ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
7 มื้อ 2 คืน 3 ร้านรัฐบาล
สรุปการท่องเที่ยว:
วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
วันที่ 2: ท่าอากาศยานนานาชาติเชจู (Jeju International Airport) / อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน (Hallasan National Park) - ฤดูหนาว / ฮัลโหล คิตตี้ (Hello Kitty Island) / พิพิธภัณฑ์ชาโอซุลลอค (O՚Sulloc) / ทัคโทรีทัง / สวนส้มไร้เมล็ด (Jeju Orange Farm) / วัดซันบังซา (Sanbangsa Temple) / คาลบิ หรือ หมูย่างเกาหลี (Kalbi) / Sea & Hotel
วันที่ 3: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / ปั่นจักรยานบนรางรถไฟ (Rail Bike) / ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง (Red Pine Center) / พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อควา แพลนเนท (Aqua Planet Jeju) / แทจีพลูแบ็ก (Dwaeji Bulbaek) / เขาซองซานอิลชุบง (Seongsan Ilchulbong Peak) / หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอึบ (Seongeup Folk Village) / พิพิธภัณฑ์แฮนยอ (Haenyeo Museum) / บุฟเฟ่ต์บาร์บีคิว และซีฟู้ดสไตล์เกาหลี (Korean BBQ & Seafood) / Sea & Hotel
วันที่ 4: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / โขดหินยงดูอัม (Yongduam Rock) หรือโขดหินหัวมังกร (Dragon Head Rock) / ศูนย์สมุนไพรบำรุงตับ ฮอกเก็ตนามู (Raisin Tree Center) / ร้านละลายเงินวอน (Super Market) / ศูนย์ผลิตภัณฑ์ความงาม เครื่องสำอาง เวชสำอาง (Cosmetic Center) / ชาบู ชาบู (Korean Shabu Shabu) / ศูนย์โสมรัฐบาล (Korean Ginseng Center) / ดงฮวา ดิวตี้ ฟรี (Donghwa Duty Free) / ดาวทาวน์เมืองเชจู (Jeju Downtown) / ท่าอากาศยานนานาชาติเชจู (Jeju International Airport) / ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
วันที่ 5:
วันที่ 6:
วันที่ 7:
วันที่ 8:
วันที่ 9:
วันที่ 10:
มีการเข้าชมทั้งหมด: 1 ครั้ง ผู้ชมขณะนี้: 1 คน

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

พักเดี่ยวชำระเพิ่มท่านละ 0 บาท
เด็กทารกอายุไม่เกิน 2 ปี ไม่มีเตียงท่านละ 0 บาท
เด็กอายุไม่เกิน ปี ไม่มีเตียงลดท่านละ 0 บาท / มีเตียงลดท่านละ 0 บาท
Emirates (EK)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เม.ย.61)
พ.28 พ.ย.-07 ธ.ค.
(วันพ่อแห่งชาติ)
32,900.- Emirates ว่าง
พฤ.29 พ.ย.-08 ธ.ค.
(วันพ่อแห่งชาติ)
32,900.- Emirates ว่าง
พ.05-14 ธ.ค.
(วันรัฐธรรมนูญ)
31,900.- Emirates เหลือ 3 ที่
พ.05-14 ธ.ค.
(วันรัฐธรรมนูญ)
31,900.- Emirates เหลือ 2 ที่
ศ.07-16 ธ.ค.
(วันรัฐธรรมนูญ)
32,900.- Emirates เต็ม
ตารางบิน
Emirates (EK) เวลาบินขาไป 01:35 - 13:45 BKK - SAW EK385
เวลาบินขากลับ 15:35 - 08:00 SAW - BKK EK120

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
 
วันที่ 1
ช่วงค่ำ
(22:00) ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
* 01.35 น. ออกเดินทางสู่ดูไบโดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385 ***คณะเดินทางวันที่ 16-25, 21-30 พ.ย., 23 พ.ย.-2 ธ.ค., 28 พ.ย.-7 ธ.ค. และ 5-14 ธ.ค. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน EK 371 เวลา 02.00 น. และถึงดูไบ เวลา 06.00 น.***
วันที่ 2
ช่วงเช้า
(04:45) ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
เดินทางถึงสนามบินดูไบ (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
เดินทางถึงสนามบินดูไบ (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
* 10.00 น. ออกเดินทางสู่ตุรกี โดยเที่ยวบิน EK 119
ช่วงบ่าย
ท่าอากาศยานนานาชาติซาบีฮา เกิคเช่น (Sabiha Gokcen International Airport)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติซาบีฮา เกิคเช่น (Sabiha Gokcen International Airport) ประเทศตุรกี เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และตรวจรับสัมภาระของท่าน
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติซาบีฮา เกิคเช่น (Sabiha Gokcen International Airport) ประเทศตุรกี เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และตรวจรับสัมภาระของท่าน
ท่าอากาศยานนานาชาติซาบีฮา เกิคเช่น (Sabiha Gokcen International Airport)
กรุงอังคาร่า (Ankara)
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองหลวงของประเทศตุรกี กรุงอังคาร่า (Ankara) ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูล อังคาร่าตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอนาโตเลีย จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลตุรกี และเป็นที่ตั้งของสถานทูตประเทศต่างๆ อังคาร่ายังเป็นศูนย์กลางของทางหลวงและเส้นทางรถไฟทำให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขาย สินค้าที่มีชื่อเสียงของเมืองคือผลิตภัณฑ์จากขนโมแฮร์ที่ไ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองหลวงของประเทศตุรกี กรุงอังคาร่า (Ankara) ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูล อังคาร่าตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอนาโตเลีย จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลตุรกี และเป็นที่ตั้งของสถานทูตประเทศต่างๆ อังคาร่ายังเป็นศูนย์กลางของทางหลวงและเส้นทางรถไฟทำให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขาย สินค้าที่มีชื่อเสียงของเมืองคือผลิตภัณฑ์จากขนโมแฮร์ที่ได้จากแพะอังโกรา ขนอังโกราที่ได้จากกระต่ายอังโกรา แมวอังโกรา ลูกแพร์ น้ำผึ้ง และองุ่นท้องถิ่น
กรุงอังคาร่า (Ankara)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ROYAL CARINE
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม ROYAL CARINE หรือเทียบเท่า
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม ROYAL CARINE หรือเทียบเท่า
ROYAL CARINE
วันที่ 3
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Kocatepe Mosque
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ Kocatepe Mosque สร้างในศิลปะนีโอออตมาน เมื่อปี 1967 และถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงอังการ่า
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ Kocatepe Mosque สร้างในศิลปะนีโอออตมาน เมื่อปี 1967 และถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงอังการ่า
Kocatepe Mosque
ATATURK MAUSOLEUM สุสานอตาเติร์ก
เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของ MUSTAFA KEMAL ATATURK ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามกู้ อิสรภาพของตุรกีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี และประธานาธิบดีคนแรกเป็นสุสานของ ISMET INONU ประธานาธิบดีคนที่ 2 ของตุรกีด้วย อนุสรณ์สถานออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1944 – 1953 ในธนบัตรตุรกีที่พิมพ์ระหว่างปี 1966 – 1987 และ 1999 – 2009 จะเป็นรูป ANITKABIR ด้วย
เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของ MUSTAFA KEMAL ATATURK ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามกู้ อิสรภาพของตุรกีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี และประธานาธิบดีคนแรกเป็นสุสานของ ISMET INONU ประธานาธิบดีคนที่ 2 ของตุรกีด้วย อนุสรณ์สถานออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1944 – 1953 ในธนบัตรตุรกีที่พิมพ์ระหว่างปี 1966 – 1987 และ 1999 – 2009 จะเป็นรูป ANITKABIR ด้วย
ATATURK MAUSOLEUM สุสานอตาเติร์ก
เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) คัปปาโดเกียเป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี นำท่านชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว ลาวาที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างแล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี เมื่อวันเวล (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) คัปปาโดเกียเป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี นำท่านชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว ลาวาที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างแล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี เมื่อวันเวลาผ่านไปพายุ ลม ฝน และหิมะ ได้เป็นกัดเซาะแผ่นดินมาเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ เกิดเป็นภูมิประเทศที่งดงามแปลกตาดั่งสวรรค์บนดิน จนได้ชื่อว่า“ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า” และได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี เมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศไม่เหมือนที่ใดในโลกมีความสวยงามเหมือนหนึ่งเมืองในเทพนิยาย
เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในคัปปาโดเกีย ผู้คนแถบนี้นับถือเทพเจ้ากรีก-โรมัน จนเมื่อประมาณกลางคริสต์สตวรรษที่ 1 เซนต์ปอลเดิ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในคัปปาโดเกีย ผู้คนแถบนี้นับถือเทพเจ้ากรีก-โรมัน จนเมื่อประมาณกลางคริสต์สตวรรษที่ 1 เซนต์ปอลเดินทางมาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกีย แต่ดูเหมือนวาชาวโรมันผู้ปครองในยุคนั้นจะไม่ให้การยอมรับ ทำให้ผู้นับถือศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกียต้องหลบซ่อนการรังควานของโรมัน ด้วยการเจาะถ้ำขุดพื้นลงไปเป็นอุโมงค์เกิดเป็นเมืองใต้ดินขึ้นมา และได้ขุดเจาะบริเวณเกอเรเม่ทำให้เป็นโบสถ์ถ้ำจำนวนมาก กระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 5-6 ชาวโรมันให้การยอมรับศาสนาคริสต์ สำหรับโบสถ์ถ้ำในเกอเรเม่ ว่ากันว่ามีมากถึง 365 หลังด้วยกัน (สร้างตามตามจำนวนวันใน 1 ปี) แต่ปัจจุบันเปิดให้ชมเพียงบางส่วนเท่านั้น นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา (St. Barbar Church) โบสถ์มังกร (Snake Church) และโบสถ์แอปเปิ้ล (Apple Church) อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับภูเขารูปทรงต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum)
โรงงานทอพรม (Carpet Factory)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม (Carpet Factory) นำทุกท่านชมวิธีการทอพรหมแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม (Carpet Factory) นำทุกท่านชมวิธีการทอพรหมแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย
โรงงานทอพรม (Carpet Factory)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show)
จากนั้นนำท่านชม โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) ของสาวน้อยชาวตุรกี เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีใ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านชม โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) ของสาวน้อยชาวตุรกี เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show)
TASSARAY HOTEL
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม TASSARAY หรือเทียบเท่า
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม TASSARAY หรือเทียบเท่า
TASSARAY HOTEL
วันที่ 4
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Option เสริม!! นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย
เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย พร้อมกับประกาศนียบัตรที่รอมอบให้กับทุกท่าน (ท่านใดที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณ Lobby)
เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย พร้อมกับประกาศนียบัตรที่รอมอบให้กับทุกท่าน (ท่านใดที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณ Lobby)
Option เสริม!! นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย
เมืองคอนย่า (Konya)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ในอดีตซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆ ที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ในอดีตซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆ ที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี
เมืองคอนย่า (Konya)
นครใต้ดิน (Underground City)
นำท่าน เข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลก เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ สำหรับที่เราไปชมวันนี้เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัว ห้องหมักไ (อ่านต่อ)
นำท่าน เข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลก เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ สำหรับที่เราไปชมวันนี้เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัว ห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำ และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึก และทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้
นครใต้ดิน (Underground City)
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์เมฟลานาเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูมี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเป็นสุสานของ เมฟลานา ผู้ก่อตั้ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์เมฟลานาเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูมี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเป็นสุสานของ เมฟลานา ผู้ก่อตั้งอีกด้วย
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นที่ตั้งของ เมืองปามุคคาเล่ (ปราสาทปุยฝ้าย) น้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดิน มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูนแคลเซียมออกไซด์ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหลรินลงมาจากภูเขาคาลดากึ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดินและทำปฏิกิร (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นที่ตั้งของ เมืองปามุคคาเล่ (ปราสาทปุยฝ้าย) น้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดิน มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูนแคลเซียมออกไซด์ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหลรินลงมาจากภูเขาคาลดากึ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดินและทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา จนทำให้ปามุคคาเล่และเมืองเฮียราโปลิส ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี 1988
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Ninova Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Ninova Hotel 4* หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Ninova Hotel 4* หรือเทียบเท่า
Ninova Hotel

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
เริ่มต้น: ช่วง 28 พ.ย.-16 ธ.ค. 61 (5 ช่วง)
(มีวันมาฆบูชา)
9,900 บ.

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
วันที่ 2: ท่าอากาศยานนานาชาติเชจู (Jeju International Airport) / อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน (Hallasan National Park) - ฤดูหนาว / ฮัลโหล คิตตี้ (Hello Kitty Island) / พิพิธภัณฑ์ชาโอซุลลอค (O՚Sulloc) / ทัคโทรีทัง / สวนส้มไร้เมล็ด (Jeju Orange Farm) / วัดซันบังซา (Sanbangsa Temple) / คาลบิ หรือ หมูย่างเกาหลี (Kalbi) / Sea & Hotel
วันที่ 3: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / ปั่นจักรยานบนรางรถไฟ (Rail Bike) / ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง (Red Pine Center) / พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อควา แพลนเนท (Aqua Planet Jeju) / แทจีพลูแบ็ก (Dwaeji Bulbaek) / เขาซองซานอิลชุบง (Seongsan Ilchulbong Peak) / หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอึบ (Seongeup Folk Village) / พิพิธภัณฑ์แฮนยอ (Haenyeo Museum) / บุฟเฟ่ต์บาร์บีคิว และซีฟู้ดสไตล์เกาหลี (Korean BBQ & Seafood) / Sea & Hotel
วันที่ 4: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / โขดหินยงดูอัม (Yongduam Rock) หรือโขดหินหัวมังกร (Dragon Head Rock) / ศูนย์สมุนไพรบำรุงตับ ฮอกเก็ตนามู (Raisin Tree Center) / ร้านละลายเงินวอน (Super Market) / ศูนย์ผลิตภัณฑ์ความงาม เครื่องสำอาง เวชสำอาง (Cosmetic Center) / ชาบู ชาบู (Korean Shabu Shabu) / ศูนย์โสมรัฐบาล (Korean Ginseng Center) / ดงฮวา ดิวตี้ ฟรี (Donghwa Duty Free) / ดาวทาวน์เมืองเชจู (Jeju Downtown) / ท่าอากาศยานนานาชาติเชจู (Jeju International Airport) / ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
วันที่ 5:
วันที่ 6:
วันที่ 7:
วันที่ 8:
วันที่ 9:
วันที่ 10:
7 มื้อ 2 คืน 3 ร้านรัฐบาล

มีการเข้าชมทั้งหมด: 1 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 1 คน          

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
พักเดี่ยวชำระเพิ่มท่านละ 0 บาท
เด็กทารกอายุไม่เกิน 2 ปี ไม่มีเตียงท่านละ 0 บาท
เด็กอายุไม่เกิน ปี ไม่มีเตียงลดท่านละ 0 บาท / มีเตียงลดท่านละ 0 บาท

Emirates (EK)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เม.ย.61)
พ.  28 พ.ย.-07 ธ.ค.
(วันพ่อแห่งชาติ)
32,900.- Emirates ว่าง
พฤ.  29 พ.ย.-08 ธ.ค.
(วันพ่อแห่งชาติ)
32,900.- Emirates ว่าง
พ.  05-14 ธ.ค.
(วันรัฐธรรมนูญ)
31,900.- Emirates เหลือ 3 ที่
พ.  05-14 ธ.ค.
(วันรัฐธรรมนูญ)
31,900.- Emirates เหลือ 2 ที่
ศ.  07-16 ธ.ค.
(วันรัฐธรรมนูญ)
32,900.- Emirates เต็ม

ตารางบิน
Emirates (EK)
(ขาไป)
เวลาบินขาไป 01:35 - 04:45 BKK - DXB EK385
เวลาบินต่อเครื่อง 10:00 - 13:45 DXB - SAW EK119
Emirates (EK)
(ขากลับ)
เวลาบินต่อเครื่อง 15:35 - 21:00 SAW - DXB EK120
เวลาบินขากลับ 22:30 - 08:00 DXB - BKK EK374

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
วันที่ 1
ช่วงค่ำ
(22:00) ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
* 01.35 น. ออกเดินทางสู่ดูไบโดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385 ***คณะเดินทางวันที่ 16-25, 21-30 พ.ย., 23 พ.ย.-2 ธ.ค., 28 พ.ย.-7 ธ.ค. และ 5-14 ธ.ค. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน EK 371 เวลา 02.00 น. และถึงดูไบ เวลา 06.00 น.***
วันที่ 2
ช่วงเช้า
(04:45) ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
เดินทางถึงสนามบินดูไบ (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
เดินทางถึงสนามบินดูไบ (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* 10.00 น. ออกเดินทางสู่ตุรกี โดยเที่ยวบิน EK 119
ช่วงบ่าย
ท่าอากาศยานนานาชาติซาบีฮา เกิคเช่น (Sabiha Gokcen International Airport)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติซาบีฮา เกิคเช่น (Sabiha Gokcen International Airport) ประเทศตุรกี เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และตรวจรับสัมภาระของท่าน
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติซาบีฮา เกิคเช่น (Sabiha Gokcen International Airport) ประเทศตุรกี เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และตรวจรับสัมภาระของท่าน
ท่าอากาศยานนานาชาติซาบีฮา เกิคเช่น (Sabiha Gokcen International Airport)
กรุงอังคาร่า (Ankara)
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองหลวงของประเทศตุรกี กรุงอังคาร่า (Ankara) ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูล อังคาร่าตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอนาโตเลีย จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลตุรกี และเป็นที่ตั้งของสถานทูตประเทศต่างๆ อังคาร่ายังเป็นศูนย์กลางของทางหลวงและเส้นทางรถไฟทำให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขาย สินค้าที่มีชื่อเสียงของเมืองคือผลิตภัณฑ์จากขนโมแฮร์ที่ไ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองหลวงของประเทศตุรกี กรุงอังคาร่า (Ankara) ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูล อังคาร่าตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอนาโตเลีย จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลตุรกี และเป็นที่ตั้งของสถานทูตประเทศต่างๆ อังคาร่ายังเป็นศูนย์กลางของทางหลวงและเส้นทางรถไฟทำให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขาย สินค้าที่มีชื่อเสียงของเมืองคือผลิตภัณฑ์จากขนโมแฮร์ที่ได้จากแพะอังโกรา ขนอังโกราที่ได้จากกระต่ายอังโกรา แมวอังโกรา ลูกแพร์ น้ำผึ้ง และองุ่นท้องถิ่น
กรุงอังคาร่า (Ankara)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ROYAL CARINE
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม ROYAL CARINE หรือเทียบเท่า
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม ROYAL CARINE หรือเทียบเท่า
ROYAL CARINE
วันที่ 3
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Kocatepe Mosque
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ Kocatepe Mosque สร้างในศิลปะนีโอออตมาน เมื่อปี 1967 และถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงอังการ่า
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ Kocatepe Mosque สร้างในศิลปะนีโอออตมาน เมื่อปี 1967 และถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงอังการ่า
Kocatepe Mosque
ATATURK MAUSOLEUM สุสานอตาเติร์ก
เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของ MUSTAFA KEMAL ATATURK ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามกู้ อิสรภาพของตุรกีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี และประธานาธิบดีคนแรกเป็นสุสานของ ISMET INONU ประธานาธิบดีคนที่ 2 ของตุรกีด้วย อนุสรณ์สถานออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1944 – 1953 ในธนบัตรตุรกีที่พิมพ์ระหว่างปี 1966 – 1987 และ 1999 – 2009 จะเป็นรูป ANITKABIR ด้วย
เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของ MUSTAFA KEMAL ATATURK ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามกู้ อิสรภาพของตุรกีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี และประธานาธิบดีคนแรกเป็นสุสานของ ISMET INONU ประธานาธิบดีคนที่ 2 ของตุรกีด้วย อนุสรณ์สถานออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1944 – 1953 ในธนบัตรตุรกีที่พิมพ์ระหว่างปี 1966 – 1987 และ 1999 – 2009 จะเป็นรูป ANITKABIR ด้วย
ATATURK MAUSOLEUM สุสานอตาเติร์ก
เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) คัปปาโดเกียเป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี นำท่านชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว ลาวาที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างแล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี เมื่อวันเวล (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) คัปปาโดเกียเป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี นำท่านชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว ลาวาที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างแล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี เมื่อวันเวลาผ่านไปพายุ ลม ฝน และหิมะ ได้เป็นกัดเซาะแผ่นดินมาเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ เกิดเป็นภูมิประเทศที่งดงามแปลกตาดั่งสวรรค์บนดิน จนได้ชื่อว่า“ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า” และได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี เมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศไม่เหมือนที่ใดในโลกมีความสวยงามเหมือนหนึ่งเมืองในเทพนิยาย
เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในคัปปาโดเกีย ผู้คนแถบนี้นับถือเทพเจ้ากรีก-โรมัน จนเมื่อประมาณกลางคริสต์สตวรรษที่ 1 เซนต์ปอลเดิ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในคัปปาโดเกีย ผู้คนแถบนี้นับถือเทพเจ้ากรีก-โรมัน จนเมื่อประมาณกลางคริสต์สตวรรษที่ 1 เซนต์ปอลเดินทางมาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกีย แต่ดูเหมือนวาชาวโรมันผู้ปครองในยุคนั้นจะไม่ให้การยอมรับ ทำให้ผู้นับถือศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกียต้องหลบซ่อนการรังควานของโรมัน ด้วยการเจาะถ้ำขุดพื้นลงไปเป็นอุโมงค์เกิดเป็นเมืองใต้ดินขึ้นมา และได้ขุดเจาะบริเวณเกอเรเม่ทำให้เป็นโบสถ์ถ้ำจำนวนมาก กระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 5-6 ชาวโรมันให้การยอมรับศาสนาคริสต์ สำหรับโบสถ์ถ้ำในเกอเรเม่ ว่ากันว่ามีมากถึง 365 หลังด้วยกัน (สร้างตามตามจำนวนวันใน 1 ปี) แต่ปัจจุบันเปิดให้ชมเพียงบางส่วนเท่านั้น นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา (St. Barbar Church) โบสถ์มังกร (Snake Church) และโบสถ์แอปเปิ้ล (Apple Church) อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับภูเขารูปทรงต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum)
โรงงานทอพรม (Carpet Factory)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม (Carpet Factory) นำทุกท่านชมวิธีการทอพรหมแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม (Carpet Factory) นำทุกท่านชมวิธีการทอพรหมแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย
โรงงานทอพรม (Carpet Factory)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show)
จากนั้นนำท่านชม โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) ของสาวน้อยชาวตุรกี เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีใ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านชม โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) ของสาวน้อยชาวตุรกี เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show)
TASSARAY HOTEL
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม TASSARAY หรือเทียบเท่า
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม TASSARAY หรือเทียบเท่า
TASSARAY HOTEL
วันที่ 4
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Option เสริม!! นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย
เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย พร้อมกับประกาศนียบัตรที่รอมอบให้กับทุกท่าน (ท่านใดที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณ Lobby)
เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย พร้อมกับประกาศนียบัตรที่รอมอบให้กับทุกท่าน (ท่านใดที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณ Lobby)
Option เสริม!! นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย
เมืองคอนย่า (Konya)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ในอดีตซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆ ที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ในอดีตซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆ ที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี
เมืองคอนย่า (Konya)
นครใต้ดิน (Underground City)
นำท่าน เข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลก เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ สำหรับที่เราไปชมวันนี้เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัว ห้องหมักไ (อ่านต่อ)
นำท่าน เข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลก เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ สำหรับที่เราไปชมวันนี้เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัว ห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำ และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึก และทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้
นครใต้ดิน (Underground City)
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์เมฟลานาเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูมี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเป็นสุสานของ เมฟลานา ผู้ก่อตั้ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์เมฟลานาเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูมี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเป็นสุสานของ เมฟลานา ผู้ก่อตั้งอีกด้วย
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นที่ตั้งของ เมืองปามุคคาเล่ (ปราสาทปุยฝ้าย) น้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดิน มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูนแคลเซียมออกไซด์ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหลรินลงมาจากภูเขาคาลดากึ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดินและทำปฏิกิร (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นที่ตั้งของ เมืองปามุคคาเล่ (ปราสาทปุยฝ้าย) น้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดิน มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูนแคลเซียมออกไซด์ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหลรินลงมาจากภูเขาคาลดากึ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดินและทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา จนทำให้ปามุคคาเล่และเมืองเฮียราโปลิส ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี 1988
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Ninova Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Ninova Hotel 4* หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Ninova Hotel 4* หรือเทียบเท่า
Ninova Hotel
"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2019 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th