แชร์ LINE
โหลด PDF
จองทัวร์นี้ !
(ปิดการขาย) IN19 ทัวร์อินเดีย แคชเมียร์ อัครา เดลี เยือนสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย ชมพระอาทิตย์ขึ้น ทัชมาฮาล เทศกาลชมดอกทิวลิปที่ใหญ่ที่สุดแห่งเอเชีย 6 วัน 4 คืนโดยสายการบิน JET AIRWAYS (9W)
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
ทัวร์อินเดีย แคชเมียร์ อัครา เดลี เยือนสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย ชมพระอาทิตย์ขึ้น ทัชมาฮาล เทศกาลชมดอกทิวลิปที่ใหญ่ที่สุดแห่งเอเชีย 6 วัน 4 คืนโดยสายการบิน JET AIRWAYS (9W)
พิเศษ !! ล่องเรือชิคารา (เรือพายโบราณ)
เที่ยวอินเดีย กุลมาร์คแดนทุ่งหญ้าของดอกไม้ เยือนเทือกเขากุลมาร์ค ชมสวนโมกุลสวรรค์แห่งดอกไม้ สวนชาลิมาร์ และสวนนิชาท เพลิดเพลินไปกับทะเลสาบดาล แวะชมสวนแอปเปิ้ล พาฮาลแกมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ชมวิวเทือกเขาหิมาลัย เดินทางสู่เมืองเดลีเมืองหลวงอินเดีย เมืองอัครา ชมพระอาทิตย์ขึ้นทัชมาฮาล ชมมรดกโลกอัครา ฟอร์ท เยือนเมืองเดลี ชมประตูเมืองอินเดีย และช้อปปิ้งตลาดพื้นเมืองจันปาท

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) / สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี / สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี / สนามบินศรีนาคา / รัฐแคชเมียร์ (Kashmir) / เมืองศรีนาคา (Srinagar) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / Royal Group of Houseboats
วันที่ 2: บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / กุลมาร์ค (Gulmarg) / กุลมาร์ค กอนโดล่า / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / สวนโมกุล (Mughal Gardens) / สวนชาลิมาร์ (Shalimar Bagh) / สวนนิชา บากห์ / ทะเลสาบดาล (Dal Lake) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / Royal Group of Houseboats
วันที่ 3: บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / พาฮาลแกม (Pahalgam) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / เทือกเขาหิมาลัย / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / Royal Group of Houseboats
วันที่ 4: บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / สนามบินศรีนาคา / สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / เมืองอัครา / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / Hotel Pushp Villa
วันที่ 5: ทัชมาฮาล / บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / อัครา ฟอร์ท (Agra Fort) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร / เมืองเดลี (Delhi) / ประตูเมืองอินเดีย (India Gate) / ตลาดพื้นเมืองจันปาท / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี
วันที่ 6: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
13 มื้อ 4 คืน

มีการเข้าชมทั้งหมด: 3,970 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 1 คน          

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

Jet Airways (9W)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 01 มี.ค.62)
ศ.  29 มี.ค.-03 เม.ย.
27,999.- Jet Airways เต็มเหลือ 11 ที่
ส.  06-11 เม.ย.
(ชดเชยวันจักรี)
28,999.- Jet Airways เหลือ 9 ที่
พฤ.  11-16 เม.ย.
(ชดเชยวันสงกรานต์)
30,999.- Jet Airways เหลือ 11 ที่
ส.  13-18 เม.ย.
(ชดเชยวันสงกรานต์)
30,999.- Jet Airways เหลือ 9 ที่
ศ.  26 เม.ย.-01 พ.ค.
(วันแรงงาน)
28,999.- Jet Airways เหลือ 10 ที่
ส.  27 เม.ย.-02 พ.ค.
(วันแรงงาน)
28,999.- Jet Airways เหลือ 6 ที่

ตารางบิน
Jet Airways (9W) เวลาบินขาไป 08:40 - 12:00 BKK - DEL 9W65
เวลาบินขากลับ 23:25 - 05:00 DEL - BKK 9W64

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
วันที่ 1
ช่วงเช้า
(05:30) ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
* 08.40 น. บินลัดฟ้าสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Jet Airways เที่ยวบินที่ 9W65 (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง) พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
ช่วงบ่าย
(12:00) สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี
ถึงสนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชม. ขอให้ทุกท่านตั้งเวลาใหม่เพื่อไม่สับสน เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย)
ถึงสนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชม. ขอให้ทุกท่านตั้งเวลาใหม่เพื่อไม่สับสน เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย)
สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี
สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี
ถึงสนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชม. ขอให้ทุกท่านตั้งเวลาใหม่เพื่อไม่สับสน เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย)
ถึงสนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชม. ขอให้ทุกท่านตั้งเวลาใหม่เพื่อไม่สับสน เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย)
สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี
* ......... น. บินลัดฟ้าสู่ สนามบินศรีนาคา รัฐแคชเมียร์ โดยสายการบิน ......... เที่ยวบินที่ ......... (ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) ไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ** คำแนะนำเกี่ยวกับกระเป๋าสัมภาระ ** เนื่องจากเที่ยวบินภายในประเทศอินเดีย มีการจำกัดน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระ อนุญาตให้โหลดกระเป๋าสัมภาระลงใต้ท้องเครื่องบินได้ ท่านละ ไม่เกิน 20 กก. (จำนวน 1 ใบ/ท่าน) และสามารถนำขึ้นเครื่องได้ ท่านละ ไม่เกิน 7 กก. (จำนวน 1 ใบ/ท่าน) หากมีน้ำหนักเกินกรณีนี้สายการบินจำเป็นต้องเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งลูกค้าจำเป็นต้องชำระเองตามจริงทั้งหมด จึงขอความร่วมมือในการคำนวณน้ำหนักสัมภาระก่อนเดินทางทุกครั้ง หมายเหตุ: เที่ยวบิน โปรแกรม และเมืองที่พักอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม ให้สอดคล้องกับเวลา สถานการณ์ และสภาพอากาศ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
สนามบินศรีนาคา
เดินทางถึงสนามบินศรีนาคา เช็คสัมภาระแล้วนำท่านเดินทางสู่เมืองแคชเมียร์โดยนั่งรถท้องถิ่น คันละ 5 ท่าน รถท้องถิ่นจะไม่มีแอร์เนื่องจากอุณหภูมิที่ศรีนาคาเฉลี่ยประมาณ 15 องศา อากาศจะเย็นสบายตลอดปี
เดินทางถึงสนามบินศรีนาคา เช็คสัมภาระแล้วนำท่านเดินทางสู่เมืองแคชเมียร์โดยนั่งรถท้องถิ่น คันละ 5 ท่าน รถท้องถิ่นจะไม่มีแอร์เนื่องจากอุณหภูมิที่ศรีนาคาเฉลี่ยประมาณ 15 องศา อากาศจะเย็นสบายตลอดปี
สนามบินศรีนาคา
รัฐแคชเมียร์ (Kashmir)
รัฐแคชเมียร์ (Kashmir) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศอินเดีย หรือที่ได้รับขนานนามว่า “ดินแดนสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย” เป็นดินแดนกลางเทือกเขาหิมาลัยที่มีธรรมชาติสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ แคชเมียร์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรัฐที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศที่คล้ายคลึงกับประเทศฝั่งยุโรป เนื่องจากมีทั้งแบบเทือกเขา พื้นที่ราบบนภูเขา ภูเขาหิมะ ทุ่งหญ้า และทะเลสาบ และที่สำคัญแคชเมียร์เป็นเมืองที่สามารถเที่ยวได้ตล (อ่านต่อ)
รัฐแคชเมียร์ (Kashmir) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศอินเดีย หรือที่ได้รับขนานนามว่า “ดินแดนสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย” เป็นดินแดนกลางเทือกเขาหิมาลัยที่มีธรรมชาติสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ แคชเมียร์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรัฐที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศที่คล้ายคลึงกับประเทศฝั่งยุโรป เนื่องจากมีทั้งแบบเทือกเขา พื้นที่ราบบนภูเขา ภูเขาหิมะ ทุ่งหญ้า และทะเลสาบ และที่สำคัญแคชเมียร์เป็นเมืองที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
รัฐแคชเมียร์ (Kashmir)
* ในช่วงประมาณฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อนจะเข้าสู่ห้วงแห่งทุ่งหญ้าและทุ่งดอกไม้ และที่สำคัญในช่วงประมาณเดือนมีนาคม - เมษายนของทุกปี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในปีนั้นๆ) จะเป็นเดือนของการเริ่มต้นเทศกาลดอกทิวลิปอินทิรา คานธี (The Indira Gandhi Memorial Tulip Garden) เทศกาลดอกทิวลิปที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
เมืองศรีนาคา (Srinagar)
นำท่านเดินทางไปยัง เมืองศรีนาคา (Srinagar) หรือรูจักกันในอีกชื่อ “ศรีนคร” เมืองหลวงของรัฐแคชเมียร์ ซึ่งเมืองหลวงแห่งนี้ตั้งอยู่ที่หุบเขาแคชเมียร์ เป็นที่ยอมรับในหมู่นักท่องเที่ยวว่าเป็นดินแดนแห่งทะเลสาบ สายน้ำ สวนดอกไม้ รวมถึงศิลปะงานฝีมือที่ผลิตมาจากไม้ ด้วยความที่ชาวเมืองมีวิถีชีวิตอยู่คู่กับสายน้ำ
นำท่านเดินทางไปยัง เมืองศรีนาคา (Srinagar) หรือรูจักกันในอีกชื่อ “ศรีนคร” เมืองหลวงของรัฐแคชเมียร์ ซึ่งเมืองหลวงแห่งนี้ตั้งอยู่ที่หุบเขาแคชเมียร์ เป็นที่ยอมรับในหมู่นักท่องเที่ยวว่าเป็นดินแดนแห่งทะเลสาบ สายน้ำ สวนดอกไม้ รวมถึงศิลปะงานฝีมือที่ผลิตมาจากไม้ ด้วยความที่ชาวเมืองมีวิถีชีวิตอยู่คู่กับสายน้ำ
เมืองศรีนาคา (Srinagar)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Royal Group of Houseboats
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Royal Group of Houseboats (Deluxe Houseboat) หรือเทียบเท่า
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Royal Group of Houseboats (Deluxe Houseboat) หรือเทียบเท่า
Royal Group of Houseboats
วันที่ 2
ช่วงเช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเพิ่มพลังด้วยอาหารเช้าแสนอร่อย ณ โรงแรมเพื่อ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันนี้
นำท่านเพิ่มพลังด้วยอาหารเช้าแสนอร่อย ณ โรงแรมเพื่อ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันนี้
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
กุลมาร์ค (Gulmarg)
นำท่านเดินทางสู่ กุลมาร์ค (Gulmarg) หรือ “แดนทุ่งหญ้าของดอกไม้ (Meadow of Gold)” เป็นเทือกเขาอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,730 เมตร ตั้งอยู่ห่างจากเมืองศรีนาคาประมาณ 56 กิโลเมตร เดิมมีชื่อเรียกว่า เการิมาร์ค ก่อตั้งโดยศุลต่านยูซุปชาร์ ช่วงศตวรรษที่ 16 และที่สำคัญที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟที่มีหลุมถึง 18 หลุม ที่ยังสูงที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่สามารถเล่นสกีน้ำแข็ง ซึ่งกุลมาร์คเป็นหนึ่ง (อ่านต่อ)
นำท่านเดินทางสู่ กุลมาร์ค (Gulmarg) หรือ “แดนทุ่งหญ้าของดอกไม้ (Meadow of Gold)” เป็นเทือกเขาอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,730 เมตร ตั้งอยู่ห่างจากเมืองศรีนาคาประมาณ 56 กิโลเมตร เดิมมีชื่อเรียกว่า เการิมาร์ค ก่อตั้งโดยศุลต่านยูซุปชาร์ ช่วงศตวรรษที่ 16 และที่สำคัญที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟที่มีหลุมถึง 18 หลุม ที่ยังสูงที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่สามารถเล่นสกีน้ำแข็ง ซึ่งกุลมาร์คเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งแห่งที่ต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต เทือกเขากุลมาร์คได้รับการยอมรับจากผู้คนมากมายว่าเป็นสถานที่ที่มีทัศนียภาพที่สวยงามแห่งหนึ่งของโลก ถือว่าเป็นความงดงามที่มาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะช่วงไหนๆ ก็สามารถเที่ยวชมได้อย่างไม่มีเบื่อ พร้อมสัมผัสความสวยงามที่แตกต่างกับสี่ฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นช่วงใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือจะฤดูหิมะเก๋ๆในช่วงฤดูหนาว และถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนแต่ที่นี่ก็มีอากาศเย็นสบายไม่ร้อนมาก
กุลมาร์ค (Gulmarg)
กุลมาร์ค กอนโดล่า
นำทุกท่านไปยัง สถานีกุลมาร์ค กอนโดล่า และนำท่านนั่ง กุลมาร์ค กอนโดล่า กระเช้าลอยฟ้าที่มีความสูงที่สุดในโลก มีความสูง 3,979 เมตรจากระดับน้ำทะเล **(ราคาโปรแกรมนี้รวมค่าตั๋วสำหรับนั่งกุลมาร์ค กอนโดล่า)** เพื่อขึ้นไปยังสถานีกงโดรีบนเขา (เฟสที่ 1) ด้วยระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร นำทุกท่านไปยัง สถานีกุลมาร์ค กอนโดล่า และนำท่านนั่ง กุลมาร์ค กอนโดล่า กระเช้าลอยฟ้าที่มีความสูงที่สุดในโลก มีความสูง 3,979 เมตรจ (อ่านต่อ)
นำทุกท่านไปยัง สถานีกุลมาร์ค กอนโดล่า และนำท่านนั่ง กุลมาร์ค กอนโดล่า กระเช้าลอยฟ้าที่มีความสูงที่สุดในโลก มีความสูง 3,979 เมตรจากระดับน้ำทะเล **(ราคาโปรแกรมนี้รวมค่าตั๋วสำหรับนั่งกุลมาร์ค กอนโดล่า)** เพื่อขึ้นไปยังสถานีกงโดรีบนเขา (เฟสที่ 1) ด้วยระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร นำทุกท่านไปยัง สถานีกุลมาร์ค กอนโดล่า และนำท่านนั่ง กุลมาร์ค กอนโดล่า กระเช้าลอยฟ้าที่มีความสูงที่สุดในโลก มีความสูง 3,979 เมตรจากระดับน้ำทะเล **(ราคาโปรแกรมนี้รวมค่าตั๋วสำหรับนั่งกุลมาร์ค กอนโดล่า)** เพื่อขึ้นไปยังสถานีกงโดรีบนเขา (เฟสที่ 1) ด้วยระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร
กุลมาร์ค กอนโดล่า
* กรณีที่ลูกค้าต้องการนั่งกระเช้ากุลมาร์ค กอนโดล่า ต่อไปยังเฟส 2 (เพื่อขึ้นไปชมทัศนียภาพอันสวยงาม และวิวยอดเขานันกาพาร์บัต (Nanga Parbat) หรือวิวของเทือกเขาหิมาลัย) สามารถแจ้งหัวหน้าทัวร์ได้โดยมี ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมท่านละประมาณ 18 USD/ท่าน
* **(ราคาโปรแกรมนี้รวมค่าตั๋วสำหรับนั่งกุลมาร์ค กอนโดล่า)**
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
สวนโมกุล (Mughal Gardens)
นำท่านเดินทางสู่ สวนโมกุล (Mughal Gardens) หรืออีกหนึ่งฉายาที่ทุกคนรู้จัก สวรรค์แห่งดอกไม้ ตั้งอยู่ทาง ทิศตะวันออกของทะเลสาบดาล ถูกสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิอักบาร์ ซึ่งขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ. 1585 พระองค์ทรง ครองเมืองและสร้างสวนนี้โดยช่างฝีมือดี สวนแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งภายในสวนมีการประดับตกแต่งในแบบสไตล์สวนเปอร์เชีย ซึ่งประกอบไปด้วย สระน้ำ ลำธาร และแปลงดอกไม้นานาพันธุ์ พร้อมกับลานน้ำพุที่ถู (อ่านต่อ)
นำท่านเดินทางสู่ สวนโมกุล (Mughal Gardens) หรืออีกหนึ่งฉายาที่ทุกคนรู้จัก สวรรค์แห่งดอกไม้ ตั้งอยู่ทาง ทิศตะวันออกของทะเลสาบดาล ถูกสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิอักบาร์ ซึ่งขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ. 1585 พระองค์ทรง ครองเมืองและสร้างสวนนี้โดยช่างฝีมือดี สวนแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งภายในสวนมีการประดับตกแต่งในแบบสไตล์สวนเปอร์เชีย ซึ่งประกอบไปด้วย สระน้ำ ลำธาร และแปลงดอกไม้นานาพันธุ์ พร้อมกับลานน้ำพุที่ถูกสร้างขึ้นทอดยาวจากที่ต่ำขึ้นที่สูง หันหน้าสู่ทะเลสาบดาล
สวนโมกุล (Mughal Gardens)
* ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน จะเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้เมืองหนาวจะออกดอกผลิบานได้อย่างสวยงาม และเป็นจุดเริ่มต้นของเทศกาลดอกทิวลิปอินทิรา คานธี (The Indira Gandhi Memorial Tulip Garden) เทศกาลดอกทิวลิปที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ** (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในปีนั้นๆ แต่โดยปรมาณช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ของทุกปีจะเป็นช่วงที่ดอกทิวลิปเริ่มผลิบาน)** ประกอบไปด้วยหลากหลายสายพันธุ์ และหลากสีสัน อาทิเช่น สีแดง ชมพู เหลือง ม่วง ขาว เป็นต้น
สวนชาลิมาร์ (Shalimar Bagh)
นำทุกท่านไปยัง สวนชาลิมาร์ (Shalimar Bagh) ถูกสร้างขึ้นในสมัย จักรพรรดิจาฮันจีร์ โดยพระองค์สร้างขึ้นเพื่อพระมเหสีเนอร์ เจฮัน ซึ่งเป็นผู้หญิงที่พระองค์ทรงรัก และเป็นสถานที่ประทับในช่วงฤดูร้อน สวนแห่งนี้ถือว่าเป็นพื้นที่ของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมความสวยงามโดยเฉพาะบันไดที่ถูกสร้างขึ้นทอดผ่านให้เดินไปยังเนินด้านบนซึ่งเป็นที่ต (อ่านต่อ)
นำทุกท่านไปยัง สวนชาลิมาร์ (Shalimar Bagh) ถูกสร้างขึ้นในสมัย จักรพรรดิจาฮันจีร์ โดยพระองค์สร้างขึ้นเพื่อพระมเหสีเนอร์ เจฮัน ซึ่งเป็นผู้หญิงที่พระองค์ทรงรัก และเป็นสถานที่ประทับในช่วงฤดูร้อน สวนแห่งนี้ถือว่าเป็นพื้นที่ของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมความสวยงามโดยเฉพาะบันไดที่ถูกสร้างขึ้นทอดผ่านให้เดินไปยังเนินด้านบนซึ่งเป็นที่ตั้งของน้ำพุ
สวนชาลิมาร์ (Shalimar Bagh)
สวนนิชา บากห์
ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทาง ชมสวนชาลิมาร์ ที่เป็นสวนแบบราชวงศ์โมกุลซึ่งเป็นสวนแห่งความรักของ มหาราชา ชาฮังคี จากนั้นนำท่าน ชมสวนนิชา บากห์ โดยมีต้นเมเปิ้ลอายุกว่า 400 ปี รวมทั้งพันธุ์ไม้นานาชนิดและดอกไม้ตามฤดูกาล ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีดอกทิวลิปบานสะพรั่ง (ประมาณเดือน ก.พ. – มี.ค.) สวนแห่งนี้สร้างโดย ยอซาฟ คาน มีความงดงามที่สุดที่จะหาคำบรรยายได้ ให้ท่านเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปกับดอกไม้ที่แสนสวย และผ่าน (อ่านต่อ)
ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทาง ชมสวนชาลิมาร์ ที่เป็นสวนแบบราชวงศ์โมกุลซึ่งเป็นสวนแห่งความรักของ มหาราชา ชาฮังคี จากนั้นนำท่าน ชมสวนนิชา บากห์ โดยมีต้นเมเปิ้ลอายุกว่า 400 ปี รวมทั้งพันธุ์ไม้นานาชนิดและดอกไม้ตามฤดูกาล ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีดอกทิวลิปบานสะพรั่ง (ประมาณเดือน ก.พ. – มี.ค.) สวนแห่งนี้สร้างโดย ยอซาฟ คาน มีความงดงามที่สุดที่จะหาคำบรรยายได้ ให้ท่านเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปกับดอกไม้ที่แสนสวย และผ่านชมเมืองเก่าแคชเมียร์ที่ตั้งเมืองหลวงฤดูร้อนของกษัตริย์ในราชวงศ์โมกุล ที่สร้างเป็นลักษณะเฉพาะหรือเรียกได้ว่าเป็นศิลปะแคชเมียร์ (หากมีเวลาพอ นำท่านชมโรงงานผ้าไหม และช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง)ได้เวลาสมควรเดินทางกลับที่พัก
สวนนิชา บากห์
ทะเลสาบดาล (Dal Lake)
นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบดาล (Dal Lake) เป็นทะเลสาบที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในแคชเมียร์ ถือว่าเป็นทะเลสาบที่ขึ้น ชื่อและมีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยว ทะเลสาบแห่งนี้มีเกาะกลางทะเลสาบเป็นหย่อมๆ หรือสวนผักกลางน้ำ และยังเป็น ตลาดน้ำที่ในช่วงเช้าจะมีพ่อค้าต่างๆพายเรือมาขายของ อาทิ ผักหรือผลไม้ต่างๆ
นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบดาล (Dal Lake) เป็นทะเลสาบที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในแคชเมียร์ ถือว่าเป็นทะเลสาบที่ขึ้น ชื่อและมีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยว ทะเลสาบแห่งนี้มีเกาะกลางทะเลสาบเป็นหย่อมๆ หรือสวนผักกลางน้ำ และยังเป็น ตลาดน้ำที่ในช่วงเช้าจะมีพ่อค้าต่างๆพายเรือมาขายของ อาทิ ผักหรือผลไม้ต่างๆ
ทะเลสาบดาล (Dal Lake)
* พิเศษ!! นำทุกท่านลงเรือ “ชิคารา” หรือเรือพายโบราณ เพื่อชมวิวทิวทัศน์บรรยากาศสุดโรแมนติก และความงามวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งหากใครที่มาเยือนแคชเมียร์แล้วไม่ได้มาล่องเรือชิคาราถือว่ามาไม่ถึง
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Royal Group of Houseboats
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Royal Group of Houseboats (Deluxe Houseboat) หรือเทียบเท่า
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Royal Group of Houseboats (Deluxe Houseboat) หรือเทียบเท่า
Royal Group of Houseboats
วันที่ 3
ช่วงเช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเพิ่มพลังด้วยอาหารเช้าแสนอร่อย ณ โรงแรมเพื่อ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันนี้
นำท่านเพิ่มพลังด้วยอาหารเช้าแสนอร่อย ณ โรงแรมเพื่อ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันนี้
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
พาฮาลแกม (Pahalgam)
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง พาฮาลแกม (Pahalgam) ขึ้นชื่อในเรื่องของความงดงามของวิวทิวทัศน์ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหิมาลัย ป่าสนเขียวสด และแม่น้ำลิดเดอร์ อันใสเย็น และในช่วงฤดูร้อนจะมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่ปลูกหญ้าฝรั่งซึ่งเป็นพืชดอกสีม่วงที่นิยมใช้ประโยชน์จากเกสรสีแดงของมันในการผสมสุรา อาหาร และลูกอมลูกกวาดเพื่อให้มีกลิ่นหอม ระหว่างทางแวะชม สวนแอปเปิ้ล (The Apple Orchards) (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง พาฮาลแกม (Pahalgam) ขึ้นชื่อในเรื่องของความงดงามของวิวทิวทัศน์ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหิมาลัย ป่าสนเขียวสด และแม่น้ำลิดเดอร์ อันใสเย็น และในช่วงฤดูร้อนจะมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่ปลูกหญ้าฝรั่งซึ่งเป็นพืชดอกสีม่วงที่นิยมใช้ประโยชน์จากเกสรสีแดงของมันในการผสมสุรา อาหาร และลูกอมลูกกวาดเพื่อให้มีกลิ่นหอม ระหว่างทางแวะชม สวนแอปเปิ้ล (The Apple Orchards) นำท่านเยี่ยมชมต้นแอปเปิ้ล และผลแอปเปิ้ลที่กำออกดอกออกผลมากมาย
พาฮาลแกม (Pahalgam)
* **(ทั้งนี้ในช่วงเวลาที่ทุกท่านเดินทางผลแอปเปิ้ลอาจจะยังไม่โตเต็มที่เท่าที่ควรขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในเดือนนั้นๆ)**
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เทือกเขาหิมาลัย
จากนั้นพาท่านชมความงามของเทือกเขาหิมาลัยที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งตลอดทั้งปี (ค่าขี่ม้า 1,000 รูปี /ต่อคนไม่รวมในค่าทัวร์ – สอบถามราคากับหัวหน้าทัวร์หรือไกด์ท้องถิ่นอีกครั้ง) ชมภูเขา สายน้ำ ลำธารและสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมืองที่นั่นจนเพลิดเพลินแทบไม่อยากจากมาเหมือนผีเสื้อที่บินอยู่ในแดนสวรรค์ ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่ศรีนาคา
จากนั้นพาท่านชมความงามของเทือกเขาหิมาลัยที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งตลอดทั้งปี (ค่าขี่ม้า 1,000 รูปี /ต่อคนไม่รวมในค่าทัวร์ – สอบถามราคากับหัวหน้าทัวร์หรือไกด์ท้องถิ่นอีกครั้ง) ชมภูเขา สายน้ำ ลำธารและสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมืองที่นั่นจนเพลิดเพลินแทบไม่อยากจากมาเหมือนผีเสื้อที่บินอยู่ในแดนสวรรค์ ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่ศรีนาคา
เทือกเขาหิมาลัย
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Royal Group of Houseboats
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Royal Group of Houseboats (Deluxe Houseboat) หรือเทียบเท่า
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Royal Group of Houseboats (Deluxe Houseboat) หรือเทียบเท่า
Royal Group of Houseboats
วันที่ 4
ช่วงเช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเพิ่มพลังด้วยอาหารเช้าแสนอร่อย ณ โรงแรมเพื่อ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันนี้
นำท่านเพิ่มพลังด้วยอาหารเช้าแสนอร่อย ณ โรงแรมเพื่อ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันนี้
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
สนามบินศรีนาคา
เดินทางถึงสนามบินศรีนาคา เช็คสัมภาระแล้วนำท่านเดินทางสู่เมืองแคชเมียร์โดยนั่งรถท้องถิ่น คันละ 5 ท่าน รถท้องถิ่นจะไม่มีแอร์เนื่องจากอุณหภูมิที่ศรีนาคาเฉลี่ยประมาณ 15 องศา อากาศจะเย็นสบายตลอดปี
เดินทางถึงสนามบินศรีนาคา เช็คสัมภาระแล้วนำท่านเดินทางสู่เมืองแคชเมียร์โดยนั่งรถท้องถิ่น คันละ 5 ท่าน รถท้องถิ่นจะไม่มีแอร์เนื่องจากอุณหภูมิที่ศรีนาคาเฉลี่ยประมาณ 15 องศา อากาศจะเย็นสบายตลอดปี
สนามบินศรีนาคา
* ......... น. บินลัดฟ้าสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี โดยสายการบิน ......... เที่ยวบินที่ ......... (ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) ไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี
ถึงสนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชม. ขอให้ทุกท่านตั้งเวลาใหม่เพื่อไม่สับสน เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย)
ถึงสนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชม. ขอให้ทุกท่านตั้งเวลาใหม่เพื่อไม่สับสน เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย)
สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองอัครา
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอัครา เมืองที่เป็นสถานที่ตั้งอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ทัชมาฮาล และเคยเป็นศูนย์กลางปกครองของอินเดียสมัยราชวงศ์โมกุล อัคระ อดีตเมืองหลวงของอินเดียในสมัยที่ยังเรียกว่า ฮินดูสถาน เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมนา ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ในรัฐอุตตรประเทศ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลัคเนาว์ เป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศ เมืองอัคระมีประชากรทั้งหมด 1,686,976 คน (ปีค.ศ. 2010) ถือเป็นหน (อ่านต่อ)
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอัครา เมืองที่เป็นสถานที่ตั้งอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ทัชมาฮาล และเคยเป็นศูนย์กลางปกครองของอินเดียสมัยราชวงศ์โมกุล อัคระ อดีตเมืองหลวงของอินเดียในสมัยที่ยังเรียกว่า ฮินดูสถาน เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมนา ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ในรัฐอุตตรประเทศ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลัคเนาว์ เป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศ เมืองอัคระมีประชากรทั้งหมด 1,686,976 คน (ปีค.ศ. 2010) ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในรัฐอุตตรประเทศ และอันดับที่ 19 ในประเทศอินเดีย
เมืองอัครา
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Hotel Pushp Villa
ระดับ 3 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองอักรา
ระดับ 3 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองอักรา
Hotel Pushp Villa
วันที่ 5
ช่วงเช้า
ทัชมาฮาล
นำท่านเข้าชมทัชมาฮาล แหล่งมรดกโลกเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่สำคัญของโลก ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่และอมตะของพระเจ้าชาห์จาฮันที่มีต่อพระนางมุมตัซ โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1631 ต่อมานำท่านเดินสู่ประตูสุสานที่สลักตัวหนังสือภาษาอาระบิคที่เป็นถ้อยคำอุทิศและอาลัยต่อบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไป และนำท่านถ่ายรูปกับลานน้ำพุที่มีอาคารทัชมาฮาลอยู่เบื้องหลัง แล้วนำท่านเข้าสู่ตัวอาคารที่สร้างจากหินอ่อนส (อ่านต่อ)
นำท่านเข้าชมทัชมาฮาล แหล่งมรดกโลกเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่สำคัญของโลก ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่และอมตะของพระเจ้าชาห์จาฮันที่มีต่อพระนางมุมตัซ โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1631 ต่อมานำท่านเดินสู่ประตูสุสานที่สลักตัวหนังสือภาษาอาระบิคที่เป็นถ้อยคำอุทิศและอาลัยต่อบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไป และนำท่านถ่ายรูปกับลานน้ำพุที่มีอาคารทัชมาฮาลอยู่เบื้องหลัง แล้วนำท่านเข้าสู่ตัวอาคารที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากเมืองมกรานะ ที่ประดับลวดลายด้วยเทคนิคฝังหินสีต่างๆ ลงไปในเนื้อหิน ที่เป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกที่ออกแบบโดยช่างจากเปอร์เซีย โดยอาคารตรงกลางจะเป็นรูปโดมซึ่งมีหอคอยสี่เสาล้อมรอบ ตรงกลางด้านในเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล และ พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้อยู่คู่เคียงกันตลอดชั่วนิรันดร์ ทัชมาฮาลแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 12 ปี โดยสิ้นเงินไป 41 ล้านรูปี มีการใช้ทองคำประดับตกแต่งส่วนต่างๆ ของอาคาร หนัก 500 กิโลกรัม และใช้คนงานกว่า 20,000 คน ต่อมานำท่านเดินอ้อมไปด้านหลังที่ติดกับแม่น้ำยมุนาโดยฝั่งตรงกันข้ามจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถูกปรับดินแล้ว โดยเล่ากันว่าพระเจ้าชาห์จาฮันเตรียมที่จะสร้างสุสานของตัวเองเป็นหินอ่อนสีดำโดยตัวรูปอาคารจะเป็นแบบเดียวกันกับทัชมาฮาล เพื่อที่จะอยู่เคียงข้างกัน แต่ถูกออรังเซบ ยึดอำนาจและนำตัวไปคุมขังไว้ในป้อมอักราเสียก่อน
ทัชมาฮาล
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าตรู่
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเพิ่มพลังด้วยอาหารเช้าแสนอร่อย ณ โรงแรมเพื่อ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันนี้
นำท่านเพิ่มพลังด้วยอาหารเช้าแสนอร่อย ณ โรงแรมเพื่อ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันนี้
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
อัครา ฟอร์ท (Agra Fort)
จากนั้นนำท่านเข้าชมอัครา ฟอร์ท (Agra Fort)แหล่งมรดกโลก ทิ่ติดริมแม่น้ำยมุนาสร้างโดยพระเจ้าอัคบาร์มหาราชแห่งราชวงศ์โมกุล เมื่อปี ค.ศ. 1565 เป็นทั้งพระราชวังที่ประทับและเป็นป้อมปราการ ต่อมาพระโอรส คือ พระเจ้าชาฮันกีร์ และพระนัดดา (โอรสของพระเจ้าชาฮันกีร์) พระเจ้าชาห์จาฮานได้สร้างขยายต่อเติมป้อมและพระราชวังแห่งนี้อย่างใหญ่โต และนำท่านเข้าชมป้อมผ่านประตู อำมรรสิงห์ เข้าสู่ส่วนที่เป็นพระราชวัง ผ่านล (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเข้าชมอัครา ฟอร์ท (Agra Fort)แหล่งมรดกโลก ทิ่ติดริมแม่น้ำยมุนาสร้างโดยพระเจ้าอัคบาร์มหาราชแห่งราชวงศ์โมกุล เมื่อปี ค.ศ. 1565 เป็นทั้งพระราชวังที่ประทับและเป็นป้อมปราการ ต่อมาพระโอรส คือ พระเจ้าชาฮันกีร์ และพระนัดดา (โอรสของพระเจ้าชาฮันกีร์) พระเจ้าชาห์จาฮานได้สร้างขยายต่อเติมป้อมและพระราชวังแห่งนี้อย่างใหญ่โต และนำท่านเข้าชมป้อมผ่านประตู อำมรรสิงห์ เข้าสู่ส่วนที่เป็นพระราชวัง ผ่านลานสวนประดับ อ่างหินทรายสีแดงขนาดยักษ์สำหรับสรงน้ำ ท่านจะได้เห็นสถาปัตยกรรมสามยุคสมัยตามรสนิยมที่แตกต่างกันของสามกษัตริย์ นำท่านเข้าชมด้านในพระตำหนักต่างๆที่สลักลวดลายศิลปะแบบโมกุลที่มีอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย ผสมผสานกับศิลปะเปอร์เซีย แล้วนำขึ้นสู่ระเบียงชั้นที่สองที่มีเฉลียงมุข ซึ่งสามารถมองเห็นชมทิวทัศน์ลำน้ำยมุนาได้ ต่อมานำชมห้องที่ประทับของกษัตริย์ ,พระโอรส, พระธิดาและองค์ต่างๆ แล้วนำชมพระตำหนัก มาซัมมัน บูร์ช ที่มีเฉลียงมุขแปดเหลี่ยม มีหน้าต่างเปิดกว้าง ที่สามารถมองเห็นทัชมาฮาลได้ ในพระตำหนักนี้เองที่เล่ากันว่า ชาห์จาฮัน ถูกพระโอรส ออรังเซบ จองจำขังไว้ 7 ปี ในช่วงปลายรัชกาลจนสิ้นพระชนม์ แล้วก็นำชมลานสวนประดับ ดิวันอีอาอำ ที่ชั้นบนด้านหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานบัลลังก์นกยูงอันยิ่งใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอิหร่าน) และที่ลานสวนประดับแห่งนี้เองที่พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้พบรักครั้งแรกกับพระนางมุมตัซ ที่ได้นำสินค้าเป็นสร้อยไข่มุกเข้ามาขายให้กับนางในฮาเร็ม
อัครา ฟอร์ท (Agra Fort)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พาท่านรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองเดลี (Delhi)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเดลี (Delhi) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ถือเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางด้านการเมืองการปกครองประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเดลี (Delhi) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ถือเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางด้านการเมืองการปกครองประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เมืองเดลี (Delhi)
ประตูเมืองอินเดีย (India Gate)
นำท่านเดินทางสู่ ประตูเมืองอินเดีย (India Gate) ประตูเมืองแห่งนี้สูง 43.3 เมตร ซุ้มโค้งของประตูกว้าง 9.1 เมตร สูง 22.8 เมตร สร้างโดยใช้หินทรายแดงแท่งทึบ เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมในงานวันสำคัญต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์ของทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่ประตูเมืองแห่งนี้จะเห็นลายสลักชื่อของทหารที่ตายในสนามรบ โดยชื่อที่สลักไว้เป็นชื่อของทหารและข้าราชการชาวอินเดียและอังกฤษ จำนว (อ่านต่อ)
นำท่านเดินทางสู่ ประตูเมืองอินเดีย (India Gate) ประตูเมืองแห่งนี้สูง 43.3 เมตร ซุ้มโค้งของประตูกว้าง 9.1 เมตร สูง 22.8 เมตร สร้างโดยใช้หินทรายแดงแท่งทึบ เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมในงานวันสำคัญต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์ของทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่ประตูเมืองแห่งนี้จะเห็นลายสลักชื่อของทหารที่ตายในสนามรบ โดยชื่อที่สลักไว้เป็นชื่อของทหารและข้าราชการชาวอินเดียและอังกฤษ จำนวน 13,516 คน ที่พลีชีพในสงครามชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และสงครามอัฟฆัน ครั้งที่ 3 ด้านบนยอดของประตูสร้างเพื่ออุทิศให้แก่ทหารที่หายสาบสูญไปโดยไร้ร่องรอย
ประตูเมืองอินเดีย (India Gate)
ตลาดพื้นเมืองจันปาท
พาท่านช้อปปิ้ง ตลาดพื้นเมืองจันปาท ทุกท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับสินค้าพื้นเมืองมากมาย อาทิ ผ้าพันคอ เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องเงิน ของตกแต่งบ้านสไตล์อินเดีย ของแฮนด์เมด ราคาถูก รับรองว่าทุกท่านจะไม่ผิดหวังเพราะที่ตลาดแห่งนี้เปรียบเสมือนพาหุรัดเมืองไทย
พาท่านช้อปปิ้ง ตลาดพื้นเมืองจันปาท ทุกท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับสินค้าพื้นเมืองมากมาย อาทิ ผ้าพันคอ เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องเงิน ของตกแต่งบ้านสไตล์อินเดีย ของแฮนด์เมด ราคาถูก รับรองว่าทุกท่านจะไม่ผิดหวังเพราะที่ตลาดแห่งนี้เปรียบเสมือนพาหุรัดเมืองไทย
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร บริการท่านด้วยเมนูอาหารไทย
(23:25) สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี
นำท่านเดินทางกลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ
นำท่านเดินทางกลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ
สนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี
* บินลัดฟ้ากลับสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน Jet Airways เที่ยวบินที่ 9W64 (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง) พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
วันที่ 6
ช่วงเช้า
(05:00) ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

อัตราค่าบริการนี้รวม

  1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมคณะ
  2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี  
  3. ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กก. (จำนวน 1 ใบ/ท่าน) ท่านละ ไม่เกิน 20 กก. และสามารถนำขึ้นเครื่องได้ ท่านละ ไม่เกิน 7 กก. (จำนวน 1 ใบ/ท่าน)  
  4. ค่ารถรับ-ส่ง และนำเที่ยวตามรายการ  
  5. ค่าที่พักตามที่ระบุในรายการ พักห้องละ 2 ท่านหรือ 3 ท่าน
  6. ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ  
  7. ค่าอาหารตามมื้อที่ระบุในรายการ
  8. ค่าจ้างมัคคุเทศก์คอยบริการตลอดการเดินทาง  
  9. ค่าตั๋วเครื่องบินภายในไป-กลับ พร้อมคณะ
  10. ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซัก  รีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ (กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการ)  
  2. ค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 1,500 บาท/ทริป/ต่อท่าน
  3. ค่าธรรมเนียมและค่าบริการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอินเดีย ท่านละ 3,000 บาท (โดยชำระพร้อมเงินมัดจำครั้งแรก)
  4. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%


เงื่อนไขการจอง และ การชำระค่าบริการ

  1. นักท่องเที่ยว กรุณาทำการจองล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 45 วัน พร้อมชำระเงินมัดจำ ท่านละ 10,000 บาท ภายใน 2 วัน หลังจากวันจอง ตัวอย่างเช่น ท่านทำจองวันที่ 1 กรุณาระเงินมัดจำ ส่วนนี้ภายในวันที่ 3 ก่อนเวลา 14.00 น. เท่านั้น โดยระบบจะยกเลิกอัตโนมัติทันที หากยังไม่ได้รับยอดเงินมัดจำตามเวลาที่กำหนด และหากท่านมีความประสงค์จะเดินทางในพีเรียดเดิม ท่านจำเป็นต้องเช็คที่ว่างและทำจองเข้ามาใหม่อีกครั้ง กรณีที่คณะเต็ม มีคิวรอ (Waiting List) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการให้สิทธิ์ลูกค้ารายถัดไป เป็นไปตามระบบ ตามวัน และ เวลา ที่ทำรายการจองเข้ามาตามลำดับ เนื่องจากทุกพีเรียดทางบริษัทมีที่นั่งราคาพิเศษจำนวนจำกัด
  2. นักท่องเที่ยว กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทั้งหมด ครบ 100% ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 21 วัน กรณีนักท่องเที่ยวไม่ชำระเงิน หรือ ชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง รวมไปถึง กรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม รวมทั้ง กรณีที่อยู่ในช่วงรอผลการอนุมัติวีซ่า รอนัดสัมภาษณ์วีซ่า ที่ทำให้ทางบริษัทไม่ได้รับเงินตามเวลาที่กำหนดไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม คือ ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆทันที
  3. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัท เช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือ จดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 9.00 น.–18.00 น. และ วันเสาร์ เวลา 9.00 น.–14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท


เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทาง

  1. กรณีที่นักท่องเที่ยวต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือ เลื่อน หรือ เปลี่ยนแปลง การเดินทาง นักท่องเที่ยว (ผู้มีรายชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือ เดินทางมาที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อลงนามในเอกสารแจ้งยืนยันยกเลิกการจองกับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น
  2. กรณีนักท่องเที่ยวต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยวหรือ(ผู้มีรายชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือ เดินทางมาที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อลงนามดำเนินการขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจประกอบ (กรณีดำเนินการแทนผู้เดินทาง) พร้อมหลักฐาน ได้แก่ ใบเรียกเก็บเงิน หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆทั้งหมด พาสปอร์ตหน้าแรกของผู้เดินทาง สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้
    • ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 35 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 100 ของเงินค่าบริการ
    • ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 50 ของเงินค่าบริการ
    • ยกเลิกก่อนวันเดินทางน้อยกว่า 30 วัน ไม่คืนเงินค่าบริการที่ชำระแล้วทั้งหมด ** ทั้งนี้ ทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงจากค่าบริการที่ชำระแล้วเนื่องจากการจัดเตรียม การจัดการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น การสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบิน การจองที่พัก เป็นต้น **
  3. การเดินทางที่ต้องการันตีมัดจำหรือซื้อขาดแบบมีเงื่อนไข หรือเที่ยวบินเหมาลำ Charter Flight หรือ Extra Flight กับสายการบิน หรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ  จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าบริการทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม  
  4. สำหรับอัตราค่าบริการนี้ จำเป็นต้องมีผู้เดินทางจำนวน 10 ท่าน ขึ้นไป ในแต่ละคณะ กรณีที่มีผู้เดินทางไม่ถึงตามจำนวนที่กำหนด ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก เลื่อน หรือ เปลี่ยนแปลง อัตราค่าบริการ (ปรับราคาเพิ่มขึ้น เพื่อให้คณะได้ออกเดินทาง ตามความต้องการ) โดยทางบริษัทจะแจ้งให้กับนักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วัน ก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่ไม่มีวีซ่า และ อย่างน้อย 21 วัน ก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่มีวีซ่า แต่หากทางนักท่องเที่ยวทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มจากการที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่าที่ทางบริษัทกำหนดเพื่อให้คณะเดินทางได้ ทางบริษัทยินดีที่จะให้บริการและดำเนินการต่อไป
  5. ในกรณีที่ลูกค้าดำเนินการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์ที่ลูกค้าชำระมาแล้วไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง ยกเว้นในกรณีที่วีซ่าไม่ผ่านการอนุมัติจากทางสถานทูต กรณีนี้ทางบริษัทจะคิดค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
  6. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมลล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น.-14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท


ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ การยื่นคำร้องขอวีซ่า ที่ท่านควรทราบ

  1. ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นวีซ่าแบบหมู่คณะเท่านั้น กรณีที่ท่านไม่สามารถยื่นวีซ่าพร้อมคณะได้ จะต้องยื่นก่อน หรือ หลัง คณะ และหากเกิดค่าใช้จ่ายไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม ท่านจำเป็นจะต้องชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริงทั้งหมด เช่น ค่าบัตรโดยสารโดยเครื่องบิน (ตั๋ว) จะต้องออกก่อนแต่วีซ่ายังไม่ออก เนื่องจากท่านยื่นหลังคณะ
  2. มาตราฐานการพิจารณาวีซ่าแบบปกติทั่วไปคือ 7 วันทำการ (เป็นอย่างน้อย ไม่รวมวันเสาร์ - อาทิตย์) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สมัครในช่วงนั้นๆ ซึ่งหากอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ที่มีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก อาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่าปกติ
  3. การยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอินเดียแบบหมู่คณะ ไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือเดินทางฉบับจริง หากท่านส่ง สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง (หน้าแรกที่มีรูป) ชัดเจน สแกนไฟล์เป็นรูปภาพ หรือ ไฟล์ PDF. มาให้กับทางบริษัทเรียบร้อยแล้ว


การเตรียมเอกสาร เพื่อขอยื่นวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอินเดีย แบบหมู่คณะ
สำหรับผู้เดินทางที่ถือหนังสือเดินทางไทย

  1. สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง (หน้าแรกที่มีรูป) ชัดเจน โดยสแกนไฟล์เป็นรูปภาพ หรือ ไฟล์ PDF. (รูปถ่ายจากมือถือไม่สามารถใช้ได้) มีอายุการใช้งานคงเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ณ วันเดินทางกลับ  และมีหน้าว่างไม่ต่ำกว่า 2 หน้า
  2. รูปถ่ายสี หน้าตรง ขนาด 2 x 2 นิ้ว (เท่ากันทุกด้านเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส) จำนวน 2 รูป ฉากหลังต้องเป็นพื้นสีขาว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 3 เดือน ไม่ซ้ำกับวีซ่าประเทศอื่นๆที่เคยได้รับ เท่านั้น
  3. กรณีผู้เดินทางอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์
    • กรณีเด็ก ไม่ได้เดินทางกับ บิดาและมารดา จำเป็นต้องมี หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง ไปต่างประเทศ ที่ออกโดยสำนักงานเขตหรืออำเภอ ตามสำเนาทะเบียนบ้าน ทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ , สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง ของบิดา และ มารดา , หนังสือรับรองค่าใช่จ่าย (ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ) พร้อมลงนามสำเนาถูกต้อง
    • กรณีเด็ก ไม่ได้เดินทางกับ บิดา จำเป็นต้องมี หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง ไปต่างประเทศ (ของมารดา) ให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศ ที่ออกโดยสำนักงานเขตหรืออำเภอ ตามทะเบียนบ้าน (ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ) , สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง ของบิดา และ มารดา หนังสือรับรองค่าใช่จ่าย (ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ)
    • กรณีเด็ก ไม่ได้เดินทางกับ มารดา จำเป็นต้องมี หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง ไปต่างประเทศ (ของบิดา) ให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศ ที่ออกโดยสำนักงานเขตหรืออำเภอ ตามทะเบียนบ้าน (ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ) , สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง ของบิดา และ มารดา หนังสือรับรองค่าใช่จ่าย (ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ)
      ** รายละเอียดเอกสารการยื่นขอวีซ่าที่ได้กล่าวมานี้ เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ทางบริษัทฯ ได้จัดทำขึ้นจากประสบการณ์และระเบียบของสถานทูตฯ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามแต่สถานการณ์ และคุณสมบัติของลูกค้าในแต่ละราย โดยอยู่ที่ดุลยพินิจของประเทศปลายทางเป็นผู้ดำเนินการ **
      ** หมายเหตุ : ทางด่านตรวจคนเข้าเมืองประเทศปลายทาง อาจขอรายละเอียดเพิ่มเติม จากที่ได้แจ้งไว้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ และเอกสาร ของแต่ละท่าน (เป็นการพิจารณาแบบรายบุคคล) การอนุมัติวีซ่าเป็นดุลพินิจของทางสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลางและคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น อัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าทางสถานทูตเป็นผู้เรียกเก็บ หากท่านโดนปฏิเสธการขออนุมัติวีซ่า ทางสถานทูตไม่คืนอัตราค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่า และมีสิทธิ์ไม่แจ้งสาเหตุการปฏิเสธวีซ่า **


เงื่อนไข และ ข้อควรทราบอื่นๆ ทั่วไป ที่ท่านควรทราบ

  1. ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
  2. ทัวร์นี้ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้เดินทางที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (หน้าปกสีน้ำตาล / เลือดหมู) เท่านั้น กรณีที่ท่านถือหนังสือเดินทางราชการ  (หน้าปกสีน้ำเงินเข้ม) หนังสือเดินทางทูต (หน้าปกสีแดงสด) และต้องการเดินทางไปพร้อมคณะทัวร์อันมีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว โดยไม่มีจดหมายเชิญ หรือ เอกสารใดเชื่อมโยงเกี่ยวกับการขออนุญาตการใช้หนังสือเดินทางพิเศษอื่นๆ หากไม่ผ่านการอนุมัติของเคาท์เตอร์ เช็คอิน ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทั้งฝั่งประเทศไทยขาออก และ ต่างประเทศขาเข้าไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับผิดชอบความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในส่วนนี้ และ ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมาจ่าย หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมือง หรือด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่านไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม
  3. ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมาจ่าย หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมือง หรือด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่านไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม
  4. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทาง เลขที่วีซ่า และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่นักท่องเที่ยวไม่ได้ส่งหน้าหนังสือเดิน และ หน้าวีซ่ามาให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำหรือส่วนที่เหลือทั้งหมด
  5. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ ทางบริษัทจะคำนึงถึงความปลอดภัย และ ประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
  6. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
  7. อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคา ดังนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีน้ำมัน ค่าภาษีสนามบิน ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน ฯลฯ ที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
  8. มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท  เว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทกำกับเท่านั้น
  9. นักท่องเที่ยวต้องมีความพร้อมในการเดินทางทุกประการ หากเกิดเหตุสุดวิสัยใดๆ ระหว่างรอการเดินทาง อันไม่ใช่เหตุที่เกี่ยวข้องกับทางบริษัท อาทิเช่น วีซ่าไม่ผ่าน เกิดอุบัติภัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ นอกเหนือการควบคุมและคาดหมาย ทางบริษัทจะรับผิดชอบคืนค่าทัวร์เฉพาะส่วนที่บริษัทยังไม่ได้ชำระแก่ทางคู่ค้าของทางบริษัท หรือจะต้องชำระตามข้อตกลงแก่คู่ค้าตามหลักปฏิบัติเท่านั้น
  10. กรุณาแยกของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมกันทุกชิ้นไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร โดยแยกใส่ถุงพลาสติกใสซึ่งมีซิปล็อคปิดสนิท และสามารถนำออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้อย่างสะดวก ณ จุดเอ็กซ์เรย์ อนุญาตให้ถือได้ท่านละ 1 ใบเท่านั้น ถ้าสิ่งของดังกล่าวมีขนาดบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่กำหนดจะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  11. สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธ เช่น กรรไกรตัดเล็บ มีดพก แหนบ อุปกรณ์กีฬาฯ จะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  12. คณะทัวร์นี้ เป็นการชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดแบบผูกขาดกับตัวแทนบริษัทที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ณ ประเทศปลายทาง ซึ่งบางส่วนของโปรแกรมอาจจำเป็นต้องท่องเที่ยวอันเป็นไปตามนโยบายของประเทศปลายทางนั้นๆ กรณีที่ท่านไม่ต้องการใช้บริการส่วนใดส่วนหนึ่ง ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม จะไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายให้ได้ และ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นตามมาเป็นบางกรณี ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดกับผู้เดินทาง กรณีที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2019 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th