แชร์ LINE
โหลด PDF
จองทัวร์นี้ !
(ปิดการขาย) MY83 ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง หงสา ไหว้พระ 9 วัด สักการะ 2 มหาบูชาสถาน พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์มุเตา ขอพรเทพทันใจ พักหรู 5 ดาว 2 วัน 1 คืน โดยสายการบิน THAI LION AIR
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง หงสา ไหว้พระ 9 วัด สักการะ 2 มหาบูชาสถาน พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์มุเตา ขอพรเทพทันใจ พักหรู 5 ดาว 2 วัน 1 คืน โดยสายการบิน THAI LION AIR
พักหรู 5 ดาว
พาท่านเที่ยวพม่า ย่างกุ้ง หงสา ไหว้พระ 9 วัด สักการะ 2 มหาบูชาสถาน พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์มุเตา ไหว้พระขอพรพระนอนตาหวาน พระนอนยิ้มหวาน ขอพรเทพทันใจ เทพกระซิบ ณ เจดีย์โบตะทาวน์ ช้อปปิ้งที่ตลาดสก๊อต พักหรู 5 ดาว 2 วัน 1 คืน โดยสายการบิน THAI LION AIR พิเศษ !! กุ้งแม่น้ำเผา สลัดกุ้งมังกร เป็ดปักกิ่ง

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport) / ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง / เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) / รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (เมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำเผา) / พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace) / พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) / วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha) / วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) / กรุงย่างกุ้ง / พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) / รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (เมนูพิเศษ!! เป็ดปักกิ่ง + สลัดกุ้งมังกร) / CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5*
วันที่ 2: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple) / วัดงาทัตจี / เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda) / เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi) / เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง / ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market) / วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda) / วัดพระเขี้ยวแก้ว / ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง / ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport)
4 มื้อ 1 คืน

มีการเข้าชมทั้งหมด: 3,986 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 1 คน          

** หากท่านที่ต้องออกตั๋วภายใน (เครื่องบิน, รถทัวร์, รถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋วเนื่องจากสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ท หรือ เวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า **

*** ขอบพระคุณทุกท่านที่ใช้บริการ ***

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
พักเดี่ยวชำระเพิ่มท่านละ 2,000 บาท

Lion Air (SL)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค.62)

ตารางบิน
Lion Air (SL) เวลาบินขาไป 08:20 - 09:10 DMK - RGN SL200
เวลาบินขากลับ 19:25 - 21:15 RGN - DMK SL207

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
วันที่ 1
ช่วงเช้า
(05:20) ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport)
ทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport) ที่จุดนัดหมายก่อนเวลาเดินทาง (ตามตารางบิน) โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าเตอร์ใด เวลาใด)
ทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport) ที่จุดนัดหมายก่อนเวลาเดินทาง (ตามตารางบิน) โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าเตอร์ใด เวลาใด)
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport)
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงย่างกุ้ง ในอดีตนั้นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญมาก่อนตั้งแต่ยุคกษัตริย์บินยาอู เมื่อประมาณ ค.ศ. 1365 จนกระทั่งเมืองหลวงของมอญแห่งนี้เริ่มหมดความสำคัญลงหลังจากย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อังวะ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงย่างกุ้ง ในอดีตนั้นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญมาก่อนตั้งแต่ยุคกษัตริย์บินยาอู เมื่อประมาณ ค.ศ. 1365 จนกระทั่งเมืองหลวงของมอญแห่งนี้เริ่มหมดความสำคัญลงหลังจากย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อังวะ
เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค (Bago)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (เมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำเผา)
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร บริการท่านด้วยเมนูอาหารพื้นเมือง และเมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำย่าง
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร บริการท่านด้วยเมนูอาหารพื้นเมือง และเมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำย่าง
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (เมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำเผา)
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace) เป็นที่ประทับของพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ทรงโปรดให้ใช้ชื่อประตูต่างๆ ทั้งหมด 20 ประตู ตามชื่อของแรงงานประเทศราชที่สร้าง เช่น ประตูทางตอนเหนือปรากฏชื่อ ประตูโยเดีย (อยุธยา) ประตูตอนใต้ชื่อ ประตูเชียงใหม่ อีกทั้งยังมีพระตำหนักของพระสุพรรณกัลยา องค์ประกันที่ตกเป็นเชลย และกลายเป็นมเหสีองค์หนึ่งข (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace) เป็นที่ประทับของพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ทรงโปรดให้ใช้ชื่อประตูต่างๆ ทั้งหมด 20 ประตู ตามชื่อของแรงงานประเทศราชที่สร้าง เช่น ประตูทางตอนเหนือปรากฏชื่อ ประตูโยเดีย (อยุธยา) ประตูตอนใต้ชื่อ ประตูเชียงใหม่ อีกทั้งยังมีพระตำหนักของพระสุพรรณกัลยา องค์ประกันที่ตกเป็นเชลย และกลายเป็นมเหสีองค์หนึ่งของพระองค์ และที่นี่ยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรครั้งเมื่อทรงโดนจับเป็นองค์ประกันที่พม่าด้วยเช่นกัน พระราชวังบุเรงนองถูกเผาจนเหลือแต่เพียงซาก หลังจากการสวรรคตของพระเจ้าบุเรงนอง ด้วยกบฏยะไข่ พร้อมๆ กับอาณาจักรตองอูที่เคยเรืองอำนาจกลับเสื่อมลง ในปี ค.ศ. 1990 รัฐบาลพม่าได้ขุดค้นพบซากของพระราชวังที่เหลือเพียงแค่ตอไม้ที่โผล่พ้นดินออกมา และได้มีการสร้างพระราชวังจำลององค์ใหม่ขึ้นมา ฉาบด้วยสีทองทั้งหลัง มีซากไม้ที่ใช้สร้างพระราชวังแต่ครั้งอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ถูกจัดแสดง ซึ่งไม้แต่ละท่อนมีตัวอักษรจารึกอยู่ว่าเป็นผลงานของเมืองใด ตัวพระราชวังสร้างใหม่มี 2 ส่วน ส่วนแรกเรียกว่า กามโบสะตาหริ หรือ กัมโพชธานี เป็นส่วนที่เอาไว้ว่าราชการ และส่วนที่ 2 คือ บัลลังก์ผึ้ง เป็นส่วนที่ใช้บรรทม
พระราชวังบุเรงนอง (Kamboza Thadi Palace)
พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda)
จากนั้นนำท่าเดินทางสู่ พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) กล่าวกันว่าเจดีย์ชเวมอดอร์เป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในพม่าต้องแหงนหน้าขึ้นมองจนจมูกถูกแสงแดดร้อนแผดเผาจึงจะเห็นยอดเจดีย์ เป็นเหตุให้เรียกชื่อเป็นภาษามอญว่ามุเตา ที่แปลว่าจมูกร้อน มีความโดดเด่นคือ เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะแบบมอญ แตกต่างจากเจดีย์ชเวดากองที่เป็นเจดีย์แบบพม่า มีฉัตรแบบเรียบๆ และองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรีย (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่าเดินทางสู่ พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) กล่าวกันว่าเจดีย์ชเวมอดอร์เป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในพม่าต้องแหงนหน้าขึ้นมองจนจมูกถูกแสงแดดร้อนแผดเผาจึงจะเห็นยอดเจดีย์ เป็นเหตุให้เรียกชื่อเป็นภาษามอญว่ามุเตา ที่แปลว่าจมูกร้อน มีความโดดเด่นคือ เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะแบบมอญ แตกต่างจากเจดีย์ชเวดากองที่เป็นเจดีย์แบบพม่า มีฉัตรแบบเรียบๆ และองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรียว ภายนอกหุ้มด้วยทองจังโก้ ภายในเป็นอิฐกลวง พระเจดีย์สูง 377 ฟุต ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า สถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณเพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ ในรัชกาลต่อมาคือพระเจ้าบุเรงนองได้มีการสร้างฉัตรถวายเพิ่มเติมอีกหลายชั้น กล่าวกันว่าก่อนที่พระองค์จะออกทำศึกคราใด จะทรงมานมัสการพระเจดีย์นี้ก่อนทุกครั้ง และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทย ก็เคยมาสักการะพระเจดีย์องค์นี้เช่นกัน ที่เจดีย์แห่งนี้มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์มากอยู่ตรงบริเวณยอดเจดีย์ที่หักตกลงมา เมื่อปี ค.ศ. 1930 ด้วยน้ำหนักที่มหาศาลตกลงมายังพื้นล่างแต่ยอดฉัตรกลับยังคงสภาพเดิม และไม่แตกกระจายออกไปเป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์โดยแท้ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมา เพื่อความเป็นสิริมงคลซึ่งเปรียบเหมือนดั่งการค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
พระธาตุมุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda)
* 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ที่ชาวพม่าให้ความเคารพบูชา ถือว่าในชีวิตนี้ต้องมาสักการะให้ครบทั้ง 5 แห่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha) พาท่านกราบนมัสการพระพุทธไสยาสน์ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวมีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน ค.ศ. 994 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ พระพุทธไสยาสน์มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มี (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha) พาท่านกราบนมัสการพระพุทธไสยาสน์ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวมีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน ค.ศ. 994 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ พระพุทธไสยาสน์มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี ค.ศ. 1881 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า และได้มีการขุดพบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี ค.ศ. 1948 หลังจากที่พม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบัน
วัดพระนอนยิ้มหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha)
วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) ชมเจดีย์ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ที่มีความงดงามเป็นเอกของศิลปะแบบมอญ แทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ ประกอบ ด้วยพระสมณะโคดม (ทิศเหนือ), พระโกนาคม (ทิศใต้), พระกกุสันโธ (ทิศตะวันออก) และพระมหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) ตำนานเล่าว่า พระรา (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) ชมเจดีย์ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ที่มีความงดงามเป็นเอกของศิลปะแบบมอญ แทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ ประกอบ ด้วยพระสมณะโคดม (ทิศเหนือ), พระโกนาคม (ทิศใต้), พระกกุสันโธ (ทิศตะวันออก) และพระมหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) ตำนานเล่าว่า พระราชธิดาทั้งสี่องค์ของกษัตริย์มอญที่อุทิศตนแด่พุทธศาสนา จึงสร้างพระพุทธรูปแทนตนเองและได้สาบานไว้ว่าจะไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ต่อมาน้องสาวคนสุดท้อง กลับพบรักกับชายหนุ่มและแต่งงานกัน จึงเกิดอาเพศฟ้าผ่าพระพุทธรูปที่แทนตัวของน้องสาวคนสุดท้องพังทลายลงมา จนต้องมีการสร้างขึ้นมาใหม่ตามที่เห็นในปัจจุบัน โดยพระพุทธรูปองค์นี้จะมีลักษณะแตกต่างจากองค์อื่นๆ คือจะเป็นศิลปะแบบพม่า
วัดพระสี่ทิศ หรือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda)
กรุงย่างกุ้ง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง (Yangon) เป็นเมืองใหญ่และมีความสำคัญมากที่สุดของพระเทศพม่า เนื่องจากในอดีตย่างกุ้งเคยเป็นเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ และแหล่งธุรกิจที่สำคัญของประเทศพม่า ย่างกุ้งนี้ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำอิระวดี ชื่อเดิมของเมืองนี้คือดากอง เป็นเมืองเก่าแก่ที่ตั้งขึ้นมานานกว่า 2500 ปี โดยเริ่มแรกนั้นเป็นเมืองท่าของอาณาจักรมอญต่อมากษัตริย์อลองพญาได้เข้ามายึดครอง แล้ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง (Yangon) เป็นเมืองใหญ่และมีความสำคัญมากที่สุดของพระเทศพม่า เนื่องจากในอดีตย่างกุ้งเคยเป็นเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ และแหล่งธุรกิจที่สำคัญของประเทศพม่า ย่างกุ้งนี้ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำอิระวดี ชื่อเดิมของเมืองนี้คือดากอง เป็นเมืองเก่าแก่ที่ตั้งขึ้นมานานกว่า 2500 ปี โดยเริ่มแรกนั้นเป็นเมืองท่าของอาณาจักรมอญต่อมากษัตริย์อลองพญาได้เข้ามายึดครอง แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นย่างกุ้งในปี ค.ศ. 1755 ซึ่งมีความหมายว่า ศัตรูพ่ายแพ้ กรุงย่างกุ้งนั้นไม่เหมือนเมืองใหญ่ๆ ของประเทศอื่นๆ ในเอเชียทั่วๆ ไป ที่มีแต่ความวุ่นวายของปัญหาการจราจร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการวางผังเมืองที่ดีของอังกฤษชาติอาณานิคมที่ได้เคยปกครองประเทศพม่า แต่อีกสาเหตุหนึ่งคือประเทศพม่านั้นยังเป็นประเทศที่ก้าวเข้าสู่การพัฒนาแบบทุนนิยมรถยนต์จึงมีไม่มากนัก สภาพบ้านเมืองโดยทั่วไปมีรูปแบบของสไตล์โคโลเนียลเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น อีกทั้งยังมีการผสมผสานกับรูปแบบของสภาพบ้านเมืองเก่าแก่ไว้อย่างลงตัวอีกด้วย
กรุงย่างกุ้ง
พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยปี เดิมเป็นดินแดนของมอญมีชื่อเดิมว่าดากอง หรือตะเกิง ก่อนจะถูกพม่ายึดครองไปแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นย่างกุ้ง ชเวดากอง จึงแปลว่า เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง ซึ่งเป็นมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า พระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาล โดยเฉพาะมีโบราณราชประเพณีที่กษัตริย (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยปี เดิมเป็นดินแดนของมอญมีชื่อเดิมว่าดากอง หรือตะเกิง ก่อนจะถูกพม่ายึดครองไปแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นย่างกุ้ง ชเวดากอง จึงแปลว่า เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง ซึ่งเป็นมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า พระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาล โดยเฉพาะมีโบราณราชประเพณีที่กษัตริย์จะขึ้นครองราชบัลลังก์ จะต้องถวายทองคำหนักเท่ากับน้ำหนักของพระองค์เอง องค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดมีน้ำหนัก 23 ตัน ภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น และเครื่องอัฐะบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้ง 3 พระองค์ คือ พระกกุสันธะพุทธเจ้า, พระโกนาคมนะพุทธเจ้า และพระกัสสปะพุทธเจ้า บนยอดประดับด้วยเพชรพลอย และอัญมณีต่างๆ จำนวนมาก และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอด บริเวณรอบเจดีย์ท่านจะได้ชมความงามของวิหาร 4 ทิศ ซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้นๆ งานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้น สถานที่แห่งนี้มี ลานอธิฐาน จุดที่พระเจ้าบุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและเป็นสิริมงคล นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมี พระประจำวันเกิด ประดิษฐานทั้ง 8 ทิศ รวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดของตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต การบูชาคือท่านเกิดวันใด ก็ให้ไปบูชาและสรงน้ำที่บริเวณนั้นๆ ตามตำแหน่งทั้ง 4 คือ 1) ที่องค์พระ, 2) ที่องค์เทวดา, 3) ที่เสา, 4) ที่สัตว์สัญลักษณ์ ในเวลาพลบค่ำสามารถชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรได้ โดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเขียว, สีเหลือง, สีแดง เป็นต้น
พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
* 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ที่ชาวพม่าให้ความเคารพบูชา ถือว่าในชีวิตนี้ต้องมาสักการะให้ครบทั้ง 5 แห่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (เมนูพิเศษ!! เป็ดปักกิ่ง + สลัดกุ้งมังกร)
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร บริการท่านด้วยเมนูอาหารพื้นเมือง และเมนูพิเศษ!! เป็ดปักกิ่ง + สลัดกุ้งมังกร
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร บริการท่านด้วยเมนูอาหารพื้นเมือง และเมนูพิเศษ!! เป็ดปักกิ่ง + สลัดกุ้งมังกร
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (เมนูพิเศษ!! เป็ดปักกิ่ง + สลัดกุ้งมังกร)
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5*
นำท่านเข้าสู่ที่พัก CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5* หรือเทียบเท่า
นำท่านเข้าสู่ที่พัก CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5* หรือเทียบเท่า
CHATRIUM ROYAL LAKE HOTEL YANGON 5*
วันที่ 2
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้
อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่โรงแรม และเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันนี้
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple) นำท่านสักการะพระนอนที่มีความสวยงายที่สุดและดวงตาสวยที่สุดของประเทศพม่า ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด ประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักรข้างละองค์ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วยรูปอัฎจุตรสตกมงคล 108 ประการ พระบาทมีลักษณะซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple) นำท่านสักการะพระนอนที่มีความสวยงายที่สุดและดวงตาสวยที่สุดของประเทศพม่า ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด ประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักรข้างละองค์ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วยรูปอัฎจุตรสตกมงคล 108 ประการ พระบาทมีลักษณะซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย
วัดพระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chauk Htat Gyi Buddha Temple)
วัดงาทัตจี
วัดงาทัตจี ซึ่งมีพระพุธรูปองค์ใหญ่ คือหลวงพ่องาทัตจี แปลว่า หลวงพ่อที่สูงเท่าตึก 5 ชั้น เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่แกะสลักจากหินอ่อน ทรงเครื่องแบบกษัตริย์ เครื่องทรงเป็นโลหะ ส่วนเครื่องประกอบด้านหลังจะเป็นไม้สักแกะสลักทั้งหมด และสลักป็นลวดลายต่างๆ จำลองแบบมาจากพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยยะตะนะโบง (สมัยมัณฑเลย์)
วัดงาทัตจี ซึ่งมีพระพุธรูปองค์ใหญ่ คือหลวงพ่องาทัตจี แปลว่า หลวงพ่อที่สูงเท่าตึก 5 ชั้น เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่แกะสลักจากหินอ่อน ทรงเครื่องแบบกษัตริย์ เครื่องทรงเป็นโลหะ ส่วนเครื่องประกอบด้านหลังจะเป็นไม้สักแกะสลักทั้งหมด และสลักป็นลวดลายต่างๆ จำลองแบบมาจากพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยยะตะนะโบง (สมัยมัณฑเลย์)
วัดงาทัตจี
เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda) ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000 นาย เจดีย์โบตะทาวน์เป็นเจดีย์ที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่จะนำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมภายในบริเวณรอบๆเจดีย์คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยท (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda) ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000 นาย เจดีย์โบตะทาวน์เป็นเจดีย์ที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่จะนำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมภายในบริเวณรอบๆเจดีย์คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี ค.ศ. 1885 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในประเทศอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพัธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1945 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบร์ต และด้านซ้ายมือจะเป็นรูปปั้น นัตโบโบยี หรือเทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ
เจดีย์โบตะทาวน์ (Botataung Pagoda)
เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi)
จากนั้นนำท่านสักการะ เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi) เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย เป็นเทพผู้ปกปักรักษาและบันดาลโชค วิธีการสักการะเทพทันใจ สิ่งที่ต้องเตรียมไปคือ กล้วย ดอกไม้ และมะพร้าวอ่อน จากนั้นเตรียมธนบัตร 2 ใบ (จะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้) ม้วนเป็นรูปกรวย นำไปใส่ไว้ในมือของเทพทันใจ จากนั้นใช้หน้าผากของเราแตะกับนิ้วของเทพทันใจที่ชี้อยู่ ให้ตั้งจิตอธิษฐานด้วยความสงบนิ่ง ขอได้ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านสักการะ เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi) เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย เป็นเทพผู้ปกปักรักษาและบันดาลโชค วิธีการสักการะเทพทันใจ สิ่งที่ต้องเตรียมไปคือ กล้วย ดอกไม้ และมะพร้าวอ่อน จากนั้นเตรียมธนบัตร 2 ใบ (จะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้) ม้วนเป็นรูปกรวย นำไปใส่ไว้ในมือของเทพทันใจ จากนั้นใช้หน้าผากของเราแตะกับนิ้วของเทพทันใจที่ชี้อยู่ ให้ตั้งจิตอธิษฐานด้วยความสงบนิ่ง ขอได้แค่ 1 อย่างเท่านั้น แล้วดึงธนบัตรที่ม้วนไว้คืนกลับมา 1 ใบ เพื่อเก็บไว้เป็นเงินขวัญถุง หลังจากนั้นเดินวนรอบตัวท่าน นำผ้าไปคลุมไหล่ และอ้อมไปจับไม้เท้าของท่าน ยกมือไหว้ขอบคุณ เป็นอันเสร็จพิธี
เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี (Natbobo Gyi)
เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe)
จากนั้นนำท่านสักการะ เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe) ข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนน ตรงข้ามกับเจดีย์โบตาทาวน์ เพื่อสักการะเทพกระซิบ ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารักษาศีลไม่ยอมกินเนื้อสัตว์ จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การขอพรเทพกระซิบ ต้องไปกระซิบที่ข้างหูเบาๆ ห้ามให้คนอื่นได้ยิน จากนั้นก็นำน้ำน (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านสักการะ เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe) ข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนน ตรงข้ามกับเจดีย์โบตาทาวน์ เพื่อสักการะเทพกระซิบ ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารักษาศีลไม่ยอมกินเนื้อสัตว์ จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การขอพรเทพกระซิบ ต้องไปกระซิบที่ข้างหูเบาๆ ห้ามให้คนอื่นได้ยิน จากนั้นก็นำน้ำนมไปจ่อไว้ที่ปาก แล้วบูชาด้วยข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้
เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ (Ahmagyi Mya Nan Nwe)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
รับประทานอาหารกลางวันแบบท้องถิ่น ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวันแบบท้องถิ่น ณ ภัตตาคาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market) เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวพม่า สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงินที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่า, ภาพวาด, งานแกะสลักจากไม้, อัญมณี, หยก, ผ้าทอ, เสื้อผ้าสำเร็จรูป, แป้งทานาคา เป็นต้น
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market) เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวพม่า สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงินที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่า, ภาพวาด, งานแกะสลักจากไม้, อัญมณี, หยก, ผ้าทอ, เสื้อผ้าสำเร็จรูป, แป้งทานาคา เป็นต้น
ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก ออง ซาน (Bogyoke Aung San Market)
* หากซื้อสิ้นค้า หรืออัญมณีที่มีราคาสูง ควรขอใบเสร็จรับเงินด้วยทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ
วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda)
จากนั้นนำท่าเดินทางสู่ วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda) เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปทำจากหินอ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษณะมันวาว สีขาวสะอาดและไม่มีตำหนิ สูง 37 ฟุต กว้าง 24 ฟุต อยู่ในห้องกระจกแก้วเพื่อเป็นการควบคุมอุณหภูมิป้องกันการเสียหายของหินอ่อนจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยหินอ่อนที่ใช้ในการแกะองค์พระนี้ นำมาจากภูเขาสกายน์ เมืองมัณฑะเลย์ ล่องมาทางแม่น้ำอิรวดีแล้วนำมาแ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่าเดินทางสู่ วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda) เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปทำจากหินอ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษณะมันวาว สีขาวสะอาดและไม่มีตำหนิ สูง 37 ฟุต กว้าง 24 ฟุต อยู่ในห้องกระจกแก้วเพื่อเป็นการควบคุมอุณหภูมิป้องกันการเสียหายของหินอ่อนจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยหินอ่อนที่ใช้ในการแกะองค์พระนี้ นำมาจากภูเขาสกายน์ เมืองมัณฑะเลย์ ล่องมาทางแม่น้ำอิรวดีแล้วนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป โดยช่างจากมัณฑะเลย์ที่ได้ชื่อว่ามีฝีมือดีที่สุดในพม่า เป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง ปางห้ามญาติ ยกพระหัตถ์ขึ้นหันออกจากองค์ หมายถึงการไล่ศัตรูและประทานความเจริญรุ่งเรือง บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่พระหัตถ์ขวา ส่วนหินที่เหลือนำมาสลักเป็นพระสาวกซึ่งตั้งอยู่ 4 ทิศ หันเข้าหาพระประธาน และยังสลักเป็นพระพุทธบาทซ้าย-ขวา ประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหลังพระพุทธรูปอีกด้วย
วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ๊าตอจี (Kyauk Taw Gyi Pagoda)
วัดพระเขี้ยวแก้ว
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระเขี้ยวแก้ว (Buddha tooth Relic Pagoda) สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว เมื่อครั้งอัญเชิญจากประเทศจีน เป็นองค์เดียวกับที่อัญเชิญมาที่พุทธมณฑล ปัจจุบันเป็นองค์จำลองแกะสลักมาจากงาช้าง (พระเขี้ยวแก้ว องค์จริง มีอยู่ 4 องค์เท่านั้น ประดิษฐานอยู่ที่ประเทศจีน ประเทศศรีลังกา บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และเมืองบาดาลของพญานาค วัดพระเขี้ยวแก้วนี้ เป็นวัดที่มีเจดีย์สวยงามแป (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระเขี้ยวแก้ว (Buddha tooth Relic Pagoda) สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว เมื่อครั้งอัญเชิญจากประเทศจีน เป็นองค์เดียวกับที่อัญเชิญมาที่พุทธมณฑล ปัจจุบันเป็นองค์จำลองแกะสลักมาจากงาช้าง (พระเขี้ยวแก้ว องค์จริง มีอยู่ 4 องค์เท่านั้น ประดิษฐานอยู่ที่ประเทศจีน ประเทศศรีลังกา บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และเมืองบาดาลของพญานาค วัดพระเขี้ยวแก้วนี้ เป็นวัดที่มีเจดีย์สวยงามแปลกตากว่าที่อื่นๆ ในเมืองย่างกุ้ง เป็นเจดีย์ทรงปราสาทแปดเหลี่ยม ปลายยอดประดับด้วยทองคำแท้มีลวดลายที่สวยงาม ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบผสมผสานระหว่างศิลปะในสมัยพุกาม ภายในโถงกลางมีบุษบกสีทอง ซึ่งมีพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุองค์จำลองบรรจุอยู่ ท่านสามารถทำบุญโดยการซื้อแผ่นทองคำ ใส่ลงในตัวนกการะเวกจำลอง แล้วทำการชักรอกขึ้นไปยังด้านบนยอดเจดีย์ ซึ่งทางด้านบนจะมีเจ้าหน้าที่คอยรับและทำการปิดทองให้
วัดพระเขี้ยวแก้ว
ช่วงค่ำ
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย พร้อมความประทับใจมิรู้ลืมกับบริการของทีมงาน ชิล สแควร์ ทราเวล
ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย พร้อมความประทับใจมิรู้ลืมกับบริการของทีมงาน ชิล สแควร์ ทราเวล
ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง
* 19.25 น. นำท่านเหินฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ SL207
(21:15) ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (Don Mueang International Airport)
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

**ราคาเด็กอายุไม่เกิน 2 ปี 3,900 บาท**

***ค่าบริการข้างต้น ยังไม่รวมค่าทิปคนขับรถ มัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 1,500 บาท /ทริป/ต่อท่าน***


การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 15 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อนการเดินทาง หรือเปลี่ยนแปลงราคา

กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 5,000.- บาท หากมีการยกเลิกภายหลัง ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนมัดจำทั้งหมด เนื่องจากทางบริษัทฯ ได้ชำระค่าตั๋วเครื่องบินเต็มใบให้กับสายการบินเป็นที่เรียบร้อย ยกเว้นค่าภาษีน้ำมันที่ยังมิได้ชำระ ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ กรุณาชำระ 30 วันก่อนการเดินทาง


หมายเหตุ : ตั๋วเมื่อออกแล้ว ไม่สามารถรีฟันด์ได้ อันเนื่องจากเงื่อนไขของสายการบิน


อัตราค่าบริการนี้รวม

☑ ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมคณะ ☑ ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี

☑ ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กก.☑ ค่ารถรับ-ส่ง และนำเที่ยวตามรายการ

☑ ค่าที่พักตามที่ระบุในรายการ พักห้องละ 2 ท่านหรือ  3 ท่าน

☑ ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ

☑ ค่าอาหารตามมื้อที่ระบุในรายการ

☑ ค่าจ้างมัคคุเทศก์คอยบริการตลอดการเดินทาง 

☑ ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

☒ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ(กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการ)

☒ค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 1,500 บาท/ทริป/ต่อท่าน

ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%


เงื่อนไขการชำระค่าบริการ

  1. นักท่องเที่ยวต้องชำระเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 5,000 บาทต่อท่านเพื่อสำรองที่นั่ง
  2. นักท่องเที่ยวต้องชำระเงินค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน กรณีนักท่องเที่ยวไม่ชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด รวมถึงกรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิการเดินทางในทัวร์นั้นๆ
  3. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท


เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทาง

  1. กรณีที่นักท่องเที่ยวต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยว(ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการยกเลิกที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแจ้งยกเลิกการจองกับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ
  2. กรณีนักท่องเที่ยวต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยว (ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการขอรับเงินคืนที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อทำเรื่องขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้
    1. ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 35 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 100 ของค่าบริการที่ชำระแล้ว
    2. ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 25 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 50 ของค่าบริการที่ชำระแล้ว
    3. ยกเลิกก่อนวันเดินทางน้อยกว่า 20 วัน ไม่คืนเงินค่าบริการที่ชำระแล้วทั้งหมด

ทั้งนี้ ทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงจากค่าบริการที่ชำระแล้วเนื่องในการเตรียมการจัดการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น การสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบิน การจองที่พักฯลฯ

  1. การเดินทางที่ต้องการันตีมัดจำหรือซื้อขาดแบบมีเงื่อนไข หรือเที่ยวบินเหมาลำ Charter Flight หรือ Extra Flight กับสายการบิน หรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ  จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าบริการทั้งหมด  
  2. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัทเช่น แฟกซ์ อีเมล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท
  3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางกรณีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ถึง 15 คน


เงื่อนไขและข้อกำหนดอื่นๆ

  1. ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
  2. ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมา หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ทางบริษัทจะไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่าน
  3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้กับนักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่ไม่มีวีซ่า  และอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่มีวีซ่า  แต่หากทางนักท่องเที่ยวทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มจากการที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่าที่ทางบริษัทกำหนดเพื่อให้คณะเดินทางได้  ทางเรายินดีที่จะให้บริการต่อไป
  4. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทางและอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่นักท่องเที่ยวมิได้ส่งหน้าหนังสือเดินทางให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำ
  5. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้บริษัทจะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นสำคัญ
  6. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ  อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
  7. อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคา ดังนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีเชื้อเพลิง ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน ฯลฯ 
  8. มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท  เว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทกำกับเท่านั้น


ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง

  1. กรุณาแยกของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมกันทุกชิ้นไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร โดยแยกใส่ถุงพลาสติกใสซึ่งมีซิปล็อคปิดสนิท และสามารถนำออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้อย่างสะดวก ณ จุดเอ็กซ์เรย์ อนุญาตให้ถือได้ท่านละ 1 ใบเท่านั้น ถ้าสิ่งของดังกล่าวมีขนาดบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่กำหนดจะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น 
  2. สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธ เช่น กรรไกรตัดเล็บ มีดพก แหนบ อุปกรณ์กีฬาฯ จะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น 
  3. IATA ได้กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการนำแบตเตอรี่สำรองขึ้นไปบนเครื่องบินดังนี้ แบตเตอรี่สำรองสามารถนำใส่กระเป๋าติดตัวถือขึ้นเครื่องบินได้ในจำนวนและปริมาณที่จำกัด ได้แก่
  • 3.1 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้าน้อยกว่า 20,000 mAh หรือน้อยกว่า 100 Wh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่มีการจำกัดจำนวน 
  • 3.2 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้า 20,000 - 32,000 mAh หรือ 100-160 Wh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกินคนละ 2 ก้อน
  • 3.3 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้ามากกว่า 32,000 mAh หรือ 160 Wh ห้ามนำขึ้นเครื่องในทุกกรณี

          4. ห้ามนำแบตเตอรี่สำรองใส่กระเป๋าเดินทางโหลดใต้เครื่องในทุกกรณี


********************************************************

"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2019 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th