TK56 ทัวร์ตุรกี อิสตันบูล-อิชเมียร์-ปามุคคาเล่-เมืองคอนย่า-คัปปาโดเกีย-เกอเรเม่ ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส ปราสาทปุยฝ้ายมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมือง 8 วัน 5 คืน โดยสายการบิน Turkish Airlines (TK)
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
ทัวร์ตุรกี อิสตันบูล-อิชเมียร์-ปามุคคาเล่-เมืองคอนย่า-คัปปาโดเกีย-เกอเรเม่ ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส ปราสาทปุยฝ้ายมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมือง 8 วัน 5 คืน โดยสายการบิน Turkish Airlines (TK)
บินตรงลงตุุรกี โดย Turkish Airlines พร้อมบินภายใน 2 ขา
ทัวร์ตุรกีเที่ยวสุดคุ้ม!! เก็บครบทุกไฮไลท์ บินสบายๆ สายตรงไม่ต้องต่อเครื่อง อิสตันบูล ชมสุเหร่าสีน้ำเงิน ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส ชานัคคาเล ทรอย นั่งกระเช้าไฟฟ้าสู่เปอร์กามัมสถานที่ตั้งของโบราณสถานที่สำคัญของประเทศตุรกี ชมวิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ เยือนนครโบราณเอฟฟิซุส ชมความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ณ เมืองปามุคคาเล่ พลาดไม่ได้กับโชว์ระบำหน้าท้องของสาวน้อยชาวตุรกี สุดพิเศษ!! พักโรงแรมสไตล์ถ้ำ หุบเขาจอมปลวกอุซิซาร์ Option เสริม!! นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด!!!

สรุปการท่องเที่ยว:

วันที่ 1: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
วันที่ 2: ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport) / ท่าอากาศยานนานาชาติอิซเมียร์ อัดนัน เมรเดเรส (Izmir Adnan Menderes International Airport) / เมืองอิซเมียร์ (Izmir) / เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) / ห้องสมุดของเซลซุส (The Library of Celsus) / วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน (Temple of Hadrian) / โรงละครเอฟฟิซุส (Great Theatre) / ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) / บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / Tripolis Hotel
วันที่ 3: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) / เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เมืองคอนย่า (Konya) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / Ozkaymak Park Hotel
วันที่ 4: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / คาราวานสไลน์ (Caravanserai) / เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) / โรงงานทอพรม และโรงงานเซรามิค / รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) / Goreme Kaya Hotel
วันที่ 5: Option เสริม!! นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย / รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) / นครใต้ดิน (Underground City) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / ท่าอากาศยานเนฟเซไฮร์ คัปปาโดเกีย (Nevsehir Kapadokya Airport) / ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport) / Golden Way Hotel
วันที่ 6: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Square) / มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือ พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum) / อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern) / พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) / รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / Golden Way Hotel
วันที่ 7: รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม / พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) / รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) / ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market) / ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport)
วันที่ 8: ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
16 มื้อ 5 คืน

มีการเข้าชมทั้งหมด: 4,790 ครั้ง     ผู้ชมขณะนี้: 18 คน          

** หากท่านต้องซื้อบัตรโดยสารภายในประเทศเพื่อไปและกลับกรุงเทพฯ กรุณาเลือกซื้อบัตรโดยสารภายในประเทศประเภทที่สามารถเลื่อนวันและเวลาในการเดินทางได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาเที่ยวบินล่าช้า หรือการเปลี่ยนแปลงเวลาของเที่ยวบินหรือการเปลี่ยนแปลงวันเดินทางกรณีเกิดความผิดพลาดจากบริการจากสายการบิน (ความล่าช้าของเที่ยวบิน การยกเลิกเที่ยวบิน มีการยุบเที่ยวบินรวมกัน ตารางการการเดินทางมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากสายการบินพิจารณาสถานการณ์แล้วว่า อยู่นอกเหนือความควบคุม หรือเหตุผลทางด้านความปลอดภัยเป็นต้น) โปรดเข้าใจและรับทราบว่าผู้จัดจะไม่รับผิดชอบและไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ในทุกกรณี **

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

Turkish Airlines (TK)  
(อัพเดตที่นั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 06 ก.พ.62)
พฤ.  23-30 พ.ค.
37,999.- Turkish Airlines ว่าง
พ.  05-12 มิ.ย.
37,999.- Turkish Airlines ว่าง

ตารางบิน
Turkish Airlines (TK) เวลาบินขาไป 23:00 - 05:20 BKK - IST TK69
เวลาบินขากลับ 20:10 - 09:40 IST - BKK TK64

ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข
วันที่ 1
ช่วงค่ำ
(20:00) ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) เวลานัดหมายโดยประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่ให้การต้อนรับ และอํานวยความสะดวกตรวจเซ็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน (ซึ่งก่อนการเดินทาง 3-5 วัน บริษัทจะแจ้งเป็นเอกสารทาง E-mail ให้ทราบว่านัดพบที่เค้าท์เตอร์ใด เวลาใด)
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
* 23:00 น. ออกเดินทางสู่ ประเทศตุรกี โดยสายการบิน Turkish Airlines (TK) เที่ยวบินที่ TK69 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
วันที่ 2
ช่วงเช้า
(05:20) ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport) (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport) (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport)
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
* 08:00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองอิซเมียร์ โดยสายการบิน Turkish Airlines (TK) เที่ยวบินที่ TK2312
(09:10) ท่าอากาศยานนานาชาติอิซเมียร์ อัดนัน เมรเดเรส (Izmir Adnan Menderes International Airport)
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอิซเมียร์ อัดนัน เมรเดเรส (Izmir Adnan Menderes International Airport)
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอิซเมียร์ อัดนัน เมรเดเรส (Izmir Adnan Menderes International Airport)
ท่าอากาศยานนานาชาติอิซเมียร์ อัดนัน เมรเดเรส (Izmir Adnan Menderes International Airport)
เมืองอิซเมียร์ (Izmir)
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอิซเมียร์ เป็นมหานครที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของอนาโตเลีย และเป็นเมืองอันดับที่สามที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอิซเมียร์ เป็นมหานครที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของอนาโตเลีย และเป็นเมืองอันดับที่สามที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี
เมืองอิซเมียร์ (Izmir)
เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) นครเอฟฟิซุสก่อเกิดแต่ก่อนยุคคริสตกาล อดีตเมืองที่ยิ่งใหญ่และงดงาม เป็นเมืองที่สมบูรณ์ รุ่งเรือง และมั่งคั่งที่สุด เมืองที่ยังคงหลงเหลือและเต็มไปด้วยกลิ่นอายอารยธรรมโบราณ ไว้ซึ่งสิ่งปลูกสร้างนานนับ 2,000 ปี แต่ยังมีสภาพสวยงามอยู่ มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุด และเมืองโบราณเอฟฟิซุสยังเคยเป็นที่อยู่ของชาวไอโอเนียนจากกรีก ศิลปะของสถาปั (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) นครเอฟฟิซุสก่อเกิดแต่ก่อนยุคคริสตกาล อดีตเมืองที่ยิ่งใหญ่และงดงาม เป็นเมืองที่สมบูรณ์ รุ่งเรือง และมั่งคั่งที่สุด เมืองที่ยังคงหลงเหลือและเต็มไปด้วยกลิ่นอายอารยธรรมโบราณ ไว้ซึ่งสิ่งปลูกสร้างนานนับ 2,000 ปี แต่ยังมีสภาพสวยงามอยู่ มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุด และเมืองโบราณเอฟฟิซุสยังเคยเป็นที่อยู่ของชาวไอโอเนียนจากกรีก ศิลปะของสถาปัตยกรรมที่คงเหลือเป็นแบบเฮเลนนิสติก ที่มีความอ่อนหวาน และฝีมือประณีต ภายในอาณาเขตอันกว้างใหญ่ที่สำคัญของนครเอฟฟิซุส อาทิ โรงอาบน้ำ และโรงละครโบราณที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 25,000 คน หอสมุดเซลซุสที่เหลือเฉพาะด้านหน้า จุดบูชาเทพเจ้าและอีกมากมาย ฯลฯ ที่ยังคงหลงเหลือให้ชมและศึกษาค้นคว้า
เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus)
ห้องสมุดของเซลซุส (The Library of Celsus)
จากนั้นนำท่านชม ห้องสมุดของเซลซุส (The Library of Celsus) อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของนครเอฟฟิซุสคือห้องสมุดของเซลซุส เป็นอาคารสองชั้น สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 114 โดยกงสุล ทิเบเรียส จูเลียส อกีลา สร้างเพื่ออุทิศให้เป็นอนุสรณ์แด่ เซลซัส โพเลเมียนุส ผู้เป็นพ่อ และนายกเทศมนตรีของโรมันที่ปกครองแคว้นเอเชียไมเนอร์ หลุมฝังศพของท่านอยู่ใต้ห้องสมุดแห่งนี้ด้วย ภายในมีห้องอ่านหนังสือและช่องเก็บม้วนหนังสือ ถึง 12, (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านชม ห้องสมุดของเซลซุส (The Library of Celsus) อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของนครเอฟฟิซุสคือห้องสมุดของเซลซุส เป็นอาคารสองชั้น สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 114 โดยกงสุล ทิเบเรียส จูเลียส อกีลา สร้างเพื่ออุทิศให้เป็นอนุสรณ์แด่ เซลซัส โพเลเมียนุส ผู้เป็นพ่อ และนายกเทศมนตรีของโรมันที่ปกครองแคว้นเอเชียไมเนอร์ หลุมฝังศพของท่านอยู่ใต้ห้องสมุดแห่งนี้ด้วย ภายในมีห้องอ่านหนังสือและช่องเก็บม้วนหนังสือ ถึง 12,000 ม้วน ห้องสมุดแห่งนี้มีทางเข้า 3 ทาง โดยบริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่ ได้แก่ เทพีแห่งปัญญา เทพีแห่งคุณธรรม เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพีแห่งความรู้ รูปแกะสลักเทพีทั้ง 4 องค์นี้เป็นของจำลอง ส่วนของจริงนักโบราณคดีชาวออสเตรียได้นำกลับไปออสเตรีย และตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา
ห้องสมุดของเซลซุส  (The Library of Celsus)
วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน (Temple of Hadrian)
จากนั้นนำท่านชม อาคารสำคัญอีกแห่งคือ วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน สร้างขึ้นถวายแด่จักรพรรดิเฮเดรียน ความโดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก
จากนั้นนำท่านชม อาคารสำคัญอีกแห่งคือ วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน สร้างขึ้นถวายแด่จักรพรรดิเฮเดรียน ความโดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก
 วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน (Temple of Hadrian)
โรงละครเอฟฟิซุส (Great Theatre)
จากนั้นนำท่านชม โรงละครเอฟฟิซุส (Great Theatre) สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครเอฟฟิซุสคือโรงละคร ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ประมาณ 25,000 คน เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโรงละครโบราณในตุรกี มีลานแสดงตรงกลางแวดล้อมด้วยที่นั่งชมไล่ระดับขึ้นไป ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่และมีการจัดการแสดงแสงสีเสียงบ้างเป็นครั้งคราว
จากนั้นนำท่านชม โรงละครเอฟฟิซุส (Great Theatre) สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครเอฟฟิซุสคือโรงละคร ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ประมาณ 25,000 คน เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโรงละครโบราณในตุรกี มีลานแสดงตรงกลางแวดล้อมด้วยที่นั่งชมไล่ระดับขึ้นไป ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่และมีการจัดการแสดงแสงสีเสียงบ้างเป็นครั้งคราว
โรงละครเอฟฟิซุส (Great Theatre)
ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath)
จากนั้นนำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้
จากนั้นนำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้
ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath)
บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพระแม่มารีเสด็จมากับนักบุญจอห์นใน ค.ศ. 37-48 และสิ้นพระชนม์ลง ณ สถานที่แห่งนี้ ถูกค้นพบอย่างปาฏิหาริย์โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมันชื่อ แอนนา แคเธอรีน เอมเมอริช ในปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลงมีคนพยายามสืบเสาะค้นหาบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ป (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพระแม่มารีเสด็จมากับนักบุญจอห์นใน ค.ศ. 37-48 และสิ้นพระชนม์ลง ณ สถานที่แห่งนี้ ถูกค้นพบอย่างปาฏิหาริย์โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมันชื่อ แอนนา แคเธอรีน เอมเมอริช ในปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลงมีคนพยายามสืบเสาะค้นหาบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตะปาปา โป๊ปเบเนดิกส์ที่ 16 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่
บ้านพระแม่มารี (House of vergin mary)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) คำว่า “ปามุกคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” pamuk หมายถึง cotton และ kale หมายถึง castle เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซียมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหล ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิก (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) คำว่า “ปามุกคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” pamuk หมายถึง cotton และ kale หมายถึง castle เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซียมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหล ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ปามุกคาเล่และเมืองเฮียราโพสิลได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988
เมืองปามุคคาเล (Pamukkale)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Tripolis Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Tripolis Hotel 4* หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Tripolis Hotel 4* หรือเทียบเท่า
Tripolis Hotel
วันที่ 3
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle)
จากนั้นนำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) นำท่านชมความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ณ เมืองปามุคคาเล่ สถานที่ท่องเที่ยวอันแสนงดงามดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยว คำว่าปามุคคาเล่ในภาษาตุรกี หมายถึงปราสาทปุยฝ้าย ปามุคหมายถึงปุยฝ้าย และคาเล่หมายถึงปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซียมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงม (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) นำท่านชมความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ณ เมืองปามุคคาเล่ สถานที่ท่องเที่ยวอันแสนงดงามดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยว คำว่าปามุคคาเล่ในภาษาตุรกี หมายถึงปราสาทปุยฝ้าย ปามุคหมายถึงปุยฝ้าย และคาเล่หมายถึงปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซียมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขาคาลดากึรินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ ประชาชนนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้
ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle)
เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis)
จากนั้นนำท่านชม เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) ซึ่งตั้งอยู่ล้อมรอบปามุคคาเล่ (ปราสาทปุ้ยฝ้าย) ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1 แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก ศูนย์กลางของเฮียราโปลิสเป็นบ่อน้ำที่ศักสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในโรงแรมปามุคคาเล่ สถานที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคค (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านชม เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) ซึ่งตั้งอยู่ล้อมรอบปามุคคาเล่ (ปราสาทปุ้ยฝ้าย) ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1 แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก ศูนย์กลางของเฮียราโปลิสเป็นบ่อน้ำที่ศักสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในโรงแรมปามุคคาเล่ สถานที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล่ โรงอาบน้ำโรมันบาธ โบสถ์สมัยไบแซนไทน์
เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
เมืองคอนย่า (Konya)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ในอดีตซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆ ที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ในอดีตซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆ ที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี
เมืองคอนย่า (Konya)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Ozkaymak Park Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Ozkaymak Park Hotel 4* หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Ozkaymak Park Hotel 4* หรือเทียบเท่า
Ozkaymak Park Hotel
วันที่ 4
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์เมฟลานาเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูมี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเป็นสุสานของ เมฟลานา ผู้ก่อตั้ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์เมฟลานาเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูมี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเป็นสุสานของ เมฟลานา ผู้ก่อตั้งอีกด้วย
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
คาราวานสไลน์ (Caravanserai)
จากนั้นระหว่างทางนำท่านแวะชม คาราวานสไลน์ (Caravanserai) ที่พักแรมระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน หรือกองคาราวานในอดีตของสุลต่านฮานี ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสุลต่านฮานี สร้างโดยสุลต่านอาเลดดิน เคย์โคบาท ราวศตวรรษที่ 13 ประตูทำด้วยหินอ่อนสกัดลวดลายโบราณ ตรงกลางเป็นสุเหร่า ส่วนบริเวณอื่นจัดเป็นครัว ห้องน้ำ และห้องนอน
จากนั้นระหว่างทางนำท่านแวะชม คาราวานสไลน์ (Caravanserai) ที่พักแรมระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน หรือกองคาราวานในอดีตของสุลต่านฮานี ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสุลต่านฮานี สร้างโดยสุลต่านอาเลดดิน เคย์โคบาท ราวศตวรรษที่ 13 ประตูทำด้วยหินอ่อนสกัดลวดลายโบราณ ตรงกลางเป็นสุเหร่า ส่วนบริเวณอื่นจัดเป็นครัว ห้องน้ำ และห้องนอน
คาราวานสไลน์ (Caravanserai)
เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) คัปปาโดเกียเป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี นำท่านชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว ลาวาที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างแล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี เมื่อวันเวล (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) คัปปาโดเกียเป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี นำท่านชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว ลาวาที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างแล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี เมื่อวันเวลาผ่านไปพายุ ลม ฝน และหิมะ ได้เป็นกัดเซาะแผ่นดินมาเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ เกิดเป็นภูมิประเทศที่งดงามแปลกตาดั่งสวรรค์บนดิน จนได้ชื่อว่า“ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า” และได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี เมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศไม่เหมือนที่ใดในโลกมีความสวยงามเหมือนหนึ่งเมืองในเทพนิยาย
เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)
โรงงานทอพรม และโรงงานเซรามิค
แวะชม โรงงานทอพรม และโรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย
แวะชม โรงงานทอพรม และโรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย
โรงงานทอพรม และโรงงานเซรามิค
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show)
จากนั้นนำท่านชม โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) ของสาวน้อยชาวตุรกี เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีใ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านชม โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show) ของสาวน้อยชาวตุรกี เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance Show)
Goreme Kaya Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Goreme Kaya Hotel หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Goreme Kaya Hotel หรือเทียบเท่า
Goreme Kaya Hotel
วันที่ 5
ช่วงเช้า
Option เสริม!! นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย
เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย พร้อมกับประกาศนียบัตรที่รอมอบให้กับทุกท่าน (ท่านใดที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณ Lobby)
เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย พร้อมกับประกาศนียบัตรที่รอมอบให้กับทุกท่าน (ท่านใดที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณ Lobby)
Option เสริม!! นั่งบอลลูนชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกีย
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในคัปปาโดเกีย ผู้คนแถบนี้นับถือเทพเจ้ากรีก-โรมัน จนเมื่อประมาณกลางคริสต์สตวรรษที่ 1 เซนต์ปอลเดิ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในคัปปาโดเกีย ผู้คนแถบนี้นับถือเทพเจ้ากรีก-โรมัน จนเมื่อประมาณกลางคริสต์สตวรรษที่ 1 เซนต์ปอลเดินทางมาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกีย แต่ดูเหมือนวาชาวโรมันผู้ปครองในยุคนั้นจะไม่ให้การยอมรับ ทำให้ผู้นับถือศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกียต้องหลบซ่อนการรังควานของโรมัน ด้วยการเจาะถ้ำขุดพื้นลงไปเป็นอุโมงค์เกิดเป็นเมืองใต้ดินขึ้นมา และได้ขุดเจาะบริเวณเกอเรเม่ทำให้เป็นโบสถ์ถ้ำจำนวนมาก กระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 5-6 ชาวโรมันให้การยอมรับศาสนาคริสต์ สำหรับโบสถ์ถ้ำในเกอเรเม่ ว่ากันว่ามีมากถึง 365 หลังด้วยกัน (สร้างตามตามจำนวนวันใน 1 ปี) แต่ปัจจุบันเปิดให้ชมเพียงบางส่วนเท่านั้น นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา (St. Barbar Church) โบสถ์มังกร (Snake Church) และโบสถ์แอปเปิ้ล (Apple Church) อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับภูเขารูปทรงต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum)
นครใต้ดิน (Underground City)
นำท่าน เข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลก เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ สำหรับที่เราไปชมวันนี้เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัว ห้องหมักไ (อ่านต่อ)
นำท่าน เข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลก เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ สำหรับที่เราไปชมวันนี้เป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ มีถึง 10 ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัว ห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำ และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึก และทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้
นครใต้ดิน (Underground City)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley)
นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย และถ้ามองดี ๆ จะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย
นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย และถ้ามองดี ๆ จะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย
หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ท่าอากาศยานเนฟเซไฮร์ คัปปาโดเกีย (Nevsehir Kapadokya Airport)
นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานเนฟเซไฮร์ คัปปาโดเกีย (Nevsehir Kapadokya Airport) นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และตรวจรับสัมภาระของท่าน
นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานเนฟเซไฮร์ คัปปาโดเกีย (Nevsehir Kapadokya Airport) นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และตรวจรับสัมภาระของท่าน
ท่าอากาศยานเนฟเซไฮร์ คัปปาโดเกีย (Nevsehir Kapadokya Airport)
* 19:35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล โดยสายการบิน Turkish Airlines (TK) เที่ยวบินที่ TK2009
(21:05) ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport) ประเทศตุรกี เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และตรวจรับสัมภาระของท่าน
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport) ประเทศตุรกี เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และตรวจรับสัมภาระของท่าน
ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport)
Golden Way Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Golden Way Hotel หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Golden Way Hotel หรือเทียบเท่า
Golden Way Hotel
วันที่ 6
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Square)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Square) สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่างๆ ของชาวเมือง ต่อมาในรัชสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ได้รับการขยายให้กว้างขึ้นตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณ ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิสจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้น
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Square) สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่างๆ ของชาวเมือง ต่อมาในรัชสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ได้รับการขยายให้กว้างขึ้นตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณ ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิสจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้น
จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Square)
มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือสุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) นำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านหน้า มัสยิดสุลต่านอาห์เมตสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอาห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันที่มีความงดงาม และยิ่งใหญ่กว่าโบสถ์เซ็นต์โซเฟียของจักรวรรดิไบแซนไทน์ โดยมัสยิดแห่งนี้สร้างประจันหน้ากับโบสถ์เซ็นต์โซเฟีย แต่อย่างไรก็ตามโบสถ์เซ็นต์โซเฟียก็ยังคงเป็ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือสุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) นำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านหน้า มัสยิดสุลต่านอาห์เมตสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอาห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันที่มีความงดงาม และยิ่งใหญ่กว่าโบสถ์เซ็นต์โซเฟียของจักรวรรดิไบแซนไทน์ โดยมัสยิดแห่งนี้สร้างประจันหน้ากับโบสถ์เซ็นต์โซเฟีย แต่อย่างไรก็ตามโบสถ์เซ็นต์โซเฟียก็ยังคงเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกีจวบจนปัจจุบัน
มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือ พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือชื่อในปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เป็นโบสถ์คาทอลิกที่สร้างในสมัยพระเจ้าจัสติเนียน มีหลังคาเป็นยอดกลมแบบโม เสาในโบสถ์เป็นหินอ่อน ภายในติดกระจกสี เมื่อเติร์กเข้าครองเมือง ได้เปลี่ยนโบสถ์นี่ให้เป็นสุเหร่าในปี ค.ศ. 1453 ฉาบปูนทับกำแพงที่ปูด้วยโมเสกเป็นรูปพระเยซูคริสต์และสาวก (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือชื่อในปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เป็นโบสถ์คาทอลิกที่สร้างในสมัยพระเจ้าจัสติเนียน มีหลังคาเป็นยอดกลมแบบโม เสาในโบสถ์เป็นหินอ่อน ภายในติดกระจกสี เมื่อเติร์กเข้าครองเมือง ได้เปลี่ยนโบสถ์นี่ให้เป็นสุเหร่าในปี ค.ศ. 1453 ฉาบปูนทับกำแพงที่ปูด้วยโมเสกเป็นรูปพระเยซูคริสต์และสาวก ภายหลังทางการได้ตกลงให้สุเหร่าเซนต์โซเฟียเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่วันนี้คงบรรยากาศของความเก่าขลังอยู่เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะโดมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกซึ่งมีพื้นที่โล่งภายในใหญ่ที่สุดในโลก ก่อสร้างด้วยการใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนักของอาคารลงสู่พื้นแทนการใช้เสาค้ำยันทั่วไป นับเป็นเทคนิคการก่อสร้างที่ถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น
สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือ พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย (Ayasofya Museum)
อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern) ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 มีขนาดความกว้าง 70 เมตร ยาว 140 เมตร ลึก 8 เมตร ภายในอุโมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น และมีเสาต้นที่เด่นมากคือเสาเมดูซ่า อิสระให้ท่านถ่ายรูปและชมความงา (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern) ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 มีขนาดความกว้าง 70 เมตร ยาว 140 เมตร ลึก 8 เมตร ภายในอุโมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น และมีเสาต้นที่เด่นมากคือเสาเมดูซ่า อิสระให้ท่านถ่ายรูปและชมความงามใต้ดินของอุโมงค์เก็บน้ำขนาดใหญ่ได้ตามอัธยาศัย
อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Saray or The Underground Cistern)
พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ซึ่งในอดีตเคยเป็นพระราชวังที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมันนานกว่า 3 ศตวรรษ สร้างโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือเมห์เมตผู้พิชิต เมื่อปี ค.ศ. 1478 ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรืออิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระ (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ซึ่งในอดีตเคยเป็นพระราชวังที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมันนานกว่า 3 ศตวรรษ สร้างโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือเมห์เมตผู้พิชิต เมื่อปี ค.ศ. 1478 ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรืออิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังแห่งนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ที่แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน อาทิ ส่วนโรงครัว ห้องเก็บเครื่องกระเบื้อง ห้องเก็บอาวุธ ห้องเก็บสมบัติ ฯลฯ ซึ่งห้องที่โด่งดังและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวอย่างมากก็คือ ห้องท้องพระคลังอันเป็นที่เก็บสมบัติและวัตถุล้ำค่ามากมาย โดยมีกริชแห่งทอปกาปึด้ามประดับมรกตใหญ่ 3 เม็ด กับเพชร 86 กะรัต ของช่างทำช้อนเป็นไฮไลต์สำคัญ ในขณะที่บริเวณระเบียงหลังห้องท้องพระคลังเป็นจุดชมวิวชั้นดี ที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์เมืองอิสตันบูลใน 2 ฝั่งทวีป (ยุโรปและเอเชีย) ได้อย่างชัดเจน
พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace)
ช่วงค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
Golden Way Hotel
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Golden Way Hotel หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ค่ำคืนนี้พักกันที่ Golden Way Hotel หรือเทียบเท่า
Golden Way Hotel
วันที่ 7
ช่วงเช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า.. รับประทานอาหารแบบอเมริกันผสมผสานกับอาหารพื้นเมืองตุรกี ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) นำท่านชมพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย สุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต (อ่านต่อ)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) นำท่านชมพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย สุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอก รายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็ๆ ของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียระไน โคมไฟขนาดมหึมาหนัก 4.5 ตัน ซึ่งแขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรงใหญ่ และพรมทอผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace)
ช่วงบ่าย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พาท่านอิ่มท้องไปกับมื้อกลางวันอันแสนอร่อย ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise)
นำท่านล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (The Black Sea) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) ความยาวทั้งสิ้น ประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความ สวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย ขณะล่องเรือท่านจะได้เพลิด (อ่านต่อ)
นำท่านล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (The Black Sea) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) ความยาวทั้งสิ้น ประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความ สวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย ขณะล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาชเช่ และบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐี ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น
ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise)
ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market)
จากนั้นนำท่านสู่ย่านช้อปปิ้งชื่อดัง ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market) ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย
จากนั้นนำท่านสู่ย่านช้อปปิ้งชื่อดัง ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market) ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย
ตลาดเครื่องเทศ หรือ สไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market)
ช่วงค่ำ
ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport)
ได้เวลาอันสมควร จดจำและอำลาช่วงเวลาแห่งความสุขในประเทศตุรกี และเดินทางกลับสู่ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ
ได้เวลาอันสมควร จดจำและอำลาช่วงเวลาแห่งความสุขในประเทศตุรกี และเดินทางกลับสู่ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ
ท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล อตาเติร์ก (Istanbul Ataturk International Airport)
* 20:10 น. ออกเดินทางสู่ ประเทศไทย โดยสายการบิน Turkish Airlines (TK) เที่ยวบินที่ TK64 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
วันที่ 8
ช่วงเช้า
(09:40) ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport)
* ภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ไฮไลท์
วันเดินทาง
ตารางเที่ยว
เงื่อนไข

เงื่อนไขการให้บริการ

1. การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 25 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาหรือยกเลิกการเดินทาง

2. ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯเพื่อเช็คว่ากรุ๊ปมีการ คอนเฟริมเดินทางก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

การชำระค่าบริการ

1. การจองครั้งแรก มัดจำท่านละ 15,000 บาท ภายใน 2 วันหลังการจอง และชำระทั้งหมดก่อนเดินทางภายใน 30 วัน หากเป็นช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวชำระทั้งหมดก่อนเดินทางภายใน 45 วัน (การไม่ชำระเงินค่ามัดจำหรือชำระไม่ครบหรือเช็คธนาคารถูกระงับการจ่ายไม่ว่าด้วยสาเหตุใดใดผู้จัดมีสิทธิยกเลิกการจัด หรือยกเลิกการเดินทาง)

2. ในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

การยกเลิกการเดินทาง

1. ยกเลิกก่อนออกเดินทาง 50 วัน คืนเงินมัดจำทั้งหมด

2. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน หักเงินมัดจำ 15,000 บาท / ท่าน

3. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 35 วัน หักมัดจำ 50 เปอร์เซ็นของค่าทัวร์ / ท่าน

4. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25 วัน หักมัดจำ 80 เปอร์เซ็นของค่าทัวร์ / ท่าน

5. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15 วัน หรือ NO SHOW เก็บ 100 เปอร์เซ็นของค่าทัวร์ / ท่าน

**สำคัญ!! บริษัททำธุรกิจเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่สนับสนุนให้ลูกค้าเดินทางเข้าประเทศตุรกีโดยผิดกฎหมายและในขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ทั้งไทยและตุรกี ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางมัคคุเทศก์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆได้ทั้งสิ้น**

6. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทาง พร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

อัตราค่าบริการนี้รวม

1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ รวมค่าภาษี และส่วนเพิ่มของน้ำมันเชื้อเพลิง

2. น้ำหนักกระเป๋า สำหรับโหลด 20 กิโลกรัม/ท่าน กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง 7 กิโลกรัม/ท่าน

3. ค่ารถโค้ชมาตรฐาน ท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่ระบุ

4. ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม

5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ

6. ค่าโรงแรมที่พักระดับ โดยพักเป็นห้องแบบ Twin / Double ในกรณีที่ท่านจองห้องพักแบบ 3 เตียง (Triple) บางโรงแรมอาจจัดเป็นเตียงเสริมแทน

7. น้ำดื่มท่านละ 1 ขวดต่อ 1 วัน

8. ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทเดินทางพร้อมทุกท่านจากกรุงเทพฯ คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

9. ค่าประกันการเดินทางอุบัติเหตุคุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์) *หากมีความประสงค์จะเพิ่มความคุ้มครองในกรณีสัมภาระในการเดินทางสูญหายตลอดจนความล่าช้าของสัมภาระและเที่ยวบินกรุณาสอบถามทางบริษัททัวร์อีกครั้ง

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

1. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 % (กรณีต้องการใบกำกับภาษี/ใบเสร็จแบบเต็มรูปแบบ)

2. ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)

3. ค่าวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ

4. ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน

5. ค่ามินิบาร์ ค่าชมภาพยนตร์พิเศษภายในห้องพัก

6. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพัก ค่าอาหาร และเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหาร นอกเหนือจากที่ทางบริษัทฯ จัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

7. เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวควรทิปแก่มัคคุเทศก์ท้องถิ่น+คนขับรถและหัวหน้าทัวร์ที่คอยบริการเราโดยประมาณ 48 USD หรือประมาณ 1,680 บาท ต่อทริป

- ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 5 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 6 วัน เท่ากับ 30 USD)

- พนักงานขับรถในท้องถิ่น ท่านละ 3 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 6 วัน เท่ากับ 18 USD)

- ค่าทิปมัคคุเทศก์ไทย ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของลูกทัวร์ทุกท่าน

หมายเหตุ

1. รายการ และราคาสำหรับผู้ร่วมเดินทางผู้ใหญ่อย่างน้อย 25 ท่าน เดินทางไป และกลับพร้อมคณะ

2. รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งกับสายการบิน และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

3. ราคานี้คิดตามราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน หากราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงขึ้น บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋วเครื่องบิน ตามสถานการณ์ดังกล่าว

4. บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง หรือของมีค่าส่วนตัวของท่าน ระหว่างการเดินทาง

5. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบ และขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ในกรณีที่ผู้เดินทางมิได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ อันเนื่องมาจากการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ

6. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ด้วยเหตุอันเนื่องมาจากความผิดพลาด ความล่าช้า การเปลี่ยนแปลงบริการของสายการบิน บริษัทขนส่ง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เหตุการณ์ทางการเมือง การจลาจล ภัยธรรมชาติ อันนอกเหนือจากความควบคุม

7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ใช้บริการบางส่วนหรือทั้งหมด โดยความสมัครใจของผู้เดินทางเอง และ/หรือไม่เดินทางไปพร้อมคณะ และ/หรือไม่ปรากฏตัวในวันเดินทาง

8. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลา การจราจร สภาพอากาศ และเหตุสุดวิสัยอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย และประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

9. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ

10. มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทน บริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น

11. บริษัทฯ จัดให้เฉพาะลูกค้าที่ประสงค์จะไปท่องเที่ยวตามรายการของทัวร์ทุกวันเท่านั้น หากท่านไม่สามารถร่วมทัวร์ทุกวัน แค่สมัครมาร่วมทัวร์เพียงเพื่อการใช้ตั๋วเครื่องบินและที่พักในราคาพิเศษ  หากท่านไม่แจ้งและปรากฏว่าท่านไม่รวมทัวร์ในบางวัน ทางบริษัทจะคิดค่าดำเนินการในการแยกท่องเที่ยวเอง 300 USD (ก่อนซื้อทัวร์ จะต้องแจ้งความประสงค์ที่เป็นจริง เพื่อทางผู้จัดจะได้คิดค่าบริการที่เหมาะสม)

12. เด็ก หมายถึง ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 11 ปี

13. หนังสือเดินทางจะต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทาง

"เพราะทุกความสุขของท่านคือความสําเร็จของเรา"
ชิล สแควร์ ทราเวล บริษัทท่องเที่ยวที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การส่งลูกค้าให้ถึงที่หมายปลายทางเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องการนำส่งประสบการณ์อันสุดยอดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่เลือกเดินทางไปกับ ชิล สแควร์ ทราเวล เราจะดูแลท่านด้วยความเอาใจใส่ในทุกในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางเคล็ดลับระหว่างการเดินทาง ตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ดังนั้นไม่เกินความเป็นจริงเลยที่ท่านจะได้รับประสบการณ์เหมือนหรือยิ่งกว่าฝันเมื่อท่านเลือกเดินทางไปกับชิล สแควร์ ทราเวล
กรอก Email เพื่อรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร !
Copyright © 2012 - 2019 Chill Square Travel Co.,Ltd. , All Rights Reserved. บริษัท ชิล สแควร์ ทราเวล จำกัด 22/7 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07092 Call Center: 02-886-8518, 094-545-3095, 094-545-3096 หรือ 094-852-2112 Fax: 02-433-9857 Email: info@chill.co.th