TK38 ทัวร์ตุรกี อิสตันบูล พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย เมืองโบราณเอเฟซุส ปามุคคาเล่ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน Emirates (EK)
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
ทัวร์ตุรกี อิสตันบูล พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย เมืองโบราณเอเฟซุส ปามุคคาเล่ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน Emirates (EK)?v=20181119150320
ชมระบำหน้าท้องและการแสดงพื้นเมือง
เที่ยวอิสตันบูล (Istanbul) ดินแดนคาบเกี่ยว 2 ทวีป เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum) ได้รับการขนานนามว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ เยือนเมืองโบราณเอเฟซุส (City of Ephesus)  มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตื่นตากับความอัศจรรย์ทางธรรมชาติกับปามุคคาเล (Pamukkale) ชมของล้ำค่าในพระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ที่ยิ่งใหญ่ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน Emirates (EK)
20 มื้อ 7 คืน
สรุปการท่องเที่ยว:
วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
วันที่ 2: ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ / Sabiha Gokcen International Airport / กรุงอังคาร่า (Ankara) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / ROYAL CARINE
วันที่ 3: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / Kocatepe Mosque / ATATURK MAUSOLEUM สุสานอตาเติร์ก / เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองเกอเรเม่ (Goreme) / พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) / โรงงานทอพรม (Carpet Factory) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) / TASSARAY HOTEL
วันที่ 4: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย / เมืองคอนย่า (Konya) / เมืองใต้ดิน Underground City / พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / Ninova Hotel
วันที่ 5: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) / เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) / เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) / ห้องสมุดของเซลซุส (The Library of Celsus) / ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) / โรงงานเครื่องหนัง (Leather Factory) / บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / Richmond Hotel
วันที่ 6: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / เมืองเพอร์กามัม (Pergamon) / วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองชานัคคาเล (Canakkale) / เมืองทรอย (Troy) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / Iris Hotel
วันที่ 7: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / ม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse or Wooden Horse) / นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาดาเนี่ยล (Dardanelles) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต / มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) / อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern) / ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / WOW İstanbul Hotel
วันที่ 8: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market) / พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือ พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum) / ตลาดในร่ม (KAPALI CARSISI หรือ COVERED BAZAAR) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / WOW İstanbul Hotel
วันที่ 9: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) / Sabiha Gokcen International Airport / ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
วันที่ 10: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
มีการเข้าชมทั้งหมด: 3,869 ครั้ง ผู้ชมขณะนี้: 1 คน

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

พักเดี่ยวชำระเพิ่มท่านละ 6,900 บาท
Emirates (EK)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย.61)
28 พ.ย.-07 ธ.ค.
(วันพ่อแห่งชาติ)
32,900.- Emirates ว่าง
29 พ.ย.-08 ธ.ค.
(วันพ่อแห่งชาติ)
32,900.- Emirates ว่าง
05-14 ธ.ค.
(วันรัฐธรรมนูญ)
31,900.- Emirates เหลือ 3 ที่
05-14 ธ.ค.
(วันรัฐธรรมนูญ)
31,900.- Emirates เหลือ 2 ที่
07-16 ธ.ค.
(วันรัฐธรรมนูญ)
32,900.- Emirates เต็ม
ตารางบิน
Emirates (EK) เวลาบินขาไป 01:35 - 13:45 BKK - SAW EK385
เวลาบินขากลับ 15:35 - 08:00 SAW - BKK EK120

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

 
วันที่ 1
ช่วงค่ำ: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (วันที่1)
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (22:00 )
คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
* 01.35 น. ออกเดินทางสู่ดูไบโดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385 ***คณะเดินทางวันที่ 16-25, 21-30 พ.ย., 23 พ.ย.-2 ธ.ค., 28 พ.ย.-7 ธ.ค. และ 5-14 ธ.ค. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน EK 371 เวลา 02.00 น. และถึงดูไบ เวลา 06.00 น.***

วันที่ 2
ช่วงเช้า: ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (วันที่2)
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (04:45 )
เดินทางถึงสนามบินดูไบ (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
* 10.00 น. ออกเดินทางสู่ตุรกี โดยเที่ยวบิน EK 119

ช่วงบ่าย: Sabiha Gokcen International Airport / กรุงอังคาร่า (Ankara) (วันที่2)
Sabiha Gokcen International Airport
เดินทางถึง Sabiha Gokcen International Airport ประเทศตรุกี (Turkey) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร
Sabiha Gokcen International Airport
กรุงอังคาร่า (Ankara)
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองหลวงของประเทศตุรกี กรุงอังคาร่า (Ankara) ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูล อังคาร่าตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอนาโตเลีย จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลตุรกี และเป็นที่ตั้งของสถานทูตประเทศต่างๆ อังคาร่ายังเป็นศูนย์กลางของทางหลวงและเส้นทางรถไฟทำให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขาย สินค้าที่มีชื่อเสียงของเมืองคือผลิตภัณฑ์จากขนโมแฮร์ที่ได้จากแพะอังโกรา ขนอังโกราที่ได้จากกระต่ายอังโกรา แมวอังโกรา ลูกแพร์ น้ำผึ้ง และองุ่นท้องถิ่น
กรุงอังคาร่า (Ankara)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / ROYAL CARINE (วันที่2)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ROYAL CARINE
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม ROYAL CARINE หรือเทียบเท่า
ROYAL CARINE

วันที่ 3
ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / Kocatepe Mosque / ATATURK MAUSOLEUM สุสานอตาเติร์ก / เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) (วันที่3)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Kocatepe Mosque
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ Kocatepe Mosque สร้างในศิลปะนีโอออตมาน เมื่อปี 1967 และถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงอังการ่า
Kocatepe Mosque
ATATURK MAUSOLEUM สุสานอตาเติร์ก
เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของ MUSTAFA KEMAL ATATURK ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามกู้ อิสรภาพของตุรกีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี และประธานาธิบดีคนแรกเป็นสุสานของ ISMET INONU ประธานาธิบดีคนที่ 2 ของตุรกีด้วย อนุสรณ์สถานออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1944 – 1953 ในธนบัตรตุรกีที่พิมพ์ระหว่างปี 1966 – 1987 และ 1999 – 2009 จะเป็นรูป ANITKABIR ด้วย
ATATURK MAUSOLEUM สุสานอตาเติร์ก
เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) คัปปาโดเกียเป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี นำท่านชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว ลาวาที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างแล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี เมื่อวันเวลาผ่านไปพายุ ลม ฝน และหิมะ ได้เป็นกัดเซาะแผ่นดินมาเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ เกิดเป็นภูมิประเทศที่งดงามแปลกตาดั่งสวรรค์บนดิน จนได้ชื่อว่า“ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า” และได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี เมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศไม่เหมือนที่ใดในโลกมีความสวยงามเหมือนหนึ่งเมืองในเทพนิยาย
เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองเกอเรเม่ (Goreme) / พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) / โรงงานทอพรม (Carpet Factory) (วันที่3)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในคัปปาโดเกีย ผู้คนแถบนี้นับถือเทพเจ้ากรีก-โรมัน จนเมื่อประมาณกลางคริสต์สตวรรษที่ 1 เซนต์ปอลเดินทางมาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกีย แต่ดูเหมือนวาชาวโรมันผู้ปครองในยุคนั้นจะไม่ให้การยอมรับ ทำให้ผู้นับถือศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกียต้องหลบซ่อนการรังควานของโรมัน ด้วยการเจาะถ้ำขุดพื้นลงไปเป็นอุโมงค์เกิดเป็นเมืองใต้ดินขึ้นมา และได้ขุดเจาะบริเวณเกอเรเม่ทำให้เป็นโบสถ์ถ้ำจำนวนมาก กระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 5-6 ชาวโรมันให้การยอมรับศาสนาคริสต์ สำหรับโบสถ์ถ้ำในเกอเรเม่ ว่ากันว่ามีมากถึง 365 หลังด้วยกัน (สร้างตามตามจำนวนวันใน 1 ปี) แต่ปัจจุบันเปิดให้ชมเพียงบางส่วนเท่านั้น นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา (St. Barbar Church) โบสถ์มังกร (Snake Church) และโบสถ์แอปเปิ้ล (Apple Church) อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับภูเขารูปทรงต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum)
โรงงานทอพรม (Carpet Factory)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม (Carpet Factory) นำทุกท่านชมวิธีการทอพรหมแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย
โรงงานทอพรม (Carpet Factory)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) / TASSARAY HOTEL (วันที่3)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show)
จากนั้นนำท่านชม โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) ของสาวน้อยชาวตุรกี เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show)
TASSARAY HOTEL
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม TASSARAY หรือเทียบเท่า
TASSARAY HOTEL

วันที่ 4
ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย / เมืองคอนย่า (Konya) / เมืองใต้ดิน Underground City / พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) (วันที่4)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย
เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย พร้อมกับประกาศนียบัตรที่รอมอบให้กับทุกท่าน (ท่านใดที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณ Lobby)
* ทัวร์นั่งบอลลูนนี้ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้กับเจ้าหน้าที่ มัคคุเทศก์ท้องถิ่น หรือหัวหน้าทัวร์
นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย
เมืองคอนย่า (Konya)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ในอดีตซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆ ที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี
เมืองคอนย่า (Konya)
เมืองใต้ดิน Underground City
นำท่าน เข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้องๆ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงอาจค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ ควรใช้ความระมัดระวัง
เมืองใต้ดิน Underground City
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์เมฟลานาเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูมี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเป็นสุสานของ เมฟลานา ผู้ก่อตั้งอีกด้วย
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) (วันที่4)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นที่ตั้งของ เมืองปามุคคาเล่ (ปราสาทปุยฝ้าย) น้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดิน มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูนแคลเซียมออกไซด์ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหลรินลงมาจากภูเขาคาลดากึ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดินและทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา จนทำให้ปามุคคาเล่และเมืองเฮียราโปลิส ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี 1988
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / Ninova Hotel (วันที่4)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Ninova Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Ninova Hotel 4* หรือเทียบเท่า
Ninova Hotel

วันที่ 5
ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) / เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) (วันที่5)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) คำว่า “ปามุกคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” pamuk หมายถึง cotton และ kale หมายถึง castle เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซียมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหล ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ปามุกคาเล่และเมืองเฮียราโพสิลได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis)
จากนั้นนำท่านชม เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) ซึ่งตั้งอยู่ล้อมรอบปามุคคาเล่ (ปราสาทปุ้ยฝ้าย) ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1 แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก ศูนย์กลางของเฮียราโปลิสเป็นบ่อน้ำที่ศักสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในโรงแรมปามุคคาเล่ สถานที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล่ โรงอาบน้ำโรมันบาธ โบสถ์สมัยไบแซนไทน์
เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) / เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) / ห้องสมุดของเซลซุส (The Library of Celsus) / ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) / โรงงานเครื่องหนัง (Leather Factory) / บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary) (วันที่5)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) อันเป็นที่ตั้งของเมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษา ไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionia) จากกรีกซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองขึ้นที่นี่ เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซีย และกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา “เอเฟซุส” ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน
เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi)
เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) นครเอฟฟิซุสก่อเกิดแต่ก่อนยุคคริสตกาล อดีตเมืองที่ยิ่งใหญ่และงดงาม เป็นเมืองที่สมบูรณ์ รุ่งเรือง และมั่งคั่งที่สุด เมืองที่ยังคงหลงเหลือและเต็มไปด้วยกลิ่นอายอารยธรรมโบราณ ไว้ซึ่งสิ่งปลูกสร้างนานนับ 2,000 ปี แต่ยังมีสภาพสวยงามอยู่ มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุด และเมืองโบราณเอฟฟิซุสยังเคยเป็นที่อยู่ของชาวไอโอเนียนจากกรีก ศิลปะของสถาปัตยกรรมที่คงเหลือเป็นแบบเฮเลนนิสติก ที่มีความอ่อนหวาน และฝีมือประณีต ภายในอาณาเขตอันกว้างใหญ่ที่สำคัญของนครเอฟฟิซุส อาทิ โรงอาบน้ำ และโรงละครโบราณที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 25,000 คน หอสมุดเซลซุสที่เหลือเฉพาะด้านหน้า จุดบูชาเทพเจ้าและอีกมากมาย ฯลฯ ที่ยังคงหลงเหลือให้ชมและศึกษาค้นคว้า
เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus)
ห้องสมุดของเซลซุส (The Library of Celsus)
จากนั้นนำท่านชม ห้องสมุดของเซลซุส (The Library of Celsus) อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของนครเอฟฟิซุสคือห้องสมุดของเซลซุส เป็นอาคารสองชั้น สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 114 โดยกงสุล ทิเบเรียส จูเลียส อกีลา สร้างเพื่ออุทิศให้เป็นอนุสรณ์แด่ เซลซัส โพเลเมียนุส ผู้เป็นพ่อ และนายกเทศมนตรีของโรมันที่ปกครองแคว้นเอเชียไมเนอร์ หลุมฝังศพของท่านอยู่ใต้ห้องสมุดแห่งนี้ด้วย ภายในมีห้องอ่านหนังสือและช่องเก็บม้วนหนังสือ ถึง 12,000 ม้วน ห้องสมุดแห่งนี้มีทางเข้า 3 ทาง โดยบริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่ ได้แก่ เทพีแห่งปัญญา เทพีแห่งคุณธรรม เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพีแห่งความรู้ รูปแกะสลักเทพีทั้ง 4 องค์นี้เป็นของจำลอง ส่วนของจริงนักโบราณคดีชาวออสเตรียได้นำกลับไปออสเตรีย และตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา
* อยู่ในบริเวณเมืองโบราณเอฟฟิซุส
ห้องสมุดของเซลซุส  (The Library of Celsus)
ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath)
จากนั้นนำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้
* อยู่ในบริเวณเมืองโบราณเอฟฟิซุส
ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath)
โรงงานเครื่องหนัง (Leather Factory)
จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม โรงงานเครื่องหนัง (Leather Factory) ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องหนังขั้นหลากหลาย ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี อิสระให้ทุกท่านได้ทดลองการเป็นนายแบบและนางแบบเสื้อหนังต่างๆ ตามอัธยาศัย
โรงงานเครื่องหนัง (Leather Factory)
บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพระแม่มารีเสด็จมากับนักบุญจอห์นใน ค.ศ. 37-48 และสิ้นพระชนม์ลง ณ สถานที่แห่งนี้ ถูกค้นพบอย่างปาฏิหาริย์โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมันชื่อ แอนนา แคเธอรีน เอมเมอริช ในปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลงมีคนพยายามสืบเสาะค้นหาบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตะปาปา โป๊ปเบเนดิกส์ที่ 16 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่
บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / Richmond Hotel (วันที่5)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Richmond Hotel
นำท่านเข้าพักในโรงแรม Richmond Hotel หรือเทียบเท่า
Richmond Hotel

วันที่ 6
ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / เมืองเพอร์กามัม (Pergamon) / วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) (วันที่6)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองเพอร์กามัม (Pergamon)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเพอร์กามัม (Pergamon) ตั้งอยู่ในบริเวณอะนาโตเลียห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ 30 กม.ทางด้านเหนือของแม่น้ำไคซูส ชมเมืองเพอร์กามัม เป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติก
เมืองเพอร์กามัม (Pergamon)
วิหารอะโครโปลิส (Acropolis)
จากนั้นนำท่านชม วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญนครบนที่สูง เป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่สูง ซึ่งมักจะเป็นเนินเขาที่ด้านหนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่ ที่เติบโตรุ่งเรืองอยู่บนที่ราบเบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการเหล่านี้ โดยเมืองด้านบน (upper town) จะเป็นพื้นที่วิหารบูชาเทพเจ้า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พระราชวังและพื้นที่ใช้งานต่างสำหรับกษัตริย์และชนชั้นสูงเท่านั้น ส่วนประชาชนคนธรรมดาทั่วไปจะอยู่ในส่วนของเมืองด้านล่าง
วิหารอะโครโปลิส (Acropolis)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองชานัคคาเล (Canakkale) / เมืองทรอย (Troy) (วันที่6)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองชานัคคาเล (Canakkale)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล (Canakkale) ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า และติดกับทะเลอีเจียน ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวเนื่องจากมีซากโบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยโรมันหลายแห่ง อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้าตลอดจนชุมทางการเดินรถ และขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป นับตั้งแต่สุลต่านอาห์เม็ดที่ 2 ได้สร้างป้อมปราการขึ้นที่นี่เมื่อปี 1452 เมืองชานัคคาเล่ในอดีตเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลลิโปลี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบหน้า เข้าไปยังช่องแคบคาร์ดาแนลส์ เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลก
เมืองชานัคคาเล (Canakkale)
เมืองทรอย (Troy)
จากนั้นนำท่านชม เมืองทรอย (Troy) ปัจจุบันตั้งอยู่ในเมืองชานัคคาเล ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง บริเวณกรุงทรอย มีการจัดแสดงแบบจำลองกรุงทรอย และเรื่องราวการค้นพบโดยนักโบราณคดี พร้อมทั้งภาพแผนผังเมืองทรอยที่ถูกสร้างซ้อนทับกันถึง 9 ชั้น มีซากเมืองเก่า กำแพง ประตู และม้าไม้จำลองแห่งทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณโดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก ให้เวลาท่านชมและถ่ายรูปคู่กับม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse)
เมืองทรอย (Troy)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / Iris Hotel (วันที่6)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Iris Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่Iris Hotel 4* หรือเทียบเท่า
Iris Hotel

วันที่ 7
ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / ม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse or Wooden Horse) / นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาดาเนี่ยล (Dardanelles) (วันที่7)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse or Wooden Horse)
จากนั้นนำท่านชมและถ่ายรูปคู่กับ ม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse or Wooden Horse) ม้าไม้ที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง TROY ที่ชาวกรีกใช้อุบายส่งม้าไม้ให้เมืองทรอย เพื่อเป็นของกำนัลที่ชนะสงครามใน Trojan แต่ความจริงแอบบรรจุคนในม้าไม้เพื่อมาเผิดประตูเมืองให้ทหารเข้าตัตัวเมือง จนเมืองทรอยได้ล่มสลายลงไป ปัจจุบันม้าไม้ที่สร้างจำลองขึ้นมาตัวนี้ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Truva ใกล้กับเขตเมือง Çanakkale เมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับจุดปะทะของสงคราม Trojan ในอดีตมากที่สุด โดยอยุ่บนคสบสมุทรอนาโตเลีย ริมฝั่งช่องแคบ Dardanelles
ม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse or Wooden Horse)
นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาดาเนี่ยล (Dardanelles)
นำท่านนั่งเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ ข้ามช่องแคบดาดาเนี่ยล (Dardanelles) (ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 45 นาที) เป็นช่องแคบ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ที่กั้นระหว่างคาบสมุทรกัลลิโพลี (Gallipoli) ของตุรกีส่วนที่อยู่ในทวีปยุโรปกับตุรกีส่วนที่อยู่ในทวีปเอเชีย เชื่อมทะเลมาร์มะรา (Sea of Marmara) กับทะเลอีเจียน (Aegean)
นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาดาเนี่ยล (Dardanelles)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต / มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) / อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern) / ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส (วันที่7)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Square) สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่างๆ ของชาวเมือง ต่อมาในรัชสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ได้รับการขยายให้กว้างขึ้นตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณ ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิสจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้น
จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต
มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือสุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) นำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านหน้า มัสยิดสุลต่านอาห์เมตสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอาห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันที่มีความงดงาม และยิ่งใหญ่กว่าโบสถ์เซ็นต์โซเฟียของจักรวรรดิไบแซนไทน์ โดยมัสยิดแห่งนี้สร้างประจันหน้ากับโบสถ์เซ็นต์โซเฟีย แต่อย่างไรก็ตามโบสถ์เซ็นต์โซเฟียก็ยังคงเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกีจวบจนปัจจุบัน
มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque)
อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern) ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 มีขนาดความกว้าง 70 เมตร ยาว 140 เมตร ลึก 8 เมตร ภายในอุโมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น และมีเสาต้นที่เด่นมากคือเสาเมดูซ่า อิสระให้ท่านถ่ายรูปและชมความงามใต้ดินของอุโมงค์เก็บน้ำขนาดใหญ่ได้ตามอัธยาศัย
อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern)
ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส
นำท่านไปลงเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (THE BLACK SEA) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (SEA OF MARMARA) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 กิโลเมตร ความ กว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุด ยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ ว่ากันว่าจนกระทั่งถึงยุคของการนำเอาเรือปืนใหญ่มาใช้และไม่เคยปรากฏว่ากรุงอิสตันบูลถูกถล่มจนเสียหายอย่างหนัก มาก่อนเลย ทั้งนี้เป็นเพราะป้อมปืนดังกล่าวนี้เอง ในปี ค.ศ. 1973 มีการเปิดใช้สะพานบอสฟอรัสซึ่งทำให้เกิดการเดินทางไปมาระหว่างฝั่งเอเชียและยุโรปสะดวกมากขึ้น
ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / WOW İstanbul Hotel (วันที่7)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
WOW İstanbul Hotel
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม WOW İstanbul หรือเทียบเท่า
WOW İstanbul Hotel

วันที่ 8
ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market) / พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) (วันที่8)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market)
จากนั้นนำท่านสู่ย่านช้อปปิ้งชื่อดัง ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market) ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย
ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market)
พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ซึ่งในอดีตเคยเป็นพระราชวังที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมันนานกว่า 3 ศตวรรษ สร้างโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือเมห์เมตผู้พิชิต เมื่อปี ค.ศ. 1478 ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรืออิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังแห่งนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ที่แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน อาทิ ส่วนโรงครัว ห้องเก็บเครื่องกระเบื้อง ห้องเก็บอาวุธ ห้องเก็บสมบัติ ฯลฯ ซึ่งห้องที่โด่งดังและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวอย่างมากก็คือ ห้องท้องพระคลังอันเป็นที่เก็บสมบัติและวัตถุล้ำค่ามากมาย โดยมีกริชแห่งทอปกาปึด้ามประดับมรกตใหญ่ 3 เม็ด กับเพชร 86 กะรัต ของช่างทำช้อนเป็นไฮไลต์สำคัญ ในขณะที่บริเวณระเบียงหลังห้องท้องพระคลังเป็นจุดชมวิวชั้นดี ที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์เมืองอิสตันบูลใน 2 ฝั่งทวีป (ยุโรปและเอเชีย) ได้อย่างชัดเจน
พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace)
* (ภายในพระราชวังมีการปิดปรับปรุงบางส่วน อาจจะทำให้ไม่สามารถเข้าชมได้ทั้งหมด)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือ พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum) / ตลาดในร่ม (KAPALI CARSISI หรือ COVERED BAZAAR) (วันที่8)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือ พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือชื่อในปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เป็นโบสถ์คาทอลิกที่สร้างในสมัยพระเจ้าจัสติเนียน มีหลังคาเป็นยอดกลมแบบโม เสาในโบสถ์เป็นหินอ่อน ภายในติดกระจกสี เมื่อเติร์กเข้าครองเมือง ได้เปลี่ยนโบสถ์นี่ให้เป็นสุเหร่าในปี ค.ศ. 1453 ฉาบปูนทับกำแพงที่ปูด้วยโมเสกเป็นรูปพระเยซูคริสต์และสาวก ภายหลังทางการได้ตกลงให้สุเหร่าเซนต์โซเฟียเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่วันนี้คงบรรยากาศของความเก่าขลังอยู่เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะโดมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกซึ่งมีพื้นที่โล่งภายในใหญ่ที่สุดในโลก ก่อสร้างด้วยการใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนักของอาคารลงสู่พื้นแทนการใช้เสาค้ำยันทั่วไป นับเป็นเทคนิคการก่อสร้างที่ถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น
สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือ พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum)
ตลาดในร่ม (KAPALI CARSISI หรือ COVERED BAZAAR)
นำท่านเดินทางสู่ ตลาดในร่ม (Kapali Carsisi หรือ Covered Bazaar) หรือ แกรนด์บาซาร์ (GRAND BAZAAR) เป็นตลาดเก่าแก่ สร้างครั้งแรกในสมัยสุลต่านเมห์เม็ดที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1461 ตลาดนี้กินเนื้อที่กว่า 2 แสนตารางเมตร ประกอบด้วยร้านค้ากว่า 4,000ร้าน ขายของสารพัด ตั้งแต่ทองหยอง เครื่องประดับ พรม เครื่องเงิน เครื่องหนัง กระเบื้อง เครื่องทองแดง ทองเหลือง สินค้าหัตถกรรม ของที่ระลึก ฯลฯ ที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงตั้งราคาสินค้าเอาไว้ค่อนข้างสูง ควรต่อรองราคาให้มาก
ตลาดในร่ม (KAPALI CARSISI หรือ COVERED BAZAAR)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / WOW İstanbul Hotel (วันที่8)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
WOW İstanbul Hotel
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม WOW İstanbul หรือเทียบเท่า
WOW İstanbul Hotel

วันที่ 9
ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) / Sabiha Gokcen International Airport (วันที่9)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) นำท่านชมพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย สุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอก รายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็ๆ ของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียระไน โคมไฟขนาดมหึมาหนัก 4.5 ตัน ซึ่งแขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรงใหญ่ และพรมทอผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace)
Sabiha Gokcen International Airport
ได้เวลาอันสมควร จดจำและอำลาช่วงเวลาแห่งความสุขในประเทศตุรกี และเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ
Sabiha Gokcen International Airport
* 15.35 น. ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เที่ยวบินที่ EK 120

ช่วงค่ำ: ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (วันที่9)
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
เดินทางถึงสนามบินดูไบ (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
* 22.30 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 374 ***คณะเดินทางวันที่ 14-23 ต.ค. 61 ถึงกรุงเทพฯ เวลา 13.15 น. เดินทางออกจากดูไบโดยเที่ยวบินที่ EK 376 ในวันที่ 23 ต.ค. 61 เวลา 03.40 น.*** ***คณะเดินทางวันที่ 9-18 พ.ย. 61 ถึงกรุงเทพฯ เวลา 12.05 น. เดินทางออกจากดูไบโดยเที่ยวบินที่ EK 384 ในวันที่ 18 พ.ย. 61 เวลา 03.05 น.***

วันที่ 10
ช่วงเช้า: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (วันที่10)
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (08:00 )
เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

หมายเหตุ 

  1. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทาง บริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การนัดหยุดงาน, จลาจล, การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน รวมถึงกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง รวมทั้งในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทาง หากท่านถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง     
  2. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  3. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  4. กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน 15 ท่าน ทางบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทาง โดยทางบริษัทฯ  จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า 14 วันก่อนการเดินทาง 
  5.  เมื่อท่านทำการซื้อโปรแกรมทัวร์ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านรับทราบและยอมรับเงื่อนไขของหมายเหตุทุกข้อแล้ว

**ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทฯจะไม่ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

***โปรแกรมและรายละเอียดของการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศและเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงผลประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสำคัญ


อัตราค่าบริการนี้รวม 

  1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
  2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ 
  4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า  
  5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
  7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่นไขกรมธรรม์)
  8. ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์) 
  9. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%


 อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม 

  1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
  2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 2 ชิ้น,  ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
  3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
  4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  5. ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น  (40 USD)
  6. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (โดยมาตรฐาน 3 USD ต่อคน ต่อวัน : 10 x 3 = 30 USD)


 เงื่อนไขการจอง

  1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
  2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า ภายใน  3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ
  3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
  4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
  5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
  6. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด


เงื่อนไขการชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ

ทางบริษัทขอเก็บค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ 20 วันก่อนการเดินทาง



ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่นั่งบนเครื่องบิ

  1. ทางบริษัทได้สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว  หากท่านยกเลิกทัวร์ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์การเรียกเก็บค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท  แล้วแต่สายการบินและช่วงเวลาเดินทาง  
  2. หากตั๋วเครื่องบินทำการออกแล้ว แต่ท่านไม่สารถออกเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และรอ Refund จากทางสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
  3. นั่งที่ Long Leg โดยปกติอยู่บริเวณทางออกประตูฉุกเฉิน และผู้ที่จะนั่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สายการบินกำหนด เช่น ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เครื่องบินมีปัญหา เช่น สามารถเปิดประตูฉุกเฉินได้ (น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม) ไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและร่างกาย และอำนาจในการให้ที่นั่ง Long leg ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่เช็คอินสายการบิน ตอนเวลาที่เช็คอินเท่านั้น


 กรณียกเลิกการเดินทาง

  1. แจ้งยกเลิก 50 วัน ขึ้นไปก่อนการเดินทาง   คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  2. แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 30 วันก่อนเดินทาง   ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  3. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่ บริษัทฯกำหนดไว้ (30ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไป   ชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน 
  4. กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่ สถานทูตฯ เรียกเก็บ 
  5. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว)    ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน 
  6. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ  ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
  7. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากปลอมแปลงหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าเหตุผลใดๆตามทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด


ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก

  1.  เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกันและบางโรงแรม  อาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม
  2. โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ
  3. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade air) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  4. โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัต และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน

TK38 ทัวร์ตุรกี อิสตันบูล พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย เมืองโบราณเอเฟซุส ปามุคคาเล่ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน Emirates (EK)
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
ทัวร์ตุรกี อิสตันบูล พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย เมืองโบราณเอเฟซุส ปามุคคาเล่ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน Emirates (EK)
ชมระบำหน้าท้องและการแสดงพื้นเมือง
เริ่มต้น: ช่วง 28 พ.ย.-16 ธ.ค. 61 (5 ช่วง)
(มีวันพ่อแห่งชาติ, วันรัฐธรรมนูญ)
31,900 บ.
เที่ยวอิสตันบูล (Istanbul) ดินแดนคาบเกี่ยว 2 ทวีป เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum) ได้รับการขนานนามว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ เยือนเมืองโบราณเอเฟซุส (City of Ephesus)  มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตื่นตากับความอัศจรรย์ทางธรรมชาติกับปามุคคาเล (Pamukkale) ชมของล้ำค่าในพระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ที่ยิ่งใหญ่ 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน Emirates (EK)

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
วันที่ 2: ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ / Sabiha Gokcen International Airport / กรุงอังคาร่า (Ankara) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / ROYAL CARINE
วันที่ 3: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / Kocatepe Mosque / ATATURK MAUSOLEUM สุสานอตาเติร์ก / เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองเกอเรเม่ (Goreme) / พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) / โรงงานทอพรม (Carpet Factory) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) / TASSARAY HOTEL
วันที่ 4: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย / เมืองคอนย่า (Konya) / เมืองใต้ดิน Underground City / พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / Ninova Hotel
วันที่ 5: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) / เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) / เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) / ห้องสมุดของเซลซุส (The Library of Celsus) / ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) / โรงงานเครื่องหนัง (Leather Factory) / บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / Richmond Hotel
วันที่ 6: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / เมืองเพอร์กามัม (Pergamon) / วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองชานัคคาเล (Canakkale) / เมืองทรอย (Troy) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / Iris Hotel
วันที่ 7: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / ม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse or Wooden Horse) / นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาดาเนี่ยล (Dardanelles) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต / มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) / อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern) / ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / WOW İstanbul Hotel
วันที่ 8: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market) / พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือ พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum) / ตลาดในร่ม (KAPALI CARSISI หรือ COVERED BAZAAR) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / WOW İstanbul Hotel
วันที่ 9: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) / Sabiha Gokcen International Airport / ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
วันที่ 10: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
20 มื้อ 7 คืน

มีการเข้าชมทั้งหมด: 3,870 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 1 คน          

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
พักเดี่ยวชำระเพิ่มท่านละ 6,900 บาท

Emirates (EK)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย.61)
28 พ.ย.-07 ธ.ค.
(วันพ่อแห่งชาติ)
32,900.- Emirates ว่าง
29 พ.ย.-08 ธ.ค.
(วันพ่อแห่งชาติ)
32,900.- Emirates ว่าง
05-14 ธ.ค.
(วันรัฐธรรมนูญ)
31,900.- Emirates เหลือ 3 ที่
05-14 ธ.ค.
(วันรัฐธรรมนูญ)
31,900.- Emirates เหลือ 2 ที่
07-16 ธ.ค.
(วันรัฐธรรมนูญ)
32,900.- Emirates เต็ม

ตารางบิน
Emirates (EK)
(ขาไป)
เวลาบินขาไป 01:35 - 04:45 BKK - DXB EK385
เวลาบินต่อเครื่อง 10:00 - 13:45 DXB - SAW EK119
Emirates (EK)
(ขากลับ)
เวลาบินต่อเครื่อง 15:35 - 21:00 SAW - DXB EK120
เวลาบินขากลับ 22:30 - 08:00 DXB - BKK EK374

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

 
ช่วงค่ำ: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (วันที่1)
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (22:00 )
คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
* 01.35 น. ออกเดินทางสู่ดูไบโดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385 ***คณะเดินทางวันที่ 16-25, 21-30 พ.ย., 23 พ.ย.-2 ธ.ค., 28 พ.ย.-7 ธ.ค. และ 5-14 ธ.ค. 61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน EK 371 เวลา 02.00 น. และถึงดูไบ เวลา 06.00 น.***

ช่วงเช้า: ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (วันที่2)
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (04:45 )
เดินทางถึงสนามบินดูไบ (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
* 10.00 น. ออกเดินทางสู่ตุรกี โดยเที่ยวบิน EK 119

ช่วงบ่าย: Sabiha Gokcen International Airport / กรุงอังคาร่า (Ankara) (วันที่2)
Sabiha Gokcen International Airport
เดินทางถึง Sabiha Gokcen International Airport ประเทศตรุกี (Turkey) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร
Sabiha Gokcen International Airport
กรุงอังคาร่า (Ankara)
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองหลวงของประเทศตุรกี กรุงอังคาร่า (Ankara) ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูล อังคาร่าตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอนาโตเลีย จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลตุรกี และเป็นที่ตั้งของสถานทูตประเทศต่างๆ อังคาร่ายังเป็นศูนย์กลางของทางหลวงและเส้นทางรถไฟทำให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขาย สินค้าที่มีชื่อเสียงของเมืองคือผลิตภัณฑ์จากขนโมแฮร์ที่ได้จากแพะอังโกรา ขนอังโกราที่ได้จากกระต่ายอังโกรา แมวอังโกรา ลูกแพร์ น้ำผึ้ง และองุ่นท้องถิ่น
กรุงอังคาร่า (Ankara)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / ROYAL CARINE (วันที่2)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ROYAL CARINE
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม ROYAL CARINE หรือเทียบเท่า
ROYAL CARINE

ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / Kocatepe Mosque / ATATURK MAUSOLEUM สุสานอตาเติร์ก / เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) (วันที่3)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Kocatepe Mosque
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ Kocatepe Mosque สร้างในศิลปะนีโอออตมาน เมื่อปี 1967 และถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงอังการ่า
Kocatepe Mosque
ATATURK MAUSOLEUM สุสานอตาเติร์ก
เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของ MUSTAFA KEMAL ATATURK ซึ่งเป็นผู้นำในสงครามกู้ อิสรภาพของตุรกีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี และประธานาธิบดีคนแรกเป็นสุสานของ ISMET INONU ประธานาธิบดีคนที่ 2 ของตุรกีด้วย อนุสรณ์สถานออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1944 – 1953 ในธนบัตรตุรกีที่พิมพ์ระหว่างปี 1966 – 1987 และ 1999 – 2009 จะเป็นรูป ANITKABIR ด้วย
ATATURK MAUSOLEUM สุสานอตาเติร์ก
เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) คัปปาโดเกียเป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี นำท่านชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว ลาวาที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างแล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี เมื่อวันเวลาผ่านไปพายุ ลม ฝน และหิมะ ได้เป็นกัดเซาะแผ่นดินมาเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ เกิดเป็นภูมิประเทศที่งดงามแปลกตาดั่งสวรรค์บนดิน จนได้ชื่อว่า“ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า” และได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี เมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศไม่เหมือนที่ใดในโลกมีความสวยงามเหมือนหนึ่งเมืองในเทพนิยาย
เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองเกอเรเม่ (Goreme) / พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) / โรงงานทอพรม (Carpet Factory) (วันที่3)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
เมืองเกอเรเม่ (Goreme)
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในคัปปาโดเกีย ผู้คนแถบนี้นับถือเทพเจ้ากรีก-โรมัน จนเมื่อประมาณกลางคริสต์สตวรรษที่ 1 เซนต์ปอลเดินทางมาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกีย แต่ดูเหมือนวาชาวโรมันผู้ปครองในยุคนั้นจะไม่ให้การยอมรับ ทำให้ผู้นับถือศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกียต้องหลบซ่อนการรังควานของโรมัน ด้วยการเจาะถ้ำขุดพื้นลงไปเป็นอุโมงค์เกิดเป็นเมืองใต้ดินขึ้นมา และได้ขุดเจาะบริเวณเกอเรเม่ทำให้เป็นโบสถ์ถ้ำจำนวนมาก กระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 5-6 ชาวโรมันให้การยอมรับศาสนาคริสต์ สำหรับโบสถ์ถ้ำในเกอเรเม่ ว่ากันว่ามีมากถึง 365 หลังด้วยกัน (สร้างตามตามจำนวนวันใน 1 ปี) แต่ปัจจุบันเปิดให้ชมเพียงบางส่วนเท่านั้น นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา (St. Barbar Church) โบสถ์มังกร (Snake Church) และโบสถ์แอปเปิ้ล (Apple Church) อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับภูเขารูปทรงต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum)
โรงงานทอพรม (Carpet Factory)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม (Carpet Factory) นำทุกท่านชมวิธีการทอพรหมแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย
โรงงานทอพรม (Carpet Factory)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) / TASSARAY HOTEL (วันที่3)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show)
จากนั้นนำท่านชม โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) ของสาวน้อยชาวตุรกี เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show)
TASSARAY HOTEL
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม TASSARAY หรือเทียบเท่า
TASSARAY HOTEL

ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย / เมืองคอนย่า (Konya) / เมืองใต้ดิน Underground City / พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) (วันที่4)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย
เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย พร้อมกับประกาศนียบัตรที่รอมอบให้กับทุกท่าน (ท่านใดที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณ Lobby)
* ทัวร์นั่งบอลลูนนี้ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้กับเจ้าหน้าที่ มัคคุเทศก์ท้องถิ่น หรือหัวหน้าทัวร์
นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย
เมืองคอนย่า (Konya)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ในอดีตซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆ ที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี
เมืองคอนย่า (Konya)
เมืองใต้ดิน Underground City
นำท่าน เข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้องๆ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงอาจค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ ควรใช้ความระมัดระวัง
เมืองใต้ดิน Underground City
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์เมฟลานาเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูมี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเป็นสุสานของ เมฟลานา ผู้ก่อตั้งอีกด้วย
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) (วันที่4)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นที่ตั้งของ เมืองปามุคคาเล่ (ปราสาทปุยฝ้าย) น้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดิน มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูนแคลเซียมออกไซด์ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหลรินลงมาจากภูเขาคาลดากึ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดินและทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา จนทำให้ปามุคคาเล่และเมืองเฮียราโปลิส ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี 1988
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / Ninova Hotel (วันที่4)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Ninova Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Ninova Hotel 4* หรือเทียบเท่า
Ninova Hotel

ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) / เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) (วันที่5)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) คำว่า “ปามุกคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” pamuk หมายถึง cotton และ kale หมายถึง castle เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซียมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหล ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ปามุกคาเล่และเมืองเฮียราโพสิลได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis)
จากนั้นนำท่านชม เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) ซึ่งตั้งอยู่ล้อมรอบปามุคคาเล่ (ปราสาทปุ้ยฝ้าย) ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1 แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก ศูนย์กลางของเฮียราโปลิสเป็นบ่อน้ำที่ศักสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในโรงแรมปามุคคาเล่ สถานที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล่ โรงอาบน้ำโรมันบาธ โบสถ์สมัยไบแซนไทน์
เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) / เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) / ห้องสมุดของเซลซุส (The Library of Celsus) / ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) / โรงงานเครื่องหนัง (Leather Factory) / บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary) (วันที่5)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) อันเป็นที่ตั้งของเมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษา ไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionia) จากกรีกซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองขึ้นที่นี่ เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซีย และกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา “เอเฟซุส” ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน
เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi)
เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) นครเอฟฟิซุสก่อเกิดแต่ก่อนยุคคริสตกาล อดีตเมืองที่ยิ่งใหญ่และงดงาม เป็นเมืองที่สมบูรณ์ รุ่งเรือง และมั่งคั่งที่สุด เมืองที่ยังคงหลงเหลือและเต็มไปด้วยกลิ่นอายอารยธรรมโบราณ ไว้ซึ่งสิ่งปลูกสร้างนานนับ 2,000 ปี แต่ยังมีสภาพสวยงามอยู่ มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุด และเมืองโบราณเอฟฟิซุสยังเคยเป็นที่อยู่ของชาวไอโอเนียนจากกรีก ศิลปะของสถาปัตยกรรมที่คงเหลือเป็นแบบเฮเลนนิสติก ที่มีความอ่อนหวาน และฝีมือประณีต ภายในอาณาเขตอันกว้างใหญ่ที่สำคัญของนครเอฟฟิซุส อาทิ โรงอาบน้ำ และโรงละครโบราณที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 25,000 คน หอสมุดเซลซุสที่เหลือเฉพาะด้านหน้า จุดบูชาเทพเจ้าและอีกมากมาย ฯลฯ ที่ยังคงหลงเหลือให้ชมและศึกษาค้นคว้า
เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus)
ห้องสมุดของเซลซุส (The Library of Celsus)
จากนั้นนำท่านชม ห้องสมุดของเซลซุส (The Library of Celsus) อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของนครเอฟฟิซุสคือห้องสมุดของเซลซุส เป็นอาคารสองชั้น สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 114 โดยกงสุล ทิเบเรียส จูเลียส อกีลา สร้างเพื่ออุทิศให้เป็นอนุสรณ์แด่ เซลซัส โพเลเมียนุส ผู้เป็นพ่อ และนายกเทศมนตรีของโรมันที่ปกครองแคว้นเอเชียไมเนอร์ หลุมฝังศพของท่านอยู่ใต้ห้องสมุดแห่งนี้ด้วย ภายในมีห้องอ่านหนังสือและช่องเก็บม้วนหนังสือ ถึง 12,000 ม้วน ห้องสมุดแห่งนี้มีทางเข้า 3 ทาง โดยบริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่ ได้แก่ เทพีแห่งปัญญา เทพีแห่งคุณธรรม เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพีแห่งความรู้ รูปแกะสลักเทพีทั้ง 4 องค์นี้เป็นของจำลอง ส่วนของจริงนักโบราณคดีชาวออสเตรียได้นำกลับไปออสเตรีย และตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา
* อยู่ในบริเวณเมืองโบราณเอฟฟิซุส
ห้องสมุดของเซลซุส  (The Library of Celsus)
ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath)
จากนั้นนำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้
* อยู่ในบริเวณเมืองโบราณเอฟฟิซุส
ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath)
โรงงานเครื่องหนัง (Leather Factory)
จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม โรงงานเครื่องหนัง (Leather Factory) ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องหนังขั้นหลากหลาย ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี อิสระให้ทุกท่านได้ทดลองการเป็นนายแบบและนางแบบเสื้อหนังต่างๆ ตามอัธยาศัย
โรงงานเครื่องหนัง (Leather Factory)
บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพระแม่มารีเสด็จมากับนักบุญจอห์นใน ค.ศ. 37-48 และสิ้นพระชนม์ลง ณ สถานที่แห่งนี้ ถูกค้นพบอย่างปาฏิหาริย์โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมันชื่อ แอนนา แคเธอรีน เอมเมอริช ในปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลงมีคนพยายามสืบเสาะค้นหาบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตะปาปา โป๊ปเบเนดิกส์ที่ 16 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่
บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / Richmond Hotel (วันที่5)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Richmond Hotel
นำท่านเข้าพักในโรงแรม Richmond Hotel หรือเทียบเท่า
Richmond Hotel

ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / เมืองเพอร์กามัม (Pergamon) / วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) (วันที่6)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองเพอร์กามัม (Pergamon)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเพอร์กามัม (Pergamon) ตั้งอยู่ในบริเวณอะนาโตเลียห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ 30 กม.ทางด้านเหนือของแม่น้ำไคซูส ชมเมืองเพอร์กามัม เป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติก
เมืองเพอร์กามัม (Pergamon)
วิหารอะโครโปลิส (Acropolis)
จากนั้นนำท่านชม วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญนครบนที่สูง เป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่สูง ซึ่งมักจะเป็นเนินเขาที่ด้านหนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่ ที่เติบโตรุ่งเรืองอยู่บนที่ราบเบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการเหล่านี้ โดยเมืองด้านบน (upper town) จะเป็นพื้นที่วิหารบูชาเทพเจ้า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พระราชวังและพื้นที่ใช้งานต่างสำหรับกษัตริย์และชนชั้นสูงเท่านั้น ส่วนประชาชนคนธรรมดาทั่วไปจะอยู่ในส่วนของเมืองด้านล่าง
วิหารอะโครโปลิส (Acropolis)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองชานัคคาเล (Canakkale) / เมืองทรอย (Troy) (วันที่6)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองชานัคคาเล (Canakkale)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล (Canakkale) ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า และติดกับทะเลอีเจียน ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวเนื่องจากมีซากโบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยโรมันหลายแห่ง อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้าตลอดจนชุมทางการเดินรถ และขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป นับตั้งแต่สุลต่านอาห์เม็ดที่ 2 ได้สร้างป้อมปราการขึ้นที่นี่เมื่อปี 1452 เมืองชานัคคาเล่ในอดีตเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลลิโปลี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบหน้า เข้าไปยังช่องแคบคาร์ดาแนลส์ เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลก
เมืองชานัคคาเล (Canakkale)
เมืองทรอย (Troy)
จากนั้นนำท่านชม เมืองทรอย (Troy) ปัจจุบันตั้งอยู่ในเมืองชานัคคาเล ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง บริเวณกรุงทรอย มีการจัดแสดงแบบจำลองกรุงทรอย และเรื่องราวการค้นพบโดยนักโบราณคดี พร้อมทั้งภาพแผนผังเมืองทรอยที่ถูกสร้างซ้อนทับกันถึง 9 ชั้น มีซากเมืองเก่า กำแพง ประตู และม้าไม้จำลองแห่งทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณโดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก ให้เวลาท่านชมและถ่ายรูปคู่กับม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse)
เมืองทรอย (Troy)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / Iris Hotel (วันที่6)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Iris Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่Iris Hotel 4* หรือเทียบเท่า
Iris Hotel

ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / ม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse or Wooden Horse) / นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาดาเนี่ยล (Dardanelles) (วันที่7)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse or Wooden Horse)
จากนั้นนำท่านชมและถ่ายรูปคู่กับ ม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse or Wooden Horse) ม้าไม้ที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง TROY ที่ชาวกรีกใช้อุบายส่งม้าไม้ให้เมืองทรอย เพื่อเป็นของกำนัลที่ชนะสงครามใน Trojan แต่ความจริงแอบบรรจุคนในม้าไม้เพื่อมาเผิดประตูเมืองให้ทหารเข้าตัตัวเมือง จนเมืองทรอยได้ล่มสลายลงไป ปัจจุบันม้าไม้ที่สร้างจำลองขึ้นมาตัวนี้ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Truva ใกล้กับเขตเมือง Çanakkale เมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับจุดปะทะของสงคราม Trojan ในอดีตมากที่สุด โดยอยุ่บนคสบสมุทรอนาโตเลีย ริมฝั่งช่องแคบ Dardanelles
ม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse or Wooden Horse)
นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาดาเนี่ยล (Dardanelles)
นำท่านนั่งเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ ข้ามช่องแคบดาดาเนี่ยล (Dardanelles) (ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 45 นาที) เป็นช่องแคบ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ที่กั้นระหว่างคาบสมุทรกัลลิโพลี (Gallipoli) ของตุรกีส่วนที่อยู่ในทวีปยุโรปกับตุรกีส่วนที่อยู่ในทวีปเอเชีย เชื่อมทะเลมาร์มะรา (Sea of Marmara) กับทะเลอีเจียน (Aegean)
นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาดาเนี่ยล (Dardanelles)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต / มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) / อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern) / ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส (วันที่7)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Square) สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่างๆ ของชาวเมือง ต่อมาในรัชสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ได้รับการขยายให้กว้างขึ้นตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณ ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิสจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้น
จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต
มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือสุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) นำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านหน้า มัสยิดสุลต่านอาห์เมตสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอาห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันที่มีความงดงาม และยิ่งใหญ่กว่าโบสถ์เซ็นต์โซเฟียของจักรวรรดิไบแซนไทน์ โดยมัสยิดแห่งนี้สร้างประจันหน้ากับโบสถ์เซ็นต์โซเฟีย แต่อย่างไรก็ตามโบสถ์เซ็นต์โซเฟียก็ยังคงเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกีจวบจนปัจจุบัน
มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque)
อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern) ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 มีขนาดความกว้าง 70 เมตร ยาว 140 เมตร ลึก 8 เมตร ภายในอุโมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น และมีเสาต้นที่เด่นมากคือเสาเมดูซ่า อิสระให้ท่านถ่ายรูปและชมความงามใต้ดินของอุโมงค์เก็บน้ำขนาดใหญ่ได้ตามอัธยาศัย
อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern)
ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส
นำท่านไปลงเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (THE BLACK SEA) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (SEA OF MARMARA) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 กิโลเมตร ความ กว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุด ยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ ว่ากันว่าจนกระทั่งถึงยุคของการนำเอาเรือปืนใหญ่มาใช้และไม่เคยปรากฏว่ากรุงอิสตันบูลถูกถล่มจนเสียหายอย่างหนัก มาก่อนเลย ทั้งนี้เป็นเพราะป้อมปืนดังกล่าวนี้เอง ในปี ค.ศ. 1973 มีการเปิดใช้สะพานบอสฟอรัสซึ่งทำให้เกิดการเดินทางไปมาระหว่างฝั่งเอเชียและยุโรปสะดวกมากขึ้น
ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / WOW İstanbul Hotel (วันที่7)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
WOW İstanbul Hotel
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม WOW İstanbul หรือเทียบเท่า
WOW İstanbul Hotel

ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market) / พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) (วันที่8)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market)
จากนั้นนำท่านสู่ย่านช้อปปิ้งชื่อดัง ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market) ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย
ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market)
พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ซึ่งในอดีตเคยเป็นพระราชวังที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมันนานกว่า 3 ศตวรรษ สร้างโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือเมห์เมตผู้พิชิต เมื่อปี ค.ศ. 1478 ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรืออิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังแห่งนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ที่แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน อาทิ ส่วนโรงครัว ห้องเก็บเครื่องกระเบื้อง ห้องเก็บอาวุธ ห้องเก็บสมบัติ ฯลฯ ซึ่งห้องที่โด่งดังและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวอย่างมากก็คือ ห้องท้องพระคลังอันเป็นที่เก็บสมบัติและวัตถุล้ำค่ามากมาย โดยมีกริชแห่งทอปกาปึด้ามประดับมรกตใหญ่ 3 เม็ด กับเพชร 86 กะรัต ของช่างทำช้อนเป็นไฮไลต์สำคัญ ในขณะที่บริเวณระเบียงหลังห้องท้องพระคลังเป็นจุดชมวิวชั้นดี ที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์เมืองอิสตันบูลใน 2 ฝั่งทวีป (ยุโรปและเอเชีย) ได้อย่างชัดเจน
พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace)
* (ภายในพระราชวังมีการปิดปรับปรุงบางส่วน อาจจะทำให้ไม่สามารถเข้าชมได้ทั้งหมด)

ช่วงบ่าย: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือ พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum) / ตลาดในร่ม (KAPALI CARSISI หรือ COVERED BAZAAR) (วันที่8)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือ พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือชื่อในปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เป็นโบสถ์คาทอลิกที่สร้างในสมัยพระเจ้าจัสติเนียน มีหลังคาเป็นยอดกลมแบบโม เสาในโบสถ์เป็นหินอ่อน ภายในติดกระจกสี เมื่อเติร์กเข้าครองเมือง ได้เปลี่ยนโบสถ์นี่ให้เป็นสุเหร่าในปี ค.ศ. 1453 ฉาบปูนทับกำแพงที่ปูด้วยโมเสกเป็นรูปพระเยซูคริสต์และสาวก ภายหลังทางการได้ตกลงให้สุเหร่าเซนต์โซเฟียเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่วันนี้คงบรรยากาศของความเก่าขลังอยู่เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะโดมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกซึ่งมีพื้นที่โล่งภายในใหญ่ที่สุดในโลก ก่อสร้างด้วยการใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนักของอาคารลงสู่พื้นแทนการใช้เสาค้ำยันทั่วไป นับเป็นเทคนิคการก่อสร้างที่ถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น
สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือ พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum)
ตลาดในร่ม (KAPALI CARSISI หรือ COVERED BAZAAR)
นำท่านเดินทางสู่ ตลาดในร่ม (Kapali Carsisi หรือ Covered Bazaar) หรือ แกรนด์บาซาร์ (GRAND BAZAAR) เป็นตลาดเก่าแก่ สร้างครั้งแรกในสมัยสุลต่านเมห์เม็ดที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1461 ตลาดนี้กินเนื้อที่กว่า 2 แสนตารางเมตร ประกอบด้วยร้านค้ากว่า 4,000ร้าน ขายของสารพัด ตั้งแต่ทองหยอง เครื่องประดับ พรม เครื่องเงิน เครื่องหนัง กระเบื้อง เครื่องทองแดง ทองเหลือง สินค้าหัตถกรรม ของที่ระลึก ฯลฯ ที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงตั้งราคาสินค้าเอาไว้ค่อนข้างสูง ควรต่อรองราคาให้มาก
ตลาดในร่ม (KAPALI CARSISI หรือ COVERED BAZAAR)

ช่วงค่ำ: รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / WOW İstanbul Hotel (วันที่8)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
WOW İstanbul Hotel
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม WOW İstanbul หรือเทียบเท่า
WOW İstanbul Hotel

ช่วงเช้า: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) / Sabiha Gokcen International Airport (วันที่9)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) นำท่านชมพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย สุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอก รายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็ๆ ของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียระไน โคมไฟขนาดมหึมาหนัก 4.5 ตัน ซึ่งแขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรงใหญ่ และพรมทอผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace)
Sabiha Gokcen International Airport
ได้เวลาอันสมควร จดจำและอำลาช่วงเวลาแห่งความสุขในประเทศตุรกี และเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ
Sabiha Gokcen International Airport
* 15.35 น. ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เที่ยวบินที่ EK 120

ช่วงค่ำ: ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (วันที่9)
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
เดินทางถึงสนามบินดูไบ (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
* 22.30 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 374 ***คณะเดินทางวันที่ 14-23 ต.ค. 61 ถึงกรุงเทพฯ เวลา 13.15 น. เดินทางออกจากดูไบโดยเที่ยวบินที่ EK 376 ในวันที่ 23 ต.ค. 61 เวลา 03.40 น.*** ***คณะเดินทางวันที่ 9-18 พ.ย. 61 ถึงกรุงเทพฯ เวลา 12.05 น. เดินทางออกจากดูไบโดยเที่ยวบินที่ EK 384 ในวันที่ 18 พ.ย. 61 เวลา 03.05 น.***

ช่วงเช้า: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (วันที่10)
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (08:00 )
เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

หมายเหตุ 

  1. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทาง บริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การนัดหยุดงาน, จลาจล, การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน รวมถึงกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง รวมทั้งในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทาง หากท่านถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง     
  2. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  3. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  4. กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน 15 ท่าน ทางบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทาง โดยทางบริษัทฯ  จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า 14 วันก่อนการเดินทาง 
  5.  เมื่อท่านทำการซื้อโปรแกรมทัวร์ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านรับทราบและยอมรับเงื่อนไขของหมายเหตุทุกข้อแล้ว

**ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทฯจะไม่ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

***โปรแกรมและรายละเอียดของการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศและเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงผลประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสำคัญ


อัตราค่าบริการนี้รวม 

  1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
  2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ 
  4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า  
  5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
  7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่นไขกรมธรรม์)
  8. ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์) 
  9. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%


 อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม 

  1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
  2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 2 ชิ้น,  ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
  3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
  4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  5. ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น  (40 USD)
  6. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (โดยมาตรฐาน 3 USD ต่อคน ต่อวัน : 10 x 3 = 30 USD)


 เงื่อนไขการจอง

  1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
  2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า ภายใน  3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ
  3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
  4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
  5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
  6. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด


เงื่อนไขการชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ

ทางบริษัทขอเก็บค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ 20 วันก่อนการเดินทาง



ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่นั่งบนเครื่องบิ

  1. ทางบริษัทได้สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว  หากท่านยกเลิกทัวร์ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์การเรียกเก็บค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท  แล้วแต่สายการบินและช่วงเวลาเดินทาง  
  2. หากตั๋วเครื่องบินทำการออกแล้ว แต่ท่านไม่สารถออกเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และรอ Refund จากทางสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
  3. นั่งที่ Long Leg โดยปกติอยู่บริเวณทางออกประตูฉุกเฉิน และผู้ที่จะนั่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สายการบินกำหนด เช่น ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เครื่องบินมีปัญหา เช่น สามารถเปิดประตูฉุกเฉินได้ (น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม) ไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและร่างกาย และอำนาจในการให้ที่นั่ง Long leg ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่เช็คอินสายการบิน ตอนเวลาที่เช็คอินเท่านั้น


 กรณียกเลิกการเดินทาง

  1. แจ้งยกเลิก 50 วัน ขึ้นไปก่อนการเดินทาง   คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  2. แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 30 วันก่อนเดินทาง   ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  3. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่ บริษัทฯกำหนดไว้ (30ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไป   ชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน 
  4. กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่ สถานทูตฯ เรียกเก็บ 
  5. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว)    ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน 
  6. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ  ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
  7. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากปลอมแปลงหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าเหตุผลใดๆตามทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด


ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก

  1.  เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกันและบางโรงแรม  อาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม
  2. โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ
  3. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade air) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  4. โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัต และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน

"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2018 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th