้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้แก่ผู้ให้บริการในแต่ละแห่งแบบชำระเต็มมีเงื่อนไข  
6) กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจากสายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ ผู้จัดจะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะประสานงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า แต่จะไม่คืนเงินให้สำหรับค่าบริการนั้น ๆ

7) การประกันภัย ที่บริษัทได้ทำไว้สำหรับความคุ้มครองผู้เดินทาง เป็นการการประกันอุบัติเหตุจากการเดินทางท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมถึง สุขภาพ การเจ็บไข้ได้ป่วย ท่านสามารถขอดูเงื่อนไขกรมธรรมของบริษัทได้ และทางบริษัทถือว่าท่านได้เข้าใจและยอมรับข้อตกลงแล้วเมื่อท่านชำระเงินค่าทัวร์   (ท่านสามารถซื้อประกันสุขภาพ ในระหว่างการเดินทางได้ จากบริษัท ประกันทั่วไป)
7) มัคคุเทศก์ พนักงานและตัวแทนของผู้จัด ไม่มีสิทธิในการให้คำสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้นแทนผู้จัด  นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของผู้จัดกำกับเท่านั้น
8) ผู้จัดจะไม่รับผิดชอบและไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้เนื่องจากเป็นการเหมาจ่ายกับตัวแทนต่างๆ ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ผ่านการพิจารณาในการตรวจคนเข้าเมือง-ออกเมือง ไม่ว่าจะเป็นกองตรวจคนเข้าเมืองหรือกรมแรงงานของทุกประเทศในรายการท่องเที่ยว อันเนื่องมาจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย การหลบหนี เข้าออกเมือง เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น ๆ 


"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2020 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th
กดโทร
ทักเฟสบุค
ไลน์หาเรา